‘หมอเรวัต’ แฉ รพ.ไร้ยาโควิดในสต็อค ต้องเบิกเป็นเคสๆ บางกรณีต้องรอ 24 ชม. จี้รัฐเปลี่ยนนโยบาย

‘หมอเรวัต’ เชื่อรัฐยังเจรจาวัคซีนไฟเซอร์ไม่จบ แนะควรให้ยาผู้ป่วยโควิดส่ออาการรุนแรง เหน็บเอาผู้ป่วยมาทำแบบนี้ได้อย่างไร หลังต้องรอ รพ.เบิกยาจาก รพ.ศูนย์กลาง
เมื่อวันที่ 29 เมษายน นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการนำเข้าและจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลหลังมีการหารือกับภาคเอกชน ว่า ตนมองว่ามีประเด็นอยู่ 2 ส่วนที่คงเป็นเหตุผลจริงๆ คือรัฐบาลคงไม่อยากให้เอกชนเข้ามามีบทบาทที่จะเป็นผู้ซื้อและจัดการวัคซีนเพื่อป้องกันโควิด-19 แทนรัฐบาล เนื่องจากในขณะนี้รัฐบาลกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่แล้วว่าจัดหาวัคซีนให้ช้าและมีจำนวนไม่เพียงพอรวมทั้งมีตัวเลือกน้อย ฉะนั้น หากยอมให้เอกชนมาดำเนินการเรื่องนี้ อย่างไรรัฐบาลต้องถูกตำหนิแน่ๆ หรือมาแย่งซีนรัฐบาล

นพ.เรวัตระบุว่า ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือ ในการจัดซื้อวัคซีน บริษัทที่เป็นผู้ผลิตทุกบริษัททั่วโลกเป็นการขึ้นทะเบียนให้รัฐบาลใช้ฉุกเฉิน (Emergency Use Authorization หรือ EUA) โดยเงื่อนไขคือ บริษัทผู้ผลิตสบายใจ สะดวกใจที่จะขายให้รัฐมากกว่า เพราะรัฐเป็นผู้นำไปฉีดให้กับประชาชน และรัฐจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ หากเกิดผลข้างเคียง หรืออันตรายใดๆ ไม่ว่าจะระดับใดก็ตาม บริษัทไม่อยากรับผิดชอบ หากขายให้เอกชน ซึ่งเอกชนคงรับความรับผิดชอบในส่วนนั้นมาไม่ได้ เพราะหากมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น ไม่ได้มีแค่การฟ้องร้องเฉพาะโรงพยาบาลที่ฉีดให้ แต่สามารถฟ้องกันได้จนถึงผู้ผลิต ซึ่งบริษัทผู้ผลิตยังไม่เคยมีการขายให้เอกชนสักรายไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตาม เนื่องจากวัคซีนไม่ได้ผ่านการทดลองแบบครบถ้วน 100 %

นพ.เรวัตกล่าวต่อว่า ด้วยเหตุผล 2 ข้อ จึงทำให้เอกชนไม่ว่าจะเป็นหอการค้าไทย หรือองค์กรใดก็ตาม ควรมาแถลงตรงๆ ว่าถึงจะพยายามซื้อก็ซื้อไม่ได้ โดยจะมีการแก้คือ หากมีคนหนึ่งคนที่มีไฮโปรไฟล์และคอนเน็กชั่นที่ดีกว่ารัฐบาลไทยไปติดต่อขอซื้อให้ขอให้ช่วยรัฐบาลไทย แต่ก็ขายให้รัฐบาลเช่นเดิม ทั้งนี้ ภาคเอกชนไม่ได้ออกมาแถลงว่าจะซื้อเอง ซึ่งก็ไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว ตนเชื่อเช่นนั้นเพราะจากการดูแถลงยังเป็นการแถลงที่คลุมเครืออยู่แต่ไม่มีบอกถึงเรื่องนำเข้าและติดต่อกับใคร อย่างไร และที่ออกมาบอกว่าได้เจรจาไปแล้วโดยวัคซีนที่กำลังจะมาในไตรมาศ 3 เป็นที่สังเกตว่าผอ.วัคซีนแห่งชาติให้สัมภาษณ์ลักษณะที่ว่าต้องเจรจาเพิ่มเติม แต่การแถลงกลับบอกว่าคนไทยจะได้วัคซีนไฟเซอร์แน่ในไตรมาส 3 การที่จะฉีดในเด็กก็เป็นเพียงแค่การกล่าวอ้างเฉยๆ แต่จริงๆ ตนเชื่อว่าการเจรจาให้ได้วัคซีนไฟเซอร์มาแล้วยังเจรจาไม่จบ

