เราจะตายกันหมด! “ทูตนอกแถว” ชี้โควิดระลอก 3 รัฐบาลคุมล้มเหลว ติงหมออย่าเล่นการเมืองจนเสียสำนึก

ทูตนอกแถวโพสต์ตรงๆ ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด โครงการชนะๆทั้งหลาย กลายเป็นหายนะแล้ว ติงหมอระดับกำหนดนโยบายอย่าเล่นการเมืองจนเสียความเป็นหมอ อายเพื่อนร่วมวิชาชีพบ้าง 

วันที่ 9 เมษายน 2564 นายรัศมิ์ ชาลีจันทร์ เจ้าของเพจเฟซบุ๊กเพจ ทูตนอกแถว The Alternative Ambassador และอดีตเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศ โพสต์ข้อความแสดงความเห็นกรณีการแก้ปัญหาวิกฤตโควิดระลอกใหม่ ระบุว่า

ผมเป็นนักการทูต ไม่ใช่หมอ เลยไม่อยากจะวิจารณ์การบริหารจัดการเรื่องโควิดของ ศบค./รัฐบาลนัก แต่มาถึงวันนี้มันช่างดูเละเทะ มั่วไปหมด และดูเหมือนจากทั้งไทยชนะ หมอชนะ เราชนะอะไรทั้งหลาย มันกำลังจะกลายเป็นมรณะ หายนะในระดับประเทศกันแล้วนะครับ ไม่อยากพูดก็คงต้องพูดบ้าง เพราะมันก็กระทบผมเหมือนกัน

เรื่องที่คนในฟากรัฐบาลติดโควิดมาจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อล่าสุด มันก็เป็นอีกตัวอย่างล่าสุดของความล้มเหลวของรัฐบาลในการควบคุมเรื่องนี้ แล้วก็โยนความผิดให้ประชาชน คนทำมาหากิน คนที่เขาไม่ผิดอะไรด้วยโดยไม่มีการเยียวยาใดๆ และไม่มีการลงโทษคนที่เป็นต้นเหตุแต่อย่างใด

และมันก็ตอกย้ำว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีไว้เพื่อเหตุผลทางการเมือง เอาไว้จัดการกับผู้คิดต่างทางการเมืองเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีไว้ป้องกันโรคจริงๆ

หันไปดูเรื่องการจัดหาวัคซีนให้ประชาชนยิ่งอ้างว้าง ผมรู้สึกทุเรศมากที่เห็นหมออาวุโสบางคนออกมาปกป้องการดำเนินการเรื่องนี้ บ้างบอกประเทศไทยไม่ร่ำรวย ไม่มีงบประมาณไปซื้อวัคซีนจำนวนมากได้

โทษนะครับ คนเป็นหมอที่ว่าฉลาดๆนี่ ไม่รู้หรือว่าเรามีงบซื้ออาวุธมากมายทั้ง รถถัง เครื่องบิน เรือดำน้ำ ฯลฯ และประเทศไนจีเรียในแอฟริกาได้วัคซีนไปแล้วร่วมสี่ล้านโดสเมื่อเดือนกว่ามาแล้ว ประเทศเล็กๆ อย่างภูฏานก็ฉีดวัคซีนให้คนเขาอย่างทั่วถึง

จากตารางข้างล่างที่เอามาให้ดู ประเทศไหนๆ จะเล็กจะจน เขาก็ต้องมุ่งดำเนินการจัดหาวัคซีนมาให้ประชาชนในจำนวนมากเท่าที่จะทำได้ ส่วนไทยเป็นประเทศที่จัดอยู่ท้ายสุดในโลกที่ฉีดวัคซีนให้กับประชาชน นี่หรือครับคุณหมอทั้งหลาย ที่คุยว่าการแพทย์ ระบบสาธารณสุขเราดี เราเก่งนักหนา

บุคลากรทางแพทย์ที่เก่งๆ และเสียสละนั้นมีมากมายและน่าชมเชย แต่พวกหมอที่เป็นคนกำหนดนโยบายและที่เล่นการเมืองจนลืมความเป็นหมอ ผมว่าท่านน่าจะอายต่อเพื่อนร่วมอาชีพและประชาชนบ้าง

ตอนนี้ได้ยินข่าวจากหลายแหล่ง ไม่รู้จริงแค่ไหนตรวจสอบกันเอง ว่าโรงพยาบาลหลายแห่งเตียงเต็มจากผู้ป่วยโควิดกันแล้ว และการแพร่กระจายของโรครุนแรงกว่าที่เป็นข่าวมากเพราะมีความพยายามปกปิดข่าวนี้

จากที่ได้ฟังมาขณะนี้ดูเหมือนมาตรการของทางการที่จะรับมือการแพร่ระบาดรอบใหม่นี้จะหลงทางอีก เพราะเสนอปิดเฉพาะพวกสถานบันเทิงทั้งหลาย ทำอย่างกับว่าเชื้อโรคมันรู้โมงยาม จะออกมาแต่เวลากลางคืน

คือจะปิดหมดก็เกรงใจพวกธุรกิจขนาดยักษ์ นายทุนขาใหญ่ ก็ไปปิดพวก SME คนทำมาหากินตัวเล็กๆ ไปลงโทษคนที่เขาไม่ผิดอะไรด้วย โดยไม่มีการชดเชยแต่อย่างใด

ณ ตอนนี้ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับหลายท่านที่บอกสถานการณ์มันเริ่มรุนแรงมากและควรต้อง lock down อย่างจริงจังแล้ว ซึ่งถ้าปิดหมด นอกจากจะมีประสิทธิภาพกว่าแล้ว ยังเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่เลือกปฏิบัติ เป็นที่เข้าใจได้  และจะอย่างไรควรเปิดเผยพูดกับประชาชนตรงๆให้รู้ถึงสถานการณ์ที่แท้จริง

ที่สำคัญควรเร่งหาวัคซีนอย่างรีบด่วน รวมทั้งเปิดให้นำเข้าวัคซีนอย่างสะดวกและทั่วถึงด้วย (ประเทศอื่นๆเขาฉีดกันฟรี) อ้อ หยุดอ้างเรื่องงบประมาณอะไรนั่นด้วย ฟังแล้วจะอ้วก

Bottom line คือประชาชนจะตายกันอยู่แล้ว ไม่จากโรคก็จากจน

ท่านกำลังทำไรกันอยู่หรือครับ?

ก็ให้นึกถึงคำพูดสมัยที่บางคนเขาไล่ผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งที่ชอบธรรม

“ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด”

นะครับ นะครับ

 

ผนงรจตกม

ผมเป็นนักการทูต ไม่ใช่หมอ เลยไม่อยากจะวิจารณ์การบริหารจัดการเรื่องโควิดของ ศบค./รัฐบาลนัก…

โพสต์โดย ทูตนอกแถว The Alternative Ambassador เมื่อ วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2021

บทความก่อนหน้านี้‘การบินไทย’ คัดพนง.ออกรอบแรก 4,250 คน เผยเปิดสมัครรอบ 2 สุดหิน
บทความถัดไปอลหม่าน! แรงงานอินเดีย หนีโควิด-19จากเมืองใหญ่ หลังยอดผู้ติดเชื้อพุ่ง 1.3แสนคน