หญิงหน่อย ห่วงสภาพชุมชนคลองเตย โควิดระบาดยืดเยื้อ แนะเร่งเพิ่มจุดตรวจ ทำให้จบภายใน 2 สัปดาห์

สุดารัตน์ และทีมสร้างไทย “ลุย” ชุมชนคลองเตย เห็นสภาพจริงแล้วยิ่งห่วงว่าการระบาดจะยืดเยื้อยาวนาน ทำลายชีวิต และเศรษฐกิจจนสาหัส แนะเร่งเพิ่มจุดตรวจ และเพิ่มเจ้าหน้าที่ตรวจให้จบภายใน 2 สัปดาห์ เตือนคนกรุงให้ระวังตัว หวั่นระบาดเกือบทุกชุมชนทั่ว กทม.

วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์และทีม #พรรคไทยสร้างไทย ได้ไปลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ให้พี่น้อง พร้อมรับฟังปัญหา พูดคุยแลกเปลี่ยน เพื่อหาแนวทางควบคุมการระบาดให้ได้เร็วที่สุด ชุมชนคลองเตยที่มีถึง 39 ชุมชน ประชากรร่วมแสนคน ไปทำงานทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งประชาชนได้ระบายความทุกข์ให้ฟังทั้งน้ำตา ว่าทุกวันนี้กลัว 3 อย่าง กลัวติดโรค กลัวอดตาย กลัวอนาคตที่มืดมน

คุณหญิงสุดารัตน์ได้นั่งคุยแลกเปลี่ยน รับฟังปัญหาที่แท้จริงของชุมชน และข้อเสนอแนะจากผู้นำ11 ชุมชน เช่น คุณแดง ภูกองทุ่ง ประธานชุมชุนแฟลต 1-10 คุณปริศนา ไกรทอง ตัวแทนชุมชนลอค 1 2 3 คุณบุญชิด เพรชจูด ตัวเเทนชุมชน แฟลต11-18 คุณพรชัย ประธานชุมชนริมคลองพระโขนง และคุณสุวรรณา นิ่มมา ตัวเเทนชุมชลลอค 4 5 6 จากการหารือ ขณะนี้สิ่งที่คนในชุมชนต้องการมากที่สุดคือการ”ตรวจหาเชื้อ”ให้ได้มากที่สุด และอยากให้ตรวจจบเป็นชุมชนๆ ไป

ปัญหาในขณะนี้คือมีจุดตรวจเพียง 3 แห่ง ดำเนินการตรวจโดยการแจกโคต้าให้แต่ละชุมชนนำประชาชนมาตรวจ ชุมชนละหลักสิบ หลักร้อยต่อวัน ขณะที่แต่ละชุมชนมีคนหลายพันคน เมื่อตรวจแล้วต้องกลับเข้ามาอยู่ปะปนกับคนในชุมชนก็อาจจะเป็นผู้ติดเชื้อได้ภายหลัง ประชาชนอยากให้มีการตรวจทั้งชุมชนโดยเร็วที่สุดเพราะกลัว การติดเชื้อ และขณะนี้ก็ขาดรายได้ เพราะที่ทำงานจะให้หยุดงานถ้าบอกว่ามาจากชุมชนคลองเตย

ข้อสรุปจากการหารือร่วมกับตัวแทนชุมชน 11 ชุมชนมีดังนี้

1) ขอให้เร่งระดมตรวจเชื้อ โดยระดมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากจังหวัด ที่มีผู้ติดเชื้อน้อยมาช่วย รับผิดชอบตรวจเชื้อเป็นรายชุมชน เพื่อให้ตรวจจบเป็นชุมชนๆไป เร่งตรวจให้จบภายใน 2 สัปดาห์

2) ต้องควบคุมพื้นที่ โดยให้คนหยุดอยู่แต่ในบ้านอย่างน้อย 15 วัน เพื่อระงับการแพร่ระบาดในชุมชน และที่สำคัญยิ่งคือหยุดการแพร่ระบาดออกนอกชุมชน
เสนอให้ช่วยค่าใช้จ่ายคนละ 5,000 บาท เพื่อให้หยุดงาน ตรวจเชื้อ และกักตัวที่บ้าน

3) เร่งฉีดวัคซีนให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์

โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า “ขอย้ำว่า ขณะนี้เกือบทุกชุมชนในกรุงเทพฯมีสภาพ ไม่ต่างจากคลองเตย ต้องเร่ง “ตรวจเชิงรุก” ทุกชุมชน โดยใช้มาตราการเดียวกันกับคลองเตย คือ เร่งจ่ายเงินชดเชยเยียวยาเพื่อให้คนหยุดอยู่กับบ้านแล้วเร่งตรวจให้จบโดยเร็ว”

ที่สำคัญเร่งตั้ง “ศูนย์คัดกรอง” ทุกเขต ทั้ง 50 เขตโดยด่วน.

ไม่เช่นนั้น การระบาดจะยืดเยื้อเกินสิ้นเดือนนี้ จะนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและสุขภาพของประชาชนแบบไม่ควรจะเสีย รวมทั้ง ความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล ที่ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับความยากจนทุกข์เข็ญ

นายสมเกียรติ อดีตประธานสภาเขตคลองเตย แสดงความกังวลกรณีข่าวเผยแพร่สถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ในชุมชนคลองเตย อย่างเข้มข้น จนบางประเด็น เกินเลยจากข้อเท็จจริง ทำให้พี่น้องประชาชนชาวชุมชนคลองเตย ที่ไม่ได้ติดเชื้อ และไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งมีชาวชุมชน ถูกกดดันจากการออกไปประกอบอาชีพ จากนายจ้าง บางส่วนถูกบังคับให้กักตัว ขณะที่บางส่วน ต้องได้รับใบรับรอง ผ่านการตรวจ โควิด จึงจะอนุญาตให้กลับเข้าทำงาน

และมีอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องกักตัวในระยะยาวซึ่งมีผลต่อการทำงานจนอาจถูกเลิกจ้างการช่วยเหลือเยียวยา จากภาครัฐก็ไม่เพียงพอ ที่จะช่วยคนเหล่านี้ให้สามารถดูแลตนเองและครอบครัวในสถานการณ์วิกฤตได้

บทความก่อนหน้านี้จากนักศึกษาถึงรัฐบาล : จะบริหารจัดการวัคซีนแอนตี้โควิดอย่างไร? (1) / การเมืองวัฒนธรรม เกษียร เตชะพีระ
บทความถัดไปโฆษกเพื่อไทย ถาม “ประยุทธ์” วิกฤตโควิด “อาวุธ” หรือ “ชีวิตประชาชน” สำคัญกว่า