เรืองไกร จี้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ ตุลาการศาลรธน. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปมวินิจฉัยบ้านพักประยุทธ์

วันที่ 19 เมษายน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า วันนี้ตนส่งประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ระเบียบศาลปกครองฯ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายแต่ไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษานั้น ใช้ไม่ได้ และเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง ไปให้ ป.ป.ช. เพื่อประกอบการตรวจสอบตามคำร้องเรื่องระเบียบกองทัพบกฯ ก่อนหน้านี้ โดยคำวินิจฉัยเรื่องระเบียบศาลปกครองฯนี้ จึงชี้ให้เห็นถึงคำวินิจฉัยเรื่องระเบียบกองทัพบกฯ ก่อนหน้านี้ว่า

การที่ศาลรัฐธรรมนูญนำระเบียบกองทัพบกฯ ปี 2548 ที่ไม่ได้ออกโดยอาศัยกฎหมายใดและไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ก็นำมาใช้วินิจฉัยให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไม่ต้องพ้นจากตำแหน่งนั้น น่าจะเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ ทั้งสองคำวินิจฉัยเมื่อนำมาเทียบเคียงกัน จะทำให้สงสัยได้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีการวินิจฉัยแบบสองมาตรฐานหรือไม่ ดังนั้น ถ้าหากคำวินิจฉัยเรื่องระเบียบศาลปกครองฯ ใช้ไม่ได้ ก็ควรแปลว่าระเบียบกองทัพบกฯ 2548 ย่อมใช่ไม่ได้ด้วย แต่ทำไม ศาลรัฐธรรมนูญจึงนำมาใช้

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า เมื่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญทั้งสองมีมาตรฐานการตีความระเบียบแตกต่างกัน กรณี จึงเป็นหน้าที่และอำนาจของ ป.ป.ช. ที่จะต้องตรวจสอบชี้มูลต่อไปโดยเร็วเพื่อส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาพิพากษาว่า การที่ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นำระเบียบกองทัพบกฯ 2548 มาวินิจฉัยนั้น จะมีความผิด หรือไม่

ทั้งนี้ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีพลเมืองดีส่งหนังสือมาทางไปรษณีย์จำนวน 5 หน้า ชี้ช่องกฎหมายและระเบียบรวม 8 รายการ เพื่อให้ร้องเอาผิดพล.อ.ประยุทธ์ ที่อยู่บ้านพักทหารโดยไม่ชอบ เมื่อพิจารณาตามกฎหมายและระเบียบดังกล่าวแล้วเห็นว่า โดนแน่ แต่เพื่อความไม่ประมาทจึงต้องตรวจสอบรายละเอียดของข้อกฎหมายและระเบียบให้รอบคอบ เพื่อร้องขอให้ ป.ป.ช. เอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไปโดยเร็ว งานนี้ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะผู้ถูกร้องมีตัวช่วยเยอะแถมยังอ้างว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ตนจึงส่งจดหมายไปถึง ป.ป.ช. ขอให้รีบตรวจสอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า การนำระเบียบกองทัพบกฯ 2548 มาวินิจฉัยนั้น เป็นปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือไม่

บทความก่อนหน้านี้‘โอ๊ค พานทองแท้’ ฟาดยับ “ประยุทธ์” แก้โควิดเหมือน ‘ตาบอดคลำทาง’ วอนลาออกให้คนเก่งบริหาร
บทความถัดไปคลังไล่กวาดที่เหลือ “งบฯ-เงินกู้” 3.8 แสนล้าน รับมือโควิดระบาดรอบใหม่