โควิด-19 : ‘เรืองไกร’ จี้ถาม ‘ประยุทธ์’ ปมโหลดแอพฯ สมช.ยังไม่ได้รับรายงาน หลังแฉจนท.ขนคนไทยไปบ่อน

วันที่ 11 มกราคม 2564 สถานการณ์การระบาดของโควิดรอบใหม่ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อล่าสุดวันนี้ลดลงจากสัปดาห์ก็ตาม แต่สิ่งที่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมต่อเรื่องนี้คือ มาตรการรับมือจากรัฐบาลที่แถลงสู่สาธารณชนแต่ผลนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนและความสร้างสับสนยุ่งยากและปมเหตุที่นำไปสู่การติดเชื้อรอบใหม่เป็นจำนวนมากที่พุ่งเป้าไปที่ความหละหลวมจากบ่อนและปมลักลอบขนแรงงานข้ามชาติอย่างผิดกฎหมาย

เรืองไกร ถาม ‘บิ๊กตู่’ คำสั่งศูนย์ปฏิบัติการฯ พลาดหรือสับสน ปมโหลดแอพฯ ‘หมอชนะ-ไทยชนะ’

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศข้อกำหนดฯ ฉบับที่ 17 เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่กำหนดให้ประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 5 จังหวัดต้องติดตั้ง และใช้ แอพพลิเคชันหมอชนะ และไทยชนะ และมีการระบุโทษว่า ผู้ที่ฝ่าฝืนจะมีความผิดอาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างนั้น ต่อมา ในวันที่ 6 มกราคม เหมือนกัน ผบ.สส.ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการฯ ก็ได้ออกคำสั่งศูนย์ปฎิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ที่ 2/2564 เรื่อง การปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 12) ตามมา

ทั้งนี้ คำสั่งฯ ที่ 2/2564 มีความผิดปกติไม่สอดคล้องกันระหว่างชื่อคำสั่งกับเนื้อหาในคำสั่ง เพราะชื่อระบุถึงข้อกำหนดฯ ฉบับที่ 12 แตในเนื้อหากลับระบุถึงข้อกำหนด ฉบับที่ 17 ตนตั้งข้อสังเกตว่า แต่เนื้อหาในข้อกำหนดฯ ฉบับที่ 17 ระบุเรื่องพื้นที่ควบคุมสูงสุดเฉพาะแค่ 5 จังหวัด แต่คำสั่งฯที่ 2/2564 ไม่ระบุให้ชัด ทำให้ตีความได้ว่า อาจหมายความขยายรวมถึงทุกจังหวัดและกรุงเทพฯด้วย ดังนั้น คำสั่งฯ ที่ 2/2564 จึงอาจทำให้เกิดการตึความครอบคลุมให้ประชาชนทุกจังหวัดต้องติดตั้งและใช้ แอพพลิเคชั่นหมอชนะ กับไทยชนะ และอาจทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ มีอำนาจแจ้งข้อกล่าวหาในทุกท้องที่ได้ว่า ใครที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดฯ อาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ตามมาได้

นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องนี้ย่อมก่อให้เกิดความสับสนและอาจก่อความเดือนร้อนต่อประชาชน จึงต้องแก้ไขให้ชัดเจนถูกต้องตรงกัน จึงจำเป็นต้องส่งจดหมาย เอสเอ็มเอส แจ้งให้นายกรัