‘สมชาย’จี้ผู้มีอำนาจตระหนัก ระบบการเมืองบัดซบรุนแรง ทำคนอยากย้ายประเทศ

รศ.สมชาย ชี้ ระบบการเมืองบัดซบ สาเหตุสำคัญ คนรุ่นใหม่อยากย้ายประเทศ

วันที่ 3 พ.ค. รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล นักวิชาการกฎหมาย เขียนบทความเรื่อง เมื่อประเทศนี้ ไม่มีอนาคต มีรายละเอียดระบุว่า

ในทศวรรษ 1970 -1980 แอฟริกาใต้เป็นประเทศหนึ่งที่ยังคงการแบ่งแยกระหว่างคนผิวสีที่เป็นคนส่วนใหญ่ซึ่งถูกกดขี่และคนผิวขาวที่ได้รับอภิสิทธิ์ การกีดกันอย่างชัดเจนเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง การจำกัดสิทธิเสรีภาพในทรัพย์สิน การเดินทาง การสมรส และโดยเฉพาะการไม่มีสิทธิทางการเมือง อันทำให้ประชาชนผิวสีมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ถูกกีดกันออกไปจากการเมือง และมีชีวิตอยู่ด้วยการถูกเอารัดเอาเปรียบของคนผิวขาว

แต่ระบบการแบ่งแยกผิวสี (apartheid regime) ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันทั้งจากภายในและภายนอก ภายในประเทศมีการต่อต้านนโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง การเสื่อมถอยทางเศรษฐกิจ ภายนอกประเทศ มีการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการทูต ได้กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ประเทศนี้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง รุนแรงขึ้น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง “ประเทศนี้ ไม่มีอนาคต” ทำให้มีการอพยพออกนอกประเทศของคนผิวขาวและแรงงานที่มีความรู้

ปรากฏการณ์นี้ย่อมส่งผลต่อการพัฒนาในระยะยาวเฉพาะอย่างยิ่งในทางเศรษฐกิจ พร้อมกับความเข้มแข็งในการต่อสู้ของฝ่ายผู้เรียกร้องความเท่าเทียมระหว่างผู้คน เมื่อถึงจุดหนึ่งชนชั้นนำก็ตระหนักว่าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างของการเมืองที่ล้าหลัง มีการยกเลิกการห้ามสมัชชาแห่งชาติแอฟริกา (ซึ่งเป็นองค์กรของคนผิวดำ) มีการประกาศ Bill of Rights แห่งแอฟริกาใต้ ค.ศ. 1989 รวมถึงการปล่อยตัว Nelson Mandela ฯลฯ ก่อนที่ในภายหลังจะได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1996 พร้อมกับวางหลักการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่เท่าเทียมกันมากขึ้น

ตราบเท่าที่ระบบการเมืองโดยรวมยังไม่อาจทำให้ผู้คนเห็นได้ว่า “สังคมนี้ มีอนาคต” ก็อาจไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ใช่เรื่องผิดที่จะมีคนจำนวนมากคิดถึงการอพยพโยกย้ายไปตั้งถิ่นฐานในดินแดนอื่นๆ แทนที่จะเอ่ยปากขับไล่ไสส่ง บรรดาผู้มีอำนาจควรต้องตระหนักว่าระบบการเมืองที่บัดซบอย่างรุนแรงในขณะนี้คือปัจจัยสำคัญต่างหากที่ต้องมีการปรับปรุง ความเย่อหยิ่งและการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนหรือเครือข่ายยิ่งจะทำให้สถานการณ์นี้รุนแรงมากขึ้น

เชื่อได้ว่าในบรรดาคนที่อยากย้ายไปอยู่ต่างประเทศก็รวมไปถึงลูกหลานของชนชั้นนำที่ครองอำนาจและความมั่งคั่ง โดยขณะที่ปากก็พร่ำพรรณนาถึงความดีงามของสังคมนี้ มีสักกี่คนที่ไม่ได้ส่งลูกหลานของตนไปเล่าเรียนในต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นบันไดขั้นต้นสำหรับการหนีไปอยู่ต่างประเทศของพวกเขาเหล่านั้น

3 พฤษภาคม 2564

บทความก่อนหน้านี้เฮลิคอปเตอร์ทัพพม่า ถูกยิงตกในรัฐคะฉิ่น
บทความถัดไป“ณัฐวุฒิ” มองกระแส ‘ย้ายประเทศกันเถอะ’ ถ้าผู้มีอำนาจไม่มีปัญญาสร้างอนาคต อย่าเพิ่มปัญหาเป็นภาระให้ลูกหลาน