ทูตปากีฯ พบ “รมว.ยุติธรรม ขอโอน 29 นักโทษกลับประเทศ พบมีปัญหาสุขภาพ-สภาพความเป็นอยู่

ทูตปากีสถาน เข้าพบ รมว.ยุติธรรม ขอโอนตัว 29 นักโทษกลับประเทศ หลังมีปัญหาสุขภาพ-ความเป็นอยู่ “สมศักดิ์”ชี้ไม่มีปัญหาเพราะไม่ใช่คดีความมั่นคง แต่ต้องหารือกระทรวงที่เกี่ยวข้องก่อน ยันราชทัณฑ์ดูแลสุขภาพผู้ต้องขังตามมาตรฐานสากล

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม นายอาซิม อิฟติกาห์ อาหมัด เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ประจำประเทศไทย เข้าพบนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อหารือเกี่ยวกับกระบวนการกฎหมายต่างๆ

นายอาซิม กล่าวว่า ที่ตนมาพบนายสมศักดิ์ วันนี้เพื่อหารือถึงการส่งตัวผู้ต้องขังชาวปากีสถาน 29 คนที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำประเทศไทย กลับไปรับโทษต่อที่ประเทศปากีสถาน เพราะที่ผ่านมาเราพบว่า ผู้ต้องขังมีปัญหาเรื่องความเป็นอยู่ และปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพมาตั้งแต่ปี 2014 และบางคนมีปัญหาสุขภาพอย่างหนักต้องพบแพทย์สัปดาห์ละ 2 ครั้ง

แม้ว่ากรมราชทัณฑ์จะมีการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขังตามมาตรฐาน แต่ทางเราก็ยังมีความกังวล รวมถึงทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนปากีสถาน ก็มีความกังวลและประสานตนมา ดังนั้น ตนจึงอยากปรึกษาเรื่องการส่งตัวผู้ต้องขัง กลับประเทศตามข้อตกลงการส่งตัวผู้ต้องขังระหว่างประเทศว่ามีความเป็นไปได้อย่างไรบ้าง

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ดีใจแทนชาวปากีสถานที่ท่านทูตเป็นห่วงเป็นใยติดตามดูแลเป็นอย่างดี แม้กระทั่งผู้ต้องขัง ในส่วนเรื่องที่ท่านทูตมาหารือนั้น กระทรวงยุติธรรมมีนโยบายการลดความแออัดในเรือนจำอยู่แล้ว ที่ผ่านมาผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดี ต้องโทษในคดีที่ไม่ร้ายแรง กรมราชทัณฑ์ก็จะมีการลดโทษ โดยการขอพระราชทานอภัยโทษ

รวมทั้งการพักโทษ ดังนั้น การที่ ประเทศปากีสถานจะขอให้ส่งตัวผู้ต้องขังกลับประเทศนั้น เราไม่ได้ขัดข้องหรือมีปัญหาอะไร เพราะเราคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และผู้ต้องขังไม่ได้ทำผิดร้ายแรงเกี่ยวกับคดีความมั่นคง

แต่ยังมีเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวกับกระทรวงอื่นๆอยู่ด้วย ดังนั้นคงต้องปรึกษากับกระทรวงที่เกี่ยวข้องด้วยว่าต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งได้เรื่องอย่างไรตนจะแจ้งให้ท่านทูตทราบอีกครั้ง ส่วนผู้ต้องขังคนใดที่มีอาการป่วยหนัก หรือมีความจำเป็นจริงขอให้ท่านส่งรายชื่อมา

ซึ่งตนยืนยันว่า กรมราชทัณฑ์นั้นดูแลผู้ต้องขังทุกคนตามมาตรฐานของสากล ไม่มีปัญหาอะไร ที่ผ่านมาเราได้เห็นแล้วโดยเฉพาะมาตรการป้องกันโควิด-19- ที่เราทำได้ดีจนไม่มีผู้ติดเชื้อ

บทความก่อนหน้านี้“มูฟฟาสท์” ตั้งเป้ายอดขายแบรนด์นางงามเติบโต 50% ในปี 64 เจาะ Big Data มุ่งเป้ารักษาฐานลูกค้าเดิม-เจาะลูกค้าใหม่
บทความถัดไปOn History : เสาหลักเมือง ร่องรอยการบูชายัญมนุษย์ในอุษาคเนย์? / ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