หอการค้า ชี้ดัชนีเชื่อมั่นผู้ประกอบการ โมเดิร์นเทรด ไตรมาส 1/64 ลดเล็กน้อย

หอการค้า เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ โมเดิร์นเทรด ไตรมาสที่ 1/64 ลดลงเล็กน้อย เชื่อยังค้าขาย-ใช้จ่ายปกติ เรียกร้องภาครัฐ 4 ข้อ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ โมเดิร์นเทรด ประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2564 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดในไตรมาสที่ 1 ปี 2564 อยู่ที่ 46.6 โดยมีสัญญาณของการปรับตัวลดลงครั้งแรกและเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ไตรมาส แต่ดัชนีไม่ได้ต่ำเท่ากับในช่วง ไตรมาสที่ 2 ปี 2563 ที่อยู่ที่ 45.7 แสดงว่าแม้จะมีสถานการณ์โควิด-19 แต่ผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดยังมีความเข้มแข็งขึ้น เพียงแต่เมื่อเจอการระบาดโควิด-19 ในรอบที่ 3 ทำให้ธุรกิจมีปัญหาและอุปสรรคเล็กน้อย ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเดือนมกรา – เดือนกุมภาพันธ์ แต่เมื่อเดือนมีนาคม ดัชนีโมเดิร์นเทรดก็ปรับตัวดีขึ้น จึงทำให้ตัวดัชนีของไตรมาสที่หนึ่งออกมาอยู่ที่ 46.6

ส่วนในเดือนเมษายนสิ่งที่จะเป็นตัวชี้วัด คือดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ โมเดิร์นเทรด ที่เกี่ยวกับอนาคต ในไตรมาสที่ 1 ที่อยู่ที่ 46.0 จากข้อมูลก่อนที่จะมีมาตรการกึ่งล็อคดาวน์ โดยห้ามร้านอาหารดำเนินการจำหน่ายในเขตพื้นที่คุมเข้มสีแดงและให้ใช้บริการเดลิเวอรี่หรือสั่งกลับบ้านได้ สถานการณ์เช่นนี้ก้ำกึ่งระหว่างความเชื่อว่าเศรษฐกิจจะไม่มีสัญญาณที่แย่ลง จากข้อมูลว่าจำนวนลูกค้าน้อยลง ทั้งในไตรมาสที่ 1 แต่รายรับไม่ได้ย่อมาก แต่ไตรมาสที่ 2 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ธุรกิจยังเห็นว่ายังมีโอกาสที่เศรษฐกิจจะย่อลงอยู่ และสถานการณ์โควิดเองยังไม่น่าฟื้นตัวขึ้น ยอดของโมเดิร์นเทรดยังไม่น่าจะดีขึ้น จึงลดลงกว่าในไตรมาสที่ 1

แต่ภาคธุรกิจเองไม่ได้มองในแง่ลบรุนแรง ไม่กลับไปทรุดต่ำกว่าไตรมาสที่ 2 ปีที่แล้ว หมายความว่ายังเชื่อว่าธุรกิจยังคงประคับประคองไปได้ หลักจากที่ไปปรับการขายแบบออนไลน์ แทนที่การขายหน้าร้าน โดยโมเดิร์นเทรดนั้นครอบคลุมประชากรการขายทั้งหมด ตั้งแต่รายได้น้อยถึงรายได้สูงนั้น ดังนั้นคนทุกกลุ่มจะเข้าไปซื้อสินค้าในโมเดิร์นเทรด ดังนั้นกำลังซื้อยอดยังไม่ตก ประชาชนยังไม่ได้ประหยัด จนถึงขั้นทำให้โมเดิร์นเทรดชะงักไปและขายไม่ได้ แต่สถานการณ์โควิด-19 ไปผูกพันกับธุรกิจที่เป็นแบบดั้งเดิม สำหรับกลุ่มอาชีพอิสระ และเป็นกลุ่มที่มีรายได้ไม่สูง ที่กำลังซื้อจะหดตัวลงบ้าง

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ดังนั้น จึงได้เรียกร้องให้ภาครัฐดำเนินมาตรการ คือ 1.หยุดหรือชะลอการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) 2.เร่งการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครอบคลุมประชากร 3. ขอให้ออกมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาด้านการใช้จ่ายของประชาชน อาทิ มาตรการคนละครึ่ง 4.ช่วยให้ภาคการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก และร้านอาหาร ได้รับการบรรเทาเยียวยา จะช่วยให้ซับพลายเชนของภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการจะดีขึ้นได้

“สำหรับข้อมูลการสำรวจดัชนีนี้ ยังไม่มีข้อมูลที่ปรับปรุงเป็นปัจจุบัน เป็นข้อมูลเมื่อก่อนกลางเดือนเมษายน 2564 จากการสำรวจนี้ สรุปได้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ โมเดิร์นเทรด มีสัญญาณมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่ไม่ทรุดตัวหนัก ผู้ประกอบการยังค้าขายได้ ยังไม่มีการปลดคนงาน และยังเชื่อว่าการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนยังอยู่ในระดับปกติ แต่กำลังซื้ออาจชะลอลงตามสถานการณ์ และถ้ารัฐบาลมีมาตรการในการกระตุ้นการใช้จ่าย น่าจะทำให้การค้าขายกลับมาคึกคัก นอกจากนี้ผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด ยังพร้อมที่จะสนับสนุนภาครัฐในหลายเรื่อง อาทิ เป็นจุดการกระจายวัคซีน เป็นจุดเชื่อมโยง

บทความก่อนหน้านี้‘ประยุทธ์’ ตั้งเป้าฉีดวัคซีนเดือนละ 15 ล้านโดส ลั่นจะเอาชนะสงครามโควิดให้ได้
บทความถัดไปคลัสเตอร์โควิด ปีนี้ไทยอาจเจออีก 1-2 ครั้ง โบรกฯ ประเมิน