นิสิตแสบ! หอบหรีด วางหน้าห้อง ‘ไชยันต์’ อ.จุฬาคนดัง ผู้ตื่นตัวจับผิดธีสิส ป.เอก “ณัฐพล”

นิสิต กลุ่มคณะจุฬาฯ เล่นแสบ! วางพวงหรีด หน้าห้องพัก ‘ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร’ พร้อมระบุข้อความไว้อาลัยทางวิชาการ

วันนี้ (6 เม.ย.) กลุ่ม ‘คณะจุฬาฯ’ ซึ่งเป็นกลุ่มนักกิจกรรม นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เผยแพร่ภาพพวงหรีด และข้อความยกเลิก ม.112 บริเวณหน้าห้องทำงานของ ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร ศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีข้อความระบุ ไว้อาลัยแด่เสรีภาพทางวิชาการและความสูญเปล่าทางการศึกษา และขอมอบดอกไม้เป็นกำลังใจให้ ศ.ดร.ไชยันต์ มีกำลังในทางปัญญามากพอ ที่จะสร้างสรรค์งานมาโต้แย้งผลงานวิชาการที่ ศ.ดร.ไชยันต์ ไม่เห็นด้วย

กรณีดังกล่าวนั้น สืบเนื่องจากกรณีอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งกรรมการสอบสวน ดร.ณัฐพล ใจจริง รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2552 ผู้แต่งหนังสือ “ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ” และ “ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี” เพื่อขอให้ยุติการสอบสวนกรณีวิทยานิพนธ์ หัวข้อ “การเมืองไทยสมัยรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ภายใต้ระเบียบโลกของสหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2491-2500)” ของนายณัฐพล ที่พบว่ามีการอ้างอิงข้อความอันเป็นเท็จ อ้างว่าเพื่อปกป้องเสรีภาพ และ มาตรฐานทางวิชาการ

โดยต่อมามีการลงชื่อนักวิชาการ จำนวน 279 รายชื่อ รวมถึง นักวิชาการนับร้อยคนจากมหาวิทยาลัยต่างๆในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย ได้ส่งจดหมายไปยังผู้บริหารระดับสูงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพทางวิชาการ จากปมวิทยานิพนธ์ดังกล่าว ซึ่งเริ่มต้นจาก นายไชยันต์ ได้ทำหนังสือถึงบัณฑิตวิทยาลัย แจ้งปัญหาความคลาดเคลื่อนของข้อเท็จจริงในวิทยานิพนธ์ในปี 2561 จนเป็นข้อพิพาททางวิชาการ จนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ นายไชยันต์ เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่รู้จักกันในฐานะอาจารย์รัฐศาสตร์จุฬาฯ ผู้ฉีกบัตรเลือกตั้งต่อหน้าสื่อมวลชนในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2549 ในแนวทางอารยะขัดขืน นอกจากนี้ไชยันต์ยังเป็นนักวิชาการที่เขียนบทความเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ อีกมากมาย

บทความก่อนหน้านี้กมธ.กฏหมาย นัดโหวตตัดสิน จะเรียกปธ.ศาลฎีกา แจงข่าวลือ ห้ามประกันนศ.หรือไม่?
บทความถัดไปปิยบุตร ลั่น ขอจัดการ “รื้อระบอบประยุทธ์” ตอนนี้ยังไม่แตะ รธน.หมวด 1-2