ปปง.ยึดทรัพย์คดีจำนำข้าว เพิ่มอีก 13 ล้าน-คดีดังยาเสพติด ห้องชุดหรู เงินสด 11ล้าน

ปปง.ยึดทรัพย์คดีจำนำข้าว เพิ่มอีก13 ล้าน-คดีดังยาเสพติด ห้องชุดหรู เงินสด 11ล้าน

เมื่อวันที่ 12 มกราคม พล.ต.ต.ปรีชา  เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า คณะกรรมการธุรกรรมในคราวประชุม ครั้งที่ 1/2564 ในวันนี้ ได้มีมติเห็นชอบ ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในรายคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ดังนี้

รายคดี นายบุญส่ง หงษ์ทอง กับพวก ซึ่งเป็นกรณีที่นายบุญส่งฯ อดีตประธานที่ปรึกษาและผู้ก่อตั้งสหกรณ์ ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด กับพวก ร่วมกันกระทำผิดหน้าที่โดยทุจริตหลายครั้ง โดยการนำเงินออกจากสหกรณ์ฯ ไปซื้อที่ดินและทรัพย์สินอื่นๆ เป็นจำนวนมาก และร่วมกันปกปิดการลักทรัพย์ โดยการทำเอกสารการกู้เงินปลอมและมติของคณะกรรมการเพื่อปิดบังไม่ให้คณะกรรมการ และผู้ตรวจสอบบัญชีทราบถึงการกระทำความผิด แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

โดยในคดีนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 163 รายการ (กระเป๋า แว่นตา และพวงกุญแจแบรนด์เนม) พร้อมดอกผล รวมมูลค่าประมาณ 4,741,000 บาท ไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

รายคดี กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวกับการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวแบบรัฐต่อรัฐ และนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร กับพวก (เพิ่มเติม) กรณีบริษัท ทีซี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (เพิ่มเติม) ซึ่งมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด อันเป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการฯ และความผิดเกี่ยวกับการยักยอกอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (5) และ (18) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

โดยในคดีนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 7 รายการ (สังหาริมทรัพย์ประเภทเครื่องจอดรถยนต์อัตโนมัติ และ เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) พร้อมดอกผล รวมมูลค่าประมาณ 13,716,609.55 บาท ไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

พล.ต.ต.ปรีชา  เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง.

ทั้งนี้ ในคดีดังกล่าว สำนักงาน ปปง. ได้มีการสืบสวนขยายผลมาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบัน มีการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 16 ครั้ง รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นประมาณ 16,221 ล้านบาท

รายคดี นายสุนทร มาเยอ กับพวก ซึ่งนายสุนทรฯ กับพวก เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดและฟอกเงินข้ามชาติของ “นายเชี่ยงมา” หรือ“เฮียช้าง” นักธุรกิจชาวจีน  ซึ่งเป็นเครือข่ายฟอกเงินยาเสพติดรายใหญ่ โดยนายสุนทรฯ เป็นผู้ขับรถขนยาเสพติดจำนวน 9,400,000 เม็ด และได้หลบหนีไปในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดอายัดยาเสพติด รถยนต์กระบะและสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร และตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายสุนทรฯ ซึ่งพบว่ามีการหมุนเวียนเงินจำนวนหลายร้อยล้านบาท

มีพฤติการณ์โอนเงินเข้าออกบัญชีบุคคลอื่นหลายราย ซึ่งเจ้าของบัญชี ที่รับโอนหรือที่โอนเข้าส่วนใหญ่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอีกส่วนหนึ่งเป็นบัญชีของผู้ที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง เส้นทางการเงินมีทั้งในและนอกประเทศที่ต้องสงสัยว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

โดยในคดีนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 39 รายการ (ห้องชุด เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร กองทุนหลักทรัพย์) พร้อมดอกผล รวมมูลค่าประมาณ 11,540,522.54 บาท ไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

พล.ต.ต. ปรีชา  กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการตัดวงจรอาชญากรรมและ ตัดเส้นทางทางการเงินของผู้กระทำความผิด สำนักงาน ปปง. จะเน้นการสืบสวนขยายผลเพื่อยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ให้เกิดความเข้มข้นและเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล

ในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและเพื่อความสงบสุข ความมั่นคงของประเทศชาติต่อไป ภายใต้ปรัชญาการทำงานที่ว่า “ทรัพย์สินใดเป็นของแผ่นดินทรัพย์สินนั้นต้องกลับคืนแผ่นดินโดยไม่มีเงื่อนไขด้วยกฎหมายฟอกเงิน” ทั้งนี้ หากพบเห็นบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด สามารถโทรแจ้งหรือสอบถามได้ที่สายด่วน 1710

บทความก่อนหน้านี้“ผู้ว่าตาก” เตรียมรับมือคนไทย 1.4พันคนจากฝั่งพม่าข้ามกลับ
บทความถัดไปครม.มีมติเห็นชอบเลือกตั้งนายกเทศมนตรี-ส.สภาเทศบาลฯทั่วประเทศ มั่นใจ มท.-กกต. พร้อมจัดเลือกตั้ง