เทพไท มองความหวังแก้ รธน.ริบหรี่ สำเร็จยาก พร้อมระบุ โควิดช่วยต่ออายุรัฐบาล

เมื่อวันที่ 10 เมษายน นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า

สำหรับความหวังในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดูริบหรี่ลงไปเรื่อยๆ เมื่อดูแนวทางของแต่ละพรรค แต่ละกลุ่ม ที่เสนอประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้แทบทั้งสิ้น 1.เริ่มต้นตั้งแต่การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ ที่นำเสนอให้มีการแก้ไขในประเด็นปีกย่อย ที่ไม่มีผลกระทบต่อการเข้าสู่อำนาจของ คสช.ที่พรรคพลังประชารัฐได้ประโยชน์สูงสุด และการพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เพียงเพื่อใช้เป็นข้ออ้างทางการเมืองว่า ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลแล้ว

2.ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล 3พรรค คือพรรคประชาธิปัตย์,พรรคภูมิใจไทย,พรรคชาติไทยพัฒนา ที่เสนอแก้ไขประเด็นหลัก มาตรา 256 และมาตรา 272 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเข้าสู่อำนาจของ คสช. และจะต้องใช้เสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่า 84 คนในการแก้ไข ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน

3.ข้อเสนอของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยการยกร่างใหม่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) ซึ่งจะต้องมีการทำประชามติสอบถามความเห็นประชาชนตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และจนบัดนี้การเล่นเกม เพื่อถ่วงเวลาของร่างพระราชบัญญัติประชามติ ก็ยังคาราคาซังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะสำเร็จเมื่อไหร่

4.ถ้าดูความพยายามในการเคลื่อนไหวเพื่อกดดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และขับไล่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของกลุ่มการเมืองนอกสภา 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มคณะราษฎร์ ที่แกนนำถูกจับกุมและถูกคุมขัง โดยไม่ได้รับการประกันตัว ทำให้กระแสการเคลื่อนไหวของมวลชนอ่อนแรงลง กับ 2.กลุ่มสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ก็ต้องหยุดการชุมนุมชั่วคราว เพราะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างรุนแรงอยู่ในขณะนี้ จึงทำให้ฝ่ายรัฐบาลมั่นใจว่าสามารถที่จะผ่านวิกฤติการเมืองนี้ไปได้ ท่ามกลางวิกฤตของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เข้ามาช่วยต่อลมหายใจทางการเมืองให้กับรัฐบาลอยู่ในขณะนี้

บทความก่อนหน้านี้ธนาธร ฟ้อง”อานนท์- บุญเกื้อ”คนละสำนวน โพสต์หมิ่น รุกป่าสงวน-ล้มเจ้า เรียกค่าเสียหาย3-24 ล้าน
บทความถัดไปวีระ ซัดวิษณุ ใช้สำนวนโวหารให้ ปชช.สับสน พร้อมเปิดโปงหลักฐานกรณีที่ดินกำนันเป๊าะ