“คารม” ตอบชัด จบแล้ว! แต่ไม่ลาออก ‘ก้าวไกล’ ซัดพรรคไม่รับนโยบายพัฒนาอีสาน

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 เมื่อเวลา 13.15 น. ที่รัฐสภา นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีโหวตไว้วางใจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นการโหวตสวนมติพรรคก้าวไกล ว่า จากการติดตามข่าวทราบว่าพรรคมีมติไม่ขับตนออกจากพรรค แต่จะมีนโยบายลงโทษทางวินัย โดยการไม่ให้ร่วมกิจการของพรรคหรือแม้แต่การประชุมของพรรค อยากบอกว่าที่ผ่านมาไม่ได้ร่วมกิจการของพรรคมา 1 ปีแล้ว

ส่วนการประชุมตนก็เข้าน้อยมาก และที่ผ่านมาพรรคก็ไม่เคยมอบหมายงานให้ทำ ส่วนการร่วมงานกับเพื่อนภายในพรรคก้าวไกลยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร และขณะนี้ก็เป็นกรรมาธิการคมนาคมเพียงคณะเดียว ถ้าพรรคไม่ให้ทำงานก็คือในนามพรรค แต่ถ้านามส่วนตัวส.ส.ห้ามไม่ได้ เพราะถ้าห้ามจะขัดรัฐธรรมนูญ กฎหมายรับรองสิทธิ์ไม่ต้องอยู่ภายใต้อาณัติใคร

นายคารม กล่าวอีกว่า กรณีที่ไม่ยอมเซ็นในการแก้ไขมาตรา 112 นั้นในโลกออนไลน์โดนทัวร์ลง แต่เวลากลับบ้านที่จังหวัดร้อยเอ็ดไม่มีใครด่า เพราะพวกประชาชนเข้าใจ ส่วนถ้าพรรคจะขับออกจากพรรคก็แล้วแต่เขาจะทำ

เมื่อถามว่า มีส.ส. ในพรรคบอกให้ลาออกไป นายคารม กล่าวว่า “ไม่ขอลาออกเพราะจะทำให้ขาดโอกาสในการทำงานในพื้นที่ ขอเรียนว่าตนไม่เคยขัดมติของพรรค อย่างเช่นเรื่องพ.ร.บ.โอนกําลังพล ตนก็ทำตามมติของพรรค จะแก้ไขกฎหมายสำคัญๆ ก็ทำได้ แต่ต้องพัฒนาพื้นที่ไปด้วย ตนเรียนตั้งแต่ต้นกับ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แล้วว่าที่เข้ามาอยู่ก้าวไกล เพราะต้องการพัฒนาอีสาน แต่ที่ผ่านมานโยบายหลักของพรรคในการพัฒนาพื้นที่อีสานไม่มีอะไรที่ชัดเจน และตนก็ไม่ได้รับมอบหมายให้ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย วันนี้ถือว่าจบแล้ว ตนไม่ได้ทุจริตแต่แค่เห็นต่าง”

เมื่อถามอีกว่าจะเรียกร้องให้พรรคขับออกจากพรรคหรือไม่ นายคารม กล่าวว่า ไม่ เพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นการตั้งใจให้เขาขับ ตนไม่ได้ละอ่อนทางการเมืองเช่นนั้น และไม่เคยพูดเหมือนที่เลขาพรรคฯพูด เตะหมูเข้าปากอะไรสักอย่าง แต่ตนขอบอกว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องวิชาการ แต่คือการประสานผลประโยชน์ของกลุ่มในประเทศ อย่านำตำรามาทำการเมือง พรรคที่อยู่นานๆก็ไม่ได้นำตำรามาเล่นการเมือง ดังนั้น อยู่ที่ดุลยพินิจของพรรคว่าจะขับออกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนลงพื้นที่ก็ไม่ได้ใส่ชื่อพรรคก้าวไกลมาเป็นปีแล้ว

เมื่อถามต่อว่า วันนี้ตัวอยู่พรรคก้าวไกล แต่ใจไปอยู่พรรคภูมิใจไทยแล้วใช่หรือไม่ นายคารม กล่าวว่า ไม่ใช่แบบนั้น แต่ใจอยู่พรรคใดก็ได้ที่ให้โอกาสทำงานพื้นที่

บทความก่อนหน้านี้เดินทะลุฟ้า : ก้าวต่อวันที่ 7 ออกจากปากช่องเข้าสระบุรี “ไมค์” ลั่นทุกทำทางให้เพื่อนออกมาร่วมต่อสู้ด้วยกันอีก
บทความถัดไปกองทัพกับรัฐประหาร (จบ) / นิธิ เอียวศรีวงศ์