จีนถึงกับพูดเอง วัคซีนป้องกันโควิดของจีนประสิทธิภาพต่ำ หันผสมสูตรอื่น

สำนักข่าว เอพี รายงานวันที่ 11 เม.ว่า ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคของประเทศจีน นายเกา ฟุ กล่าวยอมรับว่าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของจีนมีประสิทธิภาพต่ำ ดังนั้นทางการจึงเล็งที่จะผสมสูตรกับวัคซีนตัวอื่น

การที่ จีนพูดเอง ถึงจุดอ่อนของวัคซีนจีนแทบไม่เคยมี หลังจากจีนส่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไปให้หลายๆ ประเทศ มาจากการแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 10 เม.ที่เมืองเฉิงตู ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ผอ.เกา ฟุ กล่าวว่า “วัคซีนของจีนมีอัตราป้องกันที่ไม่สูงนัก

ตอนนี้ภายใต้การทบทวนอย่างเป็นทางการ เราคิดว่าควรใช้วัคซีนที่มีสายทางเทคนิคสำหรับกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกัน” นายเกากล่าว

สำหรับประสิทธิภาพของวัคซีน ซิโนแวค มีอัตราป้องกันการติดเชื้อที่ร้อยละ 50.4 เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับวัคซีนของไฟเซอร์ ที่มีอัตราการป้องกันสูงร้อยละ 97 และจนถึงขณะนี้จีนยังไม่อนุมัติการนำเข้าวัคซีนต่างชาติเข้ามาในประเทศ นับจากมีโรคโควิด-19 ปรากฏขึ้นปลายปี 2562

ผอ.กองควบคุมโรคของจีน ไม่ได้แจกแจงรายละเอียดว่าจะมีการเปลี่ยนยุทธศาสตร์การผลิตวัคซีนตรงไหนอย่างไร แต่เอ่ยถึงเทคนิคการทดลอง mRNA ที่บริษัทของผู้พัฒนาวัคซีนชาติตะวันตกใช้กันอยู่ แม้ว่า นายเกาเคยตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของวัคซีนที่ใช้แนวทาง mRNA ของชาติตะวันตก ว่าอาจมีผลข้างเคียงเชิงลบ เพราะช่วงการทดสอบครั้งแรกไปใช้กับคนที่มีสุขภาพดี

สำหรับผลการฉีดวัคซีนของจีน จนถึงวันที่ 2 เม.มีผู้ได้รับสองโดสแล้ว 34 ล้านคน และหนึ่งโดส 65 ล้านคน

ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การผสมสูตรวัคซีน หรือการสร้างระบบภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่องกันจะช่วยเสริมความมีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น อย่างกรณีที่อังกฤษ มีการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะผสมวัคซีนไฟเซอร์กับวัคซีนแอสตราเซเนกาเข้าด้วยกัน

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวซินหัวของจีน ไม่ได้รายงานถึงจุดอ่อนของวัคซีนจีนแบบสำนักข่าวเอพี แต่ระบุถึงการพัฒนาวัคซีนแบบลูกผสมตัวใหม่ โดยสถาบันวัคซีนและเซรุ่มแห่งชาติจีน ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านชีววิทยาศาสตร์ของซิโนฟาร์ม (Sinopharm)

วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตัวนี้พัฒนาขึ้นโดยอิงจากลักษณะโครงสร้างของตำแหน่งตัวรับยึดเกาะ (receptor-binding domain) ภายในสไปก์โปรตีน หรือ โปรตีนเอส (S protein) ของเชื้อไวรัส โดยใช้พันธุวิศวกรรมในการสร้างสำเนาของโปรตีนเอสที่ไม่เป็นอันตรายเพื่อเร่งการเกิดแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์

วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตัวนี้มีความสมบูรณ์และเหมาะสำหรับกระบวนการผลิตขนาดใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องผลิตในสถานที่มีระดับความปลอดภัยทางชีวภาพสูง เนื่องจากกระบวนการนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสที่ยังมีชีวิตอยู่

บทความก่อนหน้านี้กรมการแพทย์ ฉะรพ.เอกชน ไม่รับผู้ป่วยโควิด ชี้ไม่ใช่เวลาทำมาหากิน ควรช่วยชีวิตคน
บทความถัดไป‘ชูวิทย์‘ แฉเดือดอีก ซัด ‘รัฐบาลเพิ่งตื่น’ เผยระบาดทุกรอบ-ต้นตอล้วนจากจนท.รัฐ