“อนุทิน” ยัน “ประยุทธ์” ขอเป็นคนแรกรับวัคซีนซิโนแวค เมินอายุเกินคำแนะนำ

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด-19 จากบริษัทซิโนแวค ประเทศจีน ที่จะเข้ามาในประเทศไทยล็อตแรกจำนวน 200,000 โดส ว่า เรื่องของวัคซีนมีความอ่อนไหวสูงมาก ที่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในประเทศ เช่น หากประเทศใดมีโรงงานผลิตวัคซีนและมีการนำวัคซีนไปขายให้กับต่างประเทศ ซึ่งก็ไม่ได้ผิดตามหลักการค้า แต่ขณะที่ภายในประเทศนั้นๆ ยังมีการระบาดอยู่ คนในประเทศก็อาจไม่เข้าใจว่าทำไมไม่แจกจ่ายในประเทศให้ครบเสียก่อน ก็จะเป็นความกดดันให้ประเทศนั้นๆ

“ผมไม่ได้ต้องปิดบังอะไร แต่ก็จะเรียนประชาชนในเวลาที่เหมาะสม การทำงานตอนนี้อยู่บนความกลัว วันที่ 24 ก.พ. ก็ยังกลัวว่าเครื่องบินจะสตาร์ทไม่ติด แต่หากวัคซีนจะไม่มา ก็ไม่ใช่ความผิดของภาครัฐ เพราะเราทำทุกอย่างครบถ้วนแล้ว” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าวัคซีนจากซิโนแวค เข็มแรกจะเป็นการฉีดให้กับใครในประเทศ นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านนายกฯ แจ้งกับตนว่า ท่านมีความประสงค์จะฉีดวัคซีนเป็นเข็มแรก เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นกับประชาชนในฐานะผู้นำ แม้ว่าจะเรียนท่านแล้วว่าคำแนะนำของวัคซีน ควรฉีดในผู้ที่มีอายุไม่เกิน 60 ปี แต่ท่านก็ยืนยันว่า ต้องฉีดเพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นในความปลอดภัยของวัคซีน

ถามต่อว่านายอนุทิน จะฉีดเป็นเข็มที่เท่าไหร่ นายอนุทินตอบว่า “ก็ต้องฉีดต่อจากลูกพี่ผม”

ด้าน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวว่า ขณะนี้กระบวนการขึ้นทะเบียนของวัคซีน เหลือเพียงการลงนามของตน ซึ่งเอกสารทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่าสามารถขึ้นทะเบียนทัน 24 ก.พ.

วอนคิดถึงบ้านเมือง อย่ามุ่งจ้องเอาชนะกัน

นอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ว่า

ทางผู้ผลิตจากประเทศจีน รับรองแล้วว่าจะส่งวัคซีนในวันที่ 24 แน่นอน และยังแสดงความยินดี ที่ได้ช่วยเหลือภารกิจด้านสุขภาพของไทย นับว่าแผนการของไทย ยังไม่สะดุด จากนี้ ไทยจะได้วัคซีนต่อเนื่องตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป จะฉีดใคร พื้นที่ไหนบ้าง ให้เป็นไปตามการพิจารณาของคณะกรรมการที่รับผิดชอบ ซึ่งตนไม่แทรกแซง ทั้งตน และพลเอกประยุทธ์ จะได้รับการฉีดตอนไหน ก็เป็นไปตามดุลพินิจของคณะกรรมการ

ทั้งนี้ เมื่อวัคซีนมาถึง ทาง อย.และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ต้องไปตรวจสอบเพื่อให้เกิดความมั่นใจ ก่อนปักลงบนแขนของคนไทย การได้วัคซีนมาแต่ละโดสนั้น ต้องแข่งขันกันสูงมาก แต่ทีมประเทศไทย ได้ทำงานหนักจนประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องน่าชื่นชม

สิ่งที่ต้องการสื่อสารคือ หลายครั้งที่ฝ่ายการเมือง ทำให้เรื่องวัคซีน กลายเป็นความยากลำบากขึ้นไปอีก เพราะทางผู้ผลิต ก็ไม่ต้องการตกเป็นเหยื่อทางการเมือง ยิ่งไปกว่านั้น การให้ข่าวว่าวัคซีนที่ไทยนำเข้ามา มีประสิทธิภาพต่ำ มีผลข้างเคียง ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ทั้งที่ ข้อเท็จจริงคือ การฉีดวัคซีนนั้น ช่วยป้องกันอาการป่วยหนัก แทนที่จะสื่อสารเพื่อสร้างความมั่นใจ ให้ชาติปลอดภัย กลับเอาแต่นำเสนอด้านลบ จนสังคมเกิดความไม่มั่นใจ กลายเป็นอุปสรรคในการควบคุมโรค ตนต้องการให้ฝ่ายการเมือง นำเสนอเพื่อให้ชาติเดินหน้า ดีกว่ามุ่งทำทุกทางเพื่อเอาชนะคะคานกัน

ในประเด็นเรื่องการจัดหาวัคซีนซึ่งบางฝ่ายกล่าวว่ารัฐผูกขาด ล็อกสเป็ก ขอย้ำว่า ไทยพร้อมคุยกับผู้ผลิตทุกราย พร้อมขึ้นทะเบียน หากเป็นไปตามเงื่อนไข และพร้อมจัดหามาแน่นอน แต่ประเด็นคือ ผู้ผลิตหลายราย เสนอมอบวัคซีนในช่วงกลางปี ถึงปลายปี ซึ่งทับซ้อนกับช่วงที่ไทยจะได้วัคซีนจากผู้ผลิตฝั่งยุโรป

วัคซีน มีอายุขัยไม่นานนัก การเก็บไว้หลายเดือน จึงไม่เหมาะสม ดังนั้น ไทยจึงไม่ได้นำวัคซีนมาจนค้างสต็อก อีกอย่างคือ ไทยสามารถผลิตได้เองด้วย นับว่าไทยเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางสุขภาพอย่างยิ่ง

บทความก่อนหน้านี้นพ.ยง แนะคนไทยทำความเข้าใจ อาการข้างเคียง อาการแทรกซ้อน วัคซีนโควิด