‘ภาคีเซฟบางกลอย’ แนะรัฐบาลจัดสรรที่ให้ผู้ลี้ภัยพม่า ย้ำมนุษยธรรมอยู่เหนือข้ออ้างการเมืองระหว่างประเทศ

‘เซฟบางกลอย’ แนะ รบ.จัดสรรที่ให้ผู้ประสบภัยเมียนมา ย้ำ มนุษยธรรมอยู่เหนือข้ออ้างการเมืองระหว่างประเทศ ต้องไม่ถูกเลือกปฏิบัติ

วันที่ 4 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา กลุ่มภาคีเซฟบางกลอย ออกแถลงการณ์เรื่อง มนุษยธรรมย่อมอยู่เหนือข้ออ้างทางการเมืองระหว่างประเทศทั้งปวง กรณีผู้ประสบภัยเมียนมาลี้ภัยเข้าชายแดนไทย

แถลงการณ์ระบุว่า ท่ามกลางความรุนแรงทางการเมืองในประเทศเมียนมาหลังผ่าน 2 เดือนแห่งการรัฐประหาร สถานการณ์ในขณะนี้เข้าใกล้คำว่า “สงครามกลางเมือง” ขึ้นทุกที เมื่อมีประชาชนร่วม 1,000 ชีวิตต้องสูญเสีย เซ่นสังเวยการต่อสู้คัดค้านการรัฐประหาร เรียกร้องประชาธิปไตย และยังไม่มีท่าทีว่าสถานการณ์จะบรรเทาความรุนแรงลงแต่อย่างใด

นอกจากนั้น ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานว่ากองทัพเมียนมาใช้ยุทธวิธีเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อสหภาพกะเหรี่ยง หรือเคเอ็นยู ซึ่งกระทบหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงตามแนวชายแดนฝั่งตะวันออกของเมียนมาที่ติดกับชายแดนตะวันตกของไทย

เริ่มที่หมู่บ้านเด่ปูโหน่ ในคืนวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บสาหัส 8 คน ความกลัวต่อการโจมตีทางอากาศทำให้มีประชาชนกว่า 10,000 คนต้องหลบหนี และพยายามหาที่พักพิงหลบภัยในป่า ชาวบ้านกะเหรี่ยงหลายพันคนจำเป็นต้องลี้ภัยมายังประเทศไทย มีทั้งผู้หญิง หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และคนชรา

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่าไม่มีการผลักดันให้ผู้อพยพกลุ่มดังกล่าวกลับไปยังเมียนมา อ้างว่าได้มีการชี้แจงและสอบถามกลุ่มผู้อพยพแล้วว่ามีปัญหาอย่างไรบ้าง ซึ่งผู้อพยพกล่าวว่าไม่มีปัญหา จึงขอให้กลับไปยังดินแดนของเมียนมาก่อน

พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า “ไม่ได้เอาปืนผาหน้าไม้ไปจี้ไปไล่เขา จับไม้จับมืออวยพรให้กับเขาด้วยซ้ำ นั่นคือมนุษยธรรม เอาไว้ให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นค่อยๆ แก้กัน”

หลังจากนั้น คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น หรือทีบีซี ฝั่งเมียนมา ได้ส่งหนังสือถึงพีบีซีฝั่งไทย ลงวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ระบุว่า กองกำลังเมียนมากำลังจะเปิดยุทธการสู้รบกับสภากอบกู้รัฐฉาน และกองทัพรัฐฉาน ซึ่งมีฐานบัญชาการอยู่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ทำให้สถานการณ์การอพยพของกลุ่มชาติพันธุ์จากมเมียนมามายังชายแดนประเทศไทยมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอีก

ภาคีเซฟบางกลอย ในนามกลุ่มประชาชนผู้ขับเคลื่อนเรื่องบ้าน ที่อยู่อาศัย และดินแดนจิตวิญญาณของพี่น้องกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มีความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่กำลังดำเนินไปในเมียนมา และรู้สึกไม่สบายใจต่อท่าทีของรัฐบาลที่ยังคงนิ่งเฉยต่อการแก้ไขปัญหา เยียวยาผลกระทบทางร่างกายและจิตใจของกลุ่มผู้อพยพ ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์

เราไม่มั่นใจว่าการอพยพกลับไปยังดินแดนเมียนมาคือการ “สมัครใจ” ดังที่นายกรัฐมนตรีกล่าวอ้าง และแม้จะมีการแถลงข่าวจากผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนในภายหลังว่า หากแนวโน้มสถานการณ์ยังรุนแรงขึ้น จังหวัดจะดำเนินการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย เราเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวยังไม่ชัดเจนเป็นรูปธรรม

เราเห็นว่า การปกป้องชีวิตของผู้เดือดร้อนเป็นสิ่งที่มนุษยชาติพึงกระทำเพื่อช่วยเหลือกัน ในวันที่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์จากประเทศเมียนมาไม่อาจหวนกลับแผ่นดินเกิดได้จากภัยสงครามเช่นนี้ การช่วยเหลือด้านปัจจัยสี่ และที่พักพิงที่ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

หากรัฐบาลไทยมองว่า “คนเท่ากัน” จริง ควรมีการจัดสรรพื้นที่ให้พี่น้องผู้ประสบภัยได้พักพิงในยามวิกฤต

เราขอยืนยันว่า ไม่ควรมีใครต้องถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นชนชาติ เชื้อชาติไหน เพราะมนุษยธรรมย่อมอยู่เหนือข้ออ้างทางการเมืองระหว่างประเทศทั้งปวง

คนต้องเท่ากัน ชาติพันธุ์ก็คือคน
ภาคี #SAVEบางกลอย
4 เมษายน 2564

บทความก่อนหน้านี้‘เลขาสมช.’ เผย ยังไม่หว่านแหใช้ เคอร์ฟิว หลังเกิดคลัสเตอร์ทองหล่อ
บทความถัดไปรั่วอีกแล้ว! ข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 500 ล้านบัญชี ถูกเผยแพร่อยู่บนโลกออนไลน์