นพ.เรวัต ยังกล่าวถึงยาฟาวิพิราเวียร์ที่ใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ด้วยว่า ตนเห็นว่ามีการนำเข้ามา 2 ล้านเม็ด จึงคิดว่ามีคนที่รอเตียงนอนอยู่บ้านและคอนโดจนตายตามที่เคยปรากฏเป็นข่าวไปแล้ว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลศิริราชออกมาแถลงว่า มีคนรอตรวจ และไม่ได้ตรวจ จนกระทั่งมีอาการหนัก และจะกลับมาตรวจอีกครั้งอยู่ได้แค่ 1-2 วันก็เสียชีวิตไปเนื่องจากรอนานไป เมื่อรอตรวจ หรือรอเตียงก็เสียชีวิต ตนจึงคิดว่าในขณะนี้มียาฟาวิพิราเวียร์อยู่ 2 ล้านเม็ด การใช้น่าจะง่ายขึ้นคือ ไม่ต้องมาประหยัดการใช้นัก เช่นเมื่อมีอาการที่ส่อว่าจะรุนแรงก็สามารถให้ยาเลยได้หรือไม่ เพราะบางครั้งก็รอเตียงและไม่สามารถเข้าโรงพยาบาลได้ โดยจากที่มีผู้เสียชีวิตตามที่ปรากฏในข่าวนั้นเกิดจากการที่ไม่ได้รับการรักษา ซึ่งยาพาราไม่ได้ช่วยอยู่แล้ว แต่ยาฟาวิพิราเวียร์แม้ไม่ได้ช่วยได้ถึง 100 % แต่ก็ยังสามารถช่วยได้ จึงพยายามที่จะขับเคลื่อน ผลักดันว่าสามารถให้ยาฟาวิพิราเวียร์กับผู้ป่วยไวกว่านี้ได้หรือไม่ อย่างน้อยการให้ยาสำหรับผู้ป่วยที่อยู่บ้านก็ยังดีกว่าไม่ให้หากเทียบแล้วก็จะดีกว่าการปล่อยให้ผู้ป่วยเสียชีวิตและไม่ได้รับยา ทั้งนี้ ก็ควรจะมีการ monitor กันได้ทางไลน์หรือทางแอพพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งสามารถทำได้ไม่ยาก

“ผมได้มีการพูดคุยกับหมอในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งหมอคนนั้นได้บอกว่าที่โรงพยาบาลของเขาไม่มียาฟาวิพิราเวียร์เก็บไว้ในคลังยาเลยแม้แต่หนึ่งเม็ด ต้องให้ข้อมูลเอกซเรย์ของผู้ป่วยทำเป็นรายงานส่งไป เพื่อขอเบิกจ่ายยากับโรงพยาบาลที่เป็นศูนย์กลางเพียงเท่านั้น บางครั้งอาจต้องรอถึง 24 ชั่วโมง แต่ผู้ป่วยปอดบวมไปแล้ว ซึ่งในการเอกซเรย์ก็เห็น แต่ก็ต้องรอให้ผ่านกระบวนการเบิกยาเป็นรายๆ ซึ่งในการรอยาถือว่าช้าไป และยังรวมยาฉีดเข้าไปด้วย เช่น หากให้ยาฟาวิพิราเวียร์ไปแล้ว 1-2 วัน แต่ผู้ป่วยยังไม่ดีขึ้นก็ต้องให้ยาเพื่อฉีดเข้าเส้นซึ่งเป็นที่คุณภาพสูงกว่า โดยต้องทำเรื่องเบิกเช่นเดียวกัน หากผู้ป่วยเป็นญาติเรา เราก็ไม่ไหวไหม เราก็คงต้องโมโห คุณเอาผู้ป่วยมาทำแบบนี้ได้อย่างไร“ นพ.เรวัตกล่าว

นพ.เรวัตกล่าวด้วยว่า ตนจึงถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร หมอคนนั้นบอกตนว่าจริงๆ มีบริษัทยาเอกชนเคยมาติดต่อแกบอกว่ากำลังที่จะนำเข้ายาฟาวิพิราเวียร์ได้แล้ว กำลังอยู่ในขั้นตอนที่จะนำเข้า แต่ต่อมาหลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีการแจ้งว่ายาที่จะสั่งเข้ามาถูกบล็อก โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว เสมือนกับว่ายาทุกเม็ดต้องควบคุมโดยรัฐเท่านั้น เช่นเดียวกับวัคซีน จึงเข้าใจได้ว่า ทำไมวัคซีนจึงมีปัญหา ฉะนั้นรัฐบาลต้องเปลี่ยนนโยบายเรื่องนี้ เพราะมีผลกระทบต่อผู้ป่วย สำหรับการเบิกจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์สำหรับโรงพยาบาลรัฐก็เช่นกันที่ต้องทำเรื่องเบิกจ่ายมาที่โรงพยาบาลที่เป็นศูนย์กลาง โดยเป็นการนับเม็ดและการจัดส่งไม่สามารถจัดส่งได้เร็ว ซึ่งหากระบบจัดส่งสามารถส่งได้เร็วก็ไม่ได้มีปัญหา แต่ผู้ปฏิบัติบอกว่ากว่าจะได้ยามาก็ช้ามาก แต่อาการของผู้ป่วยก็ไปไกลมาก และอาการของผู้ป่วยโควิด-19 เป็นการแข่งกับเวลาพอสมควร คือหากได้ยาภายใน 1 ชั่วโมงก็ย่อมดีกว่าได้ยาภายใน 10 ชั่วโมงข้างหน้าอยู่แล้ว เพราะเชื้อโควิดรอบนี้ลงปอดไว

“สรุปแล้วก็มีเหตุผลทุกอย่างที่ควรจะให้เอกชนสั่งยา และโรงพยาบาลเอกชนเขาก็สต๊อกยาของเขาเอง หากเขาสามารถสต๊อกได้ก็ปล่อยให้เขาสต๊อกไป ถามว่าแล้วเราเรียกร้องอะไร ตอนนี้วัคซีนมีปัญหาแล้วเพราะว่าหอการค้าก็ออกมาแถลงว่าไม่สามารถนำเข้าได้ จึงเหลือแค่ยาก็อย่าให้มีปัญหาเช่นนี้อีก ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่โตที่จะต้องประชุม 40 CEO แต่เพียงแค่บริษัทนำเข้ามา เพื่อให้โรงพยาบาลเอกชน ซึ่งจะช่วยผู้ป่วยได้ ส่วนวัคซีนก็ตั้งข้อสังเกตว่าคุณยังดีลไม่จบใช่หรือไม่ ยังมีการกำหนดวันเวลาให้แน่นอนไม่ได้ คุยกับใครก็ไม่บอก ซึ่งจะดีกว่าหากบอกชื่อไป เพราะจะเป็นการง่ายที่จะทำให้คนฟังเข้าใจ และเชื่อถือ” นพ.เรวัตกล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘ธนาธร’ เขียนถึง ‘เพนกวิน’ พร้อมเรียกร้องสิทธิประกันตัว ชี้เดิมพันกระบวนการยุติธรรมไทย
บทความถัดไปประยุทธ์ สั่งยกเลิกคำสั่งแบ่งพื้นที่ให้ รมต.คุม จังหวัดต่างๆ หลังเกิดข้อขัดแย้งใน รบ.