“โรม” รำลึก 55 ปี มรณกรรม “จิตร ภูมิศักดิ์” ชี้คุก-อำนาจรัฐไม่อาจทำลายสายธารความฝันได้

วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 รังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกล ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเนื่องในวาระครบ 55 ปี การเสียชีวิตของจิตร ภูมิศักดิ์ นักเขียนและปัญญาชนฝ่ายก้าวหน้าของไทยว่า

ทุกวันที่ 5 พฤษภาคม เป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของ จิตร ภูมิศักดิ์ ปัญญาชนนักคิดนักเขียนคนสำคัญคนหนึ่งของไทย
.
จิตรคือคนที่มีความคิดก้าวหน้า มีความรอบรู้ประวัติศาสตร์และอักษรศาสตร์ในระดับหาตัวจับยาก มีความสามารถทั้งการประพันธ์ ดนตรี กวีกลอน เรียกได้ว่าเป็นปัญญาชนคุณภาพที่น่าจะสร้างคุณูปการได้มากมายในประเทศ
.
แต่ความคิดที่ก้าวหน้าของจิตร กลับเป็นที่ไม่พอใจของผู้มีอำนาจ จิตรถูกกระทำมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย เมื่อเขาปรับรูปแบบการตีพิมพ์หนังสือมหาวิทยาลัยจากการสรรเสริญเป็นการวิพากษ์และตั้งคำถามสังคม ส่งผลให้เขาถูกจับโยนบกจนบาดเจ็บต่อหน้าคนทั้งมหาวิทยาลัย ซึ่งนิสิตที่จับจิตรโยนบกตอนนั้นไม่มีความผิด แต่จิตรที่ถูกทำร้ายกลับถูกมหาวิทยาลัยตั้งกรรมการสอบและถูกลงโทษพักการเรียนหนึ่งปี
.
จิตรที่จบการศึกษาแล้วไปประกอบอาชีพได้ไม่นานก็ถูกจับขังคุกด้วยข้อหามีพฤติกรรมอันเป็นคอมมิวนิสต์ เป็นภัยต่อความมั่นคง ถูกเอาไปจำคุกอีกราวๆ 6 ปี จนกระทั่งได้รับการปล่อยตัว จิตรก็บ่ายหน้าเข้าป่าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเพื่อต่อสู้กับอำนาจรัฐ และถูกยิงเสียชีวิตในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 ที่บ้านหนองกุง อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร
.
ผลงานของจิตร ภูมิศักดิ์ ทั้งบทเพลงและงานเขียนมีมากมายที่ยังส่งต่อมาถึงปัจจุบัน เพลงแสงดาวแห่งศรัทธาที่ขับร้องกันในการชุมนุม หรือหนังสือต้องห้ามอย่างโฉมหน้าศักดินาไทย ล้วนเป็นผลงานของจิตรทั้งสิ้น
.
มองมาที่ปัจจุบัน รัฐไทยไม่เคยเปลี่ยนท่าทีต่อผู้ที่คิดต่าง ยังคงยัดเยียดข้อหาด้านความมั่นคง จับขังคุก ปล่อยให้มีคนทำร้ายแล้วละเลยไม่จัดการ เรียกว่าผ่านมา 55 ปี ตัวละครอาจเปลี่ยนจากจิตร ภูมิศักดิ์ เป็นเพนกวิ้น อานนท์ ไผ่ หรือใครๆ รัฐบาลเผด็จการไทยก็ยังทำเป็นอยู่แบบเดียว คือจับคนเหล่านี้ไปขัง ทั้งที่เขาเพียงแค่ตั้งคำถามและคิดต่างจากผู้มีอำนาจ
.
ลองมองย้อนกลับไป หากรัฐบาลเลือกที่จะปล่อยให้จิตรประกอบอาชีพเป็นครูอาจารย์ต่อไป ผลงานต่างๆและสายธารความคิดของจิตรก็อาจจะไม่ส่งต่อมาถึงปัจจุบัน เขาอาจจะแต่งงานมีลูกและใช้ชีวิตปกติ ไม่กลายเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์และอุดมการณ์เช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
.
หรือหากรัฐบาลฉลาดพอที่จะรับฟังข้อเสนอ หรือคำถามของคนรุ่นใหม่บ้าง จิตรอาจจะเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าของประเทศและนำความก้าวหน้าหลายๆอย่างมาให้ประเทศก็ได้
.
นักโทษการเมืองและคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันก็เช่นกัน พวกเขาคือคนที่มีความคิดและความเห็นต่างจากรัฐบาล แทนที่จะรับฟังและหาทางออกร่วมกันไปตามวิถีประชาธิปไตย กลับเอาอนาคตไปขังคุกเหมือนกับที่ทำกับจิตร ทำราวกับว่าผ่านมากี่สิบปี ท่านก็ยังทำตัวเป็นศักตรูกับอนาคตและความเห็นต่างไม่จบไม่สิ้น
.
สุดท้ายผมอยากฝากถึงรัฐบาล ว่าให้เรียนรู้จากกรณีของจิตร ภูมิศักดิ์บ้าง ว่าการจับคนขังคุกนั้น ท่านขังเขาได้แค่กาย แต่ความคิดและอุดมการณ์นั้น ท่านขังไม่ได้หรอกครับ
.
#55ปีจิตรภูมิศักดิ์
#แสงดาวแห่งศรัทธา

บทความก่อนหน้านี้‘ก้าวไกล’ เปิดตัว กลุ่มเปลือกส้ม ส่งมอบเครื่องช่วยหายใจหนุนรพ. แนะรัฐจัดงบกลางเร่งจัดซื้อ
บทความถัดไปส.ส.เพื่อไทย อัดโครงการช่วยประชาชนล้มเหลว ไม่ทั่วถึง พ้อเสนออะไรรัฐไม่เคยฟัง