“ภูมิธรรม” ชี้เทรนด์ “ย้ายประเทศกันเถอะ” อย่านิ่งดูดาย ความไม่ถูกต้อง-บริหารล้มเหลว แลกกับอนาคตของลูกหลาน

วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 ภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษา หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และเลขานุการ ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความกังวลต่อกระแสย้ายประเทศของคนรุ่นใหม่ที่สิ้นหวังต่ออนาคตและโอกาสในประเทศไทย หลังความพยายามส่งเสียงเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ผู้มีอำนาจกลับไม่ฟังและยังปิดปากคนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่ให้ส่งเสียงผ่านการบังคับในระบบโครงสร้างและการใช้อำนาจดิบผ่านกฎหมายและใช้กำลังปราบปรามว่า

อย่านิ่งดูดายกับความไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้น กับการบริหารจัดการที่ล้มเหลว เพื่อแลกกับอนาคตและโอกาสของลูกหลาน กับปรากฏการณ์
“มาย้ายประเทศกันเถอะ”…

ปรากฎการณ์ ที่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยแสดงออกอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะและชักชวนกัน
“มาย้ายประเทศกันเถอะ”…
ผ่านสื่อสังคมออนไลน์
สะท้อนอะไร ?

บ้างว่า…เด็กรุ่นใหม่ชังชาติ สร้างความแตกแยก คิดถึงแต่ตัวเอง ไม่คิดถึงประเทศชาติ

บ้างว่า…สะท้อนความสิ้นหวัง กับระบบบริหารประเทศ รู้สึกว่า… “สู้ต่อไป ก็ไม่รู้ว่าชีวิตนี้ จะได้ในสิ่งที่เขาคาดหวัง อยากได้หรือไม่…สู้ยอมไปตายดาบหน้าหรือหาโอกาสที่ดีกว่านี้

บ้างว่า…อึดอัด และอัดอั้น กับสภาพการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ตลอดจนการบริหาร และจัดการประเทศในเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของรัฐบาลปัจจุบัน รวมทั้งปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียม และระบบความยุติธรรมที่บิดเบือน มีสองมาตราฐาน

บ้างว่า…เปรียบเทียบกับประเทศ อื่นๆ พบว่า…มีระบบที่ทันสมัยก้าวหน้า และมีระบบการจัดการบริหารประเทศ ที่มีประสิทธิภาพ มากกว่าระบบที่เป็นอยู่ของรัฐบาลไทยในปัจจุบัน…เพราะนอกจากแก้ปัญหาได้ตรงจุดแล้วยังเปิดโอกาส ให้คนรุ่นต่างๆ ได้เติบโต
สร้างอนาคต สร้างสถานะตามที่ตนคาดหวัง

บ้างว่า…วัยของ “คนรุ่นใหม่”…เป็นวัยแห่งอนาคต วัยแห่งการแสวงหา และวัยแห่งการเรียนรู้ ที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง และไม่ยอมจำนน ฝืนทน กับ ความขมขื่นที่ต้องเผชิญ ยอมที่จะสู้กับความลำบาก ที่มองไม่เห็นข้างหน้าดีกว่าจะนิ่งเฉยและยอมจำนน

กระแส “มาย้ายประเทศกันเถอะ”
ที่คนนับแสน เป็นเสียงสะท้อนให้คนในสังคมได้ฟัง เป็นเสียงที่ทุกฝ่ายในสังคม ควรต้องฟังให้ได้ยิน ฟังอย่างเข้าใจ ฟังอย่างเปิดใจ และนำไปคิดต่อ มิใช่เพื่อใคร”แต่……

“เพื่ออนาคตของตัวเราเอง เพื่ออนาคตของลูกหลานเรา และเพื่ออนาคตของประเทศไทย”

หลายปีที่ผ่านมา…
ประเทศไทยเราต้องแลกกับอะไรหลายอย่างที่ยอมบั่นทอนเกียรติภูมิและความเชื่อมั่นของประเทศ…เพื่อทำลายล้าง ”ฝ่ายเห็นต่าง”
เพียงเพื่อรักษาผลประโยชน์และอำนาจของ
“ผู้มีอำนาจและพวกพ้อง “

วันนี้…อย่านิ่งดูดายกับความไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้น กับการบริหารจัดการที่ล้มเหลว เพื่อแลกกับอนาคตและโอกาสของลูกหลานเลยครับ

“เร่งคิด เร่งหาทางออก…ก่อนที่ประเทศ จะไม่มีสิ่งใดหลงเหลือ”

อาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564

บทความก่อนหน้านี้“ภราดร” ซัด “ประยุทธ์” สั่งการแก้ไขโควิด-19 ใกล้เป็นทหารเข้าทุกที
บทความถัดไป‘ไทยสร้างไทย’ ลุยคลองเตยต่อ นำอาหาร-สิ่งของให้ชุมชน วอนรัฐเร่งเพิ่มตรวจเชื้อ-ฉีดวัคซีน