อินโดฯเผยผลสอบ ‘เที่ยวบิน 182’ ตกกลางทะเล ชี้จอดนิ่งในโรงเก็บเกือบทั้งปี-ก่อนบินถี่ 132 เที่ยวใน 20 วัน

วันที่ 14 มกราคม 2564 นิวยอร์กไทมส์ และ สเตรตส์ไทมส์ รายงานความคืบหน้าการสอบสวนหาสาเหตุกรณี เที่ยวบิน 182 สายการบินศรีวิจายา ของอินโดนีเซีย ประสบเหตุดิ่งตกทะเล คร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือยกลำรวม 62 ราย เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ว่า

เครื่องบินโบอิ้ง 737-500 ลำที่ประสบเหตุตกและมีอายุการใช้งาน 26 ปี จอดอยู่ในโรงเก็บเครื่องบินเกือบตลอดทั้งปีในปี 2563 เช่นเดียวกับเครื่องบินส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรมเที่ยวบินพาณิชย์ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคโควิด-19 แพร่ระบาด

แม้ยังไม่มีการชี้ชัดว่าปัจจัยนี้มีส่วนเชื่อมโยงกับการตกหรือไม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญการบินหลายฝ่ายเตือนว่าการชะงักงันของการเดินทางทางอากาศที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องอาจทำให้เครื่องบินที่ถูกเก็บมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

นายฮิว ริตชี ประธานเอวิเอชั่น อนาลิสต์ส อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัยทางการบินของออสเตรเลีย กล่าวว่ามีปัญหาใหญ่ที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลในการฟื้นฟูเครื่องบินเหล่านี้ซึ่งไม่ได้นำมาบินนาน 9 หรือ 10 เดือน เครื่องบินจำเป็นต้องใช้งานต่อเนื่องมิเช่นนั้นจะเสื่อมสภาพ

ด้านกระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเครื่องบินลำนี้เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2563 และออกใบรับรองใหม่ว่าเครื่องบินมีความสมบูรณ์พร้อมที่จะปฏิบัติงาน เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ก่อนบินจากโรงเก็บในเมืองสุรบายามายังกรุงจาการ์ตาในวันที่ 19 ธ.ค. และเริ่มให้บริการเที่ยวบินแรกในวันที่ 20 ธ.ค.

ขณะที่นายเอียน เพตเชนิก โฆษกไฟลต์เรดาร์ 24 กล่าวว่าเครื่องบินทำการบิน 132 เที่ยวนับตั้งแต่ออกจากโรงเก็บ แม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าการเก็บเครื่องไว้นานๆ มีผลต่อการตกหรือไม่ แต่เชื่อว่าทีมสอบสวนจะต้องตรวจสอบทุกประเด็นที่มีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน

บทความก่อนหน้านี้จากงานวิจัย ถึงละครที่เดินเรื่องด้วย “ผัดไทย” การต่อยอดเพื่อไทยแลนด์ 4.0
บทความถัดไป“ชัยธวัช” จี้หยุดใช้ ม.112 เครื่องมือปราบปรามการเมือง ซัดตร.ทำเกินเหตุ บุกจับนศ.กลางดึก