อาลัวพระเครื่อง : “มหาไพรวัลย์” แจงพระพุทธเจ้า ไม่ได้ถูกลบหลู่ด้วยขนม หลัง ‘นิพิฏฐ์’ วอนทบทวน

วันที่ 29 เมษายน 2564 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กด้วยข้อความระบุว่า กราบนมัสการ พระมหาไพรวัลย์ กระผมอ่านข่าวพระคุณเจ้า ให้ความเห็นในทำนองเห็นด้วยกับการที่มีผู้ทำขนม “อาลัว” เป็นรูปสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาขายให้ประชาชนซื้อไปบริโภค

กระผมเห็นด้วยกับพระคุณเจ้าในหลายเรื่องที่นำคำสอนของพระพุทธองค์มาสอนในแนววิทยาศาสตร์ ไม่งมงาย แต่ในกรณีนี้ กระผมไม่เห็นด้วยกับพระคุณเจ้า กระผมเห็นว่า “ไม่สมควร” ที่ชาวพุทธจะนำภาพสัญลักษณ์ของพระพุทธองค์มาทำเป็นขนม เอาใส่ปาก เคี้ยว และกลืนกินเป็นอาหาร จริงอยู่พระพุทธองค์ทรงตรัสไม่สนับสนุนให้มีสิ่งใดเป็นตัวแทนของพระองค์ เว้นแต่ พระธรรมคำสอนที่พระองค์ทรงตรัสแล้วเท่านั้น

กระผมเป็นชาวพุทธที่ปัญญาน้อย ยังเกาะอยู่แค่เปลือกของศาสนา กระผมหวังว่า วันหนึ่งในอนาคตกระผมจะใช้ความเพียรเข้าไปถึงแก่นของพระพุทธศาสนา การที่พระคุณเจ้าเห็นด้วยที่มีการนำรูปสัญลักษณ์ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาทำเป็นขนมแล้วบริโภค จึงทำให้ชาวพุทธที่มีปัญญาน้อยอย่างกระผมเศร้าใจ สะเทือนใจ ในความเห็นของพระคุณเจ้า

ชาวพุทธผู้มีปัญญาน้อยอย่างกระผม เห็นผ้าเหลืองห่อหุ้มโคนต้นขนุน แม้ชายตาไปเห็นกระผมยังสะดุ้ง เกือบจะยกมือไหว้ต้นขนุน เพราะเห็นว่าเป็นผ้าห่มพระวรกายของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระสงฆ์ยังคงใช้มา 2,000 กว่าปีโดยไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของผ้า กระผมจึงไม่เห็นด้วยกับความเห็นของพระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าโปรดเมตตา ทบทวนด้วยเถิด อย่างน้อยก็หยุดยั้งความสะเทือนใจแก่ชาวพุทธผู้ยังด้อยปัญญาอย่างเกล้ากระผม

กระผมขอกราบนมัสการมาด้วยความเคารพอย่างสูง

ล่าสุด พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าสะเทือนใจที่พระมหาไพรวัลย์หนุนชาวบ้านทำขนมอาลัย “พระเครื่อง” พร้อมวิงวอนให้ทบทวนความคิดใหม่ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

#ช่วยกันสะเทือนใจให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้

เจริญพรถึงท่านนิพิฏฐ์ ขอบคุณที่กรุณาเขียนบทความถึงอาตมาตามลิงก์ที่ได้แนบมานี้ (อ่าน : ‘นิพิฏฐ์’ สะเทือนใจ ‘พระมหาไพรวัลย์’ หนุนชาวบ้านทำขนมอาลัว ‘พระเครื่อง’ วอนทบทวน)

ขอบคุณที่กรุณาแสดงความเป็นห่วงและกังวล จะด้วยใจจริงที่ท่านมีความรักและเคารพในพระบวรพุทธศาสนาหรือด้วยเหตุผลอย่างไรนั้นก็แล้วแต่

อาตมาเขียนไว้แต่ต้นแล้วว่า อาตมาเคารพความเห็นนะ สำหรับใครที่จะมองว่า ขนมพระเครื่องนี้ ไม่เหมาะสม หรือเป็นการปรามาสลบหลู่ศาสนา ใครจะมองกันอย่างไรก็สุดแล้วแต่ที่จะมอง แต่สำหรับอาตมา อาตมาก็ยังจะคงยืนยันว่า อาตมาไม่เห็นว่า ขนมพระเครื่องนี่ เป็นเรื่องของการปรามาสหรือลบหลู่อะไร

อาตมาชอบนะ แม้ท่านนิพิฏฐ์จะบอกว่า ท่านสะเทือนใจกับความเห็นของอาตมา ขอบคุณท่านที่ให้เกียรติกล่าวถึง แต่กระนั้น อาตมาก็อยากจะฝากให้ท่านนิพิฏฐ์หรือใครก็ตามอีกหลายๆ คนที่บอกว่าตัวเองเป็นคนพุทธ ช่วยกันสะเทือนใจให้มากหรือให้ไกลกว่านี้ไปอีก

ขออย่าเป็นแต่ว่า กับกรณีของขนมพระเครื่องนี้เท่านั้น ที่สะเทือนใจ หรือกับแค่ขนมพระเครื่องนี้เท่านั้น ที่ทำให้รู้สึกว่า ศาสนาถูกลบหลู่ทำร้ายเหลือเกิน

ขอให้สะเทือนใจกันเถอะนะ สะเทือนใจไปให้มากพอที่จะเห็นว่า ทุกวันนี้ พระพุทธเจ้าและพระบวรพุทธศาสนา ถูกปรามาสเหลือเกิน ถูกลบหลู่เหลือเกิน แต่ไม่ใช่ถูกปรามาสหรือถูกลบหลู่เพราะถูกทำให้กลายเป็นขนมอย่างที่เห็นแล้วยอมรับกันไม่ได้อยู่นี่

พระพุทธเจ้าถูกชาวพุทธในสังคมนี้ลบหลู่มานานมากแล้ว ถูกลบหลู่ด้วยการที่พวกเขาพากันเอาเทวรูป เอาผีสางนางไม้ เอาผีเด็ก เอาไสยศาสตร์เอาโหราศาสตร์เข้ามาไว้ในเขตพุทธสถานอันเป็นเหมือนกับบ้านของท่านอย่างหน้าไม่อาย

พระพุทธเจ้าถูกชาวพุทธในสังคมนี้ลบหลู่ ด้วยการที่พวกเขาทำให้ท่านเป็นเหมือนศาลเพียงตา เป็นเหมือนกับภูติผีตนหนึ่ง ซึ่งพวกเขาจะบนบาน จะเอาหัวหมู เอาไข่ต้ม หรือแม้แต่เอานางรำ มาเซ่นไหว้หรือมาบูชายัญถวายกันถึงในโบสถ์ในวิหาร

พระพุทธเจ้าถูกลบหลู่เหลือเกิน ไม่ใช่ลบหลู่ด้วยการถูกทำให้กลายเป็นขนม แต่ถูกลบหลู่ด้วยการถูกทำให้กลายเป็นสินค้าสำหรับอวดอ้างสรรพคุณต้มตุ๋นผู้คน ถูกลบหลู่ด้วยการถูกทำให้เป็นเครื่องรางทางไสยเวทย์ ให้กลายเป็นสิ่งที่คนแย่งกันอยากจะมีไว้ครอบครอง เพียงเพราะคิดว่ามันจะบันดาลสิ่งต่างๆ ร้อยแปดพันเก้าให้ได้

พระพุทธเจ้าถูกลบหลู่เหลือเกิน ลบหลู่ด้วยการที่คนพุทธหลายคนพากันแอบอ้างตัวเองเป็นเจ้าสำนักเจ้าลัทธิแทนพระพุทธเจ้า พากันขโมยธรรมของท่าน พากันบิดเบือนคำสอนและกล่าวตู่

พระพุทธเจ้าถูกลบหลู่เหลือเกิน ลบหลู่ด้วยการที่แม้แต่พระภิกษุซึ่งเป็นนักบวชในศาสนาของท่านอกตัญญู และพาเอาใจออกห่างจากท่านเพื่อไปศรัทธาไปบูชาเศียรบูชาเทพของศาสนาอื่น

ช่วยกันปกป้องพระพุทธเจ้าเถอะนะ ช่วยกันสะเทือนใจ ผู้ใดรักษาพระศาสนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าได้รักษาพระพุทธเจ้า ผู้ใดปกป้องพระพุทธเจ้า ผู้นั้นต้องปกป้องพระศาสนธรรม

อาตมาดีใจที่เห็นใครหลายคนออกมาแสดงความรักในพระศาสนาขนาดนี้ แต่ก็ขอฝากไว้สักนิดอย่างตรงไปตรงมาว่า อย่าพากันเป็นแต่พวกปากว่าตาขยิบเลยนะ

อย่าเป็นคนพุทธที่รับไม่ได้แต่กับเรื่องขนมพระเครื่อง ในขณะที่ตัวเองก็ยังบูชาเครื่องรางของขลัง ยังกราบไหว้เทวรูปนอกศาสนา ยังบูชาสัตว์เดรัจฉาน หรือแม้แต่ถือฤกษ์ยามตื่นมงคล

อย่าเป็นคนพุทธที่รับไม่ได้แต่กับเรื่องขนมพระเครื่อง ในขณะที่ตนเองก็ยังชอบพอและหาชีพเลี้ยงกินด้วยการเอาพระพุทธเจ้าไปเป็นสินค้าสำหรับตัวเอง

ช่วยกันนะ ช่วยกันสะเทือนใจ

ป.ล. แท้จริงแล้วพระพุทธศาสนาในบ้านเมืองนี้กำลังจะหายไป แต่ไม่ได้หายไปเพราะถูกเอาไปทำเป็นขนม แต่กำลังจะหายไปเพราะถูกคนที่อ้างว่าเป็นชาวพุทธนี่แหละ ทำให้กลายเป็นศาสนาอื่น ลัทธิอื่น ความเชื่ออื่น แต่พวกเขาก็มองไม่เห็นกันเลย

บทความก่อนหน้านี้ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดี 9 แกนนำพันธมิตรชุมนุมดาวกระจาย ไล่รัฐบาลสมัคร ปี 51 ไป 24 มิ.ย.
บทความถัดไปบอร์ดก.ค.ศ.เคาะเกณฑ์ย้ายบิ๊กร.ร. เห็นชอบ 1,081 อัตรา ลง62 เขตพื้นที่ฯ 20 สพม.ใหม่ ได้ 488 อัตรา