คนแห่ฟัง! Clubhouse ทักษิณ โผล่ในนาม Tony เล่าไอเดีย-ตอบคำถามห้องไทยรักไทย ใครเกิดทัน มากองกันตรงเน้

วันที่ 22 ก.พ. ใน แอพClubhouse ห้องสนทนา ไทยรักไทย ใครเกิดทัน มากองกันตรงเน้ มีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาร่วมพูดคุยโดยใช้ชื่อ Tony Woodsame เป็นครั้งแรกที่นายทักษิณเล่น แอพพลิเคชั่น คลับเฮ้าส์ และมีอดีตรัฐมนตรีหลายคนในคณะรัฐบาลทักษิณ

เช่น นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ และคนดังไทยรักไทยร่วมแจม

โดยมี นายธีรัตถ์ รัตนเสวี อดีตโฆษกรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้ดำเนินรายการ

นายทักษิณได้เล่าประสบการณ์ จากการป่วยจากโรคโควิดและวิธีการรักษาตัวในช่วงป่วย นอกจากนี้ยังได้เล่าถึงที่มาของพรรคไทยรักไทย การสร้างนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ในยุคดังกล่าว

นายทักษิณ พูดถึง จุดแข็งจุดอ่อนของพรรคเพื่อไทยว่า จุดแข็งคือ ทุกครั้งเป็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาที่กว่าพรรคอื่น จุดอ่อนคือ ต้องสร้างและต้องหา ผู้นำที่เข้าใจปัญหาปัจจุบัน รวมถึงที่ยึดมั่นหลักของไทยรักไทย

นอกจากนี้ยังบอกที่มาของ ชื่อTony โทนี่ ที่ใช้ นั้นได้มาจากสมัย ไปเรียนที่ต่างประเทศ เพื่อนชาวต่างชาติออกเสียงเรียกคำว่า ทักษิณ ไม่ได้ เลยให้เรียกง่ายว่า โทนี่

นายทักษิณ ยังวิจารณ์การแก้ไขปัญหาโควิด-19 ของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า “ควรเปิดตลาดการค้า ใส่ใจด้านเศรษฐกิจมากกว่านี้ จากแก้ไขแบบนี้เหมือนทำให้คนไทยตายผ่อนส่ง”

มีผู้ร่วมสนทนาได้ถามถึงการออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยของคนรุ่นใหม่ และถ้านายทักษิณ เป็นนายกในตอนนี้จะทำอย่างไร

นายทักษิณ ได้ตอบว่า การเคลื่อนไหวนั้นมองว่าเกิดจากเด็กรุ่นใหม่เริ่มมองไม่เห็นอนาคต เราคิดว่าทำยังไงทำให้ประเทศไทยเปิดกว้างเสรี มีความรู้ความสามารถ เด็กๆยุคนี้อดีตเขาอาจจะเคยเห็นรัฐบาลไทยรักไทย ได้ยินพ่อแม่พูดว่า ตอนนี้กำลังจะซื้อบ้าน ซื้อรถ ตอนปัจจุบัน เขาได้ยินพ่อแม่ พูดว่า กำลังขายรถ ขายบ้าน คำถามคือ อนาคตเขาจะอยู่อย่างไร”

“เด็กรุ่นนี้คือคน Gen Y เกิดมาจากเทคโนโลยี ผู้ใหญ่คิดว่าทำงานอย่างเดียวแล้วรวย มาตอนนี้โลกเปลี่ยนไปเยอะ ถ้าเด็กไม่เห็นอนาคต เขาก็ต้องหา ผมไม่มองแบบการเมือง มองความก้าวหน้าในชีวิต ต้องทำให้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น”

‘ผมก็จะพูดคุยกัน ทุกอย่างมีเหตุผล ประเทศเรามีมาช้านานในเรื่องสถาบันฯ เราต้องเคารพ เขาเป็นห่วงปฎิวัติ ห่วงตรงนี้เป็นหลัก ทุกอย่างอยู่ที่การพูดคุย เรื่องนี้ไม่ฟังมันไม่ได้ เราต้องรวมทุกฝ่ายเข้าหากัน และร่วมกันทำงาน เรื่องการพูดคุยเป็นเรื่องสำคัญ”

มีการตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชน ในพื้นที่มัสยิดกรือเซะ จังหวัดปัตตานี ว่า“รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่ตอนนั้นอยู่ในการควบคุมทหาร ผมก็ได้รับรายงาน ก็เสียใจ จำไม่ค่อยได้ เสียใจ”

ส่วนประเด็นเรื่องกฎหมาย 112 นั้นไม่ได้ติดตามข่าวในประเทศจึงขอไม่ตอบ

ทั้งนี้ยังมีผู้ใช้คลับเฮ้าส์ ร่วมฟังกว่า 8 พันคน เนื่องจากมีการถ่ายทอดเสียงไปยังอีกหลายห้อง

บทความก่อนหน้านี้คนเชียงรายเดือด! นัดไล่ 2ส.ส.โหวตสวน ด้านผู้ช่วยผู้แทนประกาศลาออก รับไม่ได้ทรยศ ปชช.
บทความถัดไปล้านนาคำเมือง ชมรมฮักตั๋วเมือง : “เข้าหนมวง”