เดนมาร์ก-นอร์เวย์ เผยผลศึกษา พบอัตราเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลังรับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ทีมวิจัยของเดนมาร์กและนอร์เวย์ได้เปิดเผยผลการศึกษาวิจัยผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซเนก้า โดยเผยแพร่ผ่านวารสารการแพทย์บีเอ็มเจ โดยผลการศึกษาพบว่า อัตราการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในผู้ที่ได้รับวัคซีน COVID-19 ของ AstraZeneca โดสแรก รวมถึงเกิดลิ่มเลือดในสมองเมื่อเทียบกับอัตราที่คาดไว้ในประชากรทั่วไป อย่างไรก็ตาม นักวิจัยที่ทำการศึกษาย้ำว่าผลข้างเคียงดังกล่าวเกิดขึ้นได้้ยากและประโยชน์ของวัคซีนยังคงมีมากกว่าความเสี่ยงในสถานการณ์นี้

“ความเสี่ยงที่แท้จริงของภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำที่อธิบายไว้ในการศึกษานี้ มีเพียงเล็กน้อยและควรตีความผลการวิจัยในบริบทของประโยชน์ของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งในระดับสังคมและระดับบุคคล” บทสรุปในงานวิจัย ระบุ

ก่อนหน้านี้ นอร์เวย์ได้สั่งระงับการใช้วัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเมื่อมีนาคมที่ผ่านมา หลังพบกรณีภาวะลิ่มเลือดอุตตันในจำนวนเล็กน้อย ร่วมกับเลือดออกและเกล็ดเลือดต่ำ ส่วนเดนมาร์กก็ได้สั่งห้ามใช้วัคซีนตัวนี้เช่นกัน

สำหรับงานวิจัยได้กล่าว ทำการสำรวจประชาชนเดนมาร์กและนอร์เวย์ ที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า โดสแรก อายุระหว่าง 18-65 ปี จำนวน 280,000 คน ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์จนถึง 11 มีนาคม โดยใช้บันทึกข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งนักวิจัยกำหนดอัตราความถี่ผลข้างเคียงอาทิ หัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำลึก และเหตุการณ์เลือดออก ภายใน 28 วันหลังจากได้รับวัคซีนโดสแรก เปรียบเทียบกับอัตราที่คาดหวังในประชากรทั่วไปของเดนมาร์กและนอร์เวย์

พอล ฮันเตอร์ ศาสตราจารย์แพทยศาสตร์ อีส แองกลี ของมหาวิทยาลัยบริเตน เสนอแนะการศึกษาว่า ผลแสดงให้เห็นว่าเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือด 59 คน เทียบกับที่คาดไว้จำนวน 30 คน เท่ากับมี 11 คน ที่เจอภาวะดังกล่าวในจำนวนฉีดวัคซีนทุกๆ 100,000 คน นักวิจัยกล่าวว่า สิ่งนี้รวมถึงอัตราการอุดตันของเส้นเลือดในสมองที่สูงกว่าที่คาดไว้ซึ่ง เรียกว่าภาวะหลอดเลือดดำอุดตันในสมองที่ 2.5 กรณีต่อการฉีดวัคซีน 100,000 คน

ศ.ฮันเตอร์กล่าว ให้เพิ่มส่วนความเข้าใจเกี่ยวถึงความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดหลังฉีดวัคซีน แต่ไม่ควรแก้ไขข้อสรุปของหน่วยงานกำกับดูแล

ทั้งนี้ ศ.ฮันเตอร์ กล่าวว่า หลายประเทศที่ชะลอโครงการฉีดวัคซีนในช่วงที่การแพร่เชื้อเพิ่มสูงขึ้น ด้วยการการปฏิเสธที่จะใช้วัคซีนแอสตร้าเซเนก้าที่มีอยู่ ควรทราบว่าการตัดสินใจของพวกเขาจะมีส่วนทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตที่หลีกเลี่ยงได้จากโควิด-19เพิ่มขึ้น

บทความก่อนหน้านี้ไม่แผ่ว! อินเดียทุบสถิติติดเชื้อโควิดอีก 1 วัน 4.1 แสนคน ดับเกือบ 4 พันศพในวันเดียว
บทความถัดไปองค์การเภสัชฯ ยันผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ได้ หลังกรมทรัพย์สินฯ ปฏิเสธคำขอสิทธิบัตร