’พิธา’ ชี้ 1 ปี ยุบอนาคตใหม่ บทพิสูจน์ไม่ใช่ “ตัดไฟแต่ต้นลม” แต่เป็น “ไฟลามทุ่ง”

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและอดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ได้ออกร่วมรำลึกพร้อมอดีตสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ในวาระครบ 1 ปี การยุบพรรคอนาคตใหม่ จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องถือหุ้นสื่อท่ามกลางข้อกังขาถึงแรงจูงใจทางการเมืองและใช้กลไกรัฐกำจัดพรรคคู่แข่งที่มีจุดยืนชัดเจนเรื่องนโยบายที่ท้าทายอำนาจของชนชั้นนำว่า
.
หนึ่งปีที่แล้ว ในวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญยุบ “พรรคอนาคตใหม่” ฆ่าเสียงของประชาชนกว่า 6 ล้านเสียง ไม่สนใจจะฟังเสียงของประชาชนที่ต่อต้านกลุ่มการเมืองที่กุมอำนาจรัฐและมีที่มาจากการรัฐประหาร
.
ผลจากคำวินิจฉัยยุบพรรคนำมาซึ่งการเกิดขึ้นของ “พรรคก้าวไกล” และ “คณะก้าวหน้า” พวกเราเดินหน้าต่อทันทีโดยไม่รู้สึกย่อท้อ สานต่อเจตจำนงของประชาชนทุกเสียงที่สนับสนุนภารกิจของพรรคให้สำเร็จ หนึ่งปีที่ผ่านมาเป็นการพิสูจน์แล้วว่าการยุบพรรคอนาคตใหม่ไม่สามารถหยุดยั้งเจตจำนงและภารกิจของเราทุกคนได้
.
ผมอยากชวนให้สังคมร่วมกันพิจารณาดูว่าใน 1 ปีที่ผ่านมา หลังจากการยุบพรรคอนาคตใหม่ ประเทศชาติบ้านเมืองเรามีการพัฒนาใดขึ้นบ้าง? เศรษฐกิจของประเทศเราดีขึ้นหรือแย่ลง? สภาพบ้านเมืองเราพัฒนาไปในทางไหนบ้าง? หรือผู้มีอำนาจนั้นมัวแต่มุ่งสร้างความ “นิยมชมชอบ” ให้กับตัวเองและสร้างความแตกแยกในสังคม ในขณะที่โลกของเรากำลังเดินหน้าเข้าสู่ความเปลื่ยนแปลง ความท้าทายของโลกปัจจุบัน เผชิญกับปัญหาทางธรรมชาติรูปแบบใหม่ และความเหลื่อมล้ำที่กำลังเติบโตขึ้นทุกหนแห่งเหมือนมะเร็ง บทสนทนาบนเวทีโลกกำลังมีความท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ
.
พรรคก้าวไกลยังยืนยันเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ ผ่านกลไกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งการสร้างพรรคการเมืองที่แข็งแกร่งขึ้น มีสมาชิกพรรคมากขึ้น เพื่อมาร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นสำคัญต่างๆ เป็นกระบอกเสียงของประชาชน หนึ่งปีที่ผ่านมาได้ตอกย้ำว่าการยุบพรรคอนาคตใหม่นั้นไม่สามารถที่จะฝังกลบความฝัน ความเชื่อ และเจตจำนงของพวกเราและประชาชนที่มอบความเชื่อมั่น
.
ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจที่มีให้กันเสมอมา พวกเราจะก้าวต่อไป เราจะก้าวให้ไกล และก้าวไปไม่หยุด สู่อนาคตใหม่ ที่ก้าวหน้า เท่าเทียม

บทความก่อนหน้านี้‘ศึกใน’ รถไฟฟ้าสายสีเขียว-ส้ม ร้อยรัด ‘อนุพงษ์-ศักดิ์สยาม’ สู่ ‘ศึกนอก’ เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ / รายงานพิเศษ
บทความถัดไปรอง บช.น.สั่งเอาผิดชุมชุมราษฎรหน้าสภา ฝ่า พรก.ฉุกเฉิน-พรบ.ควบคุมโรค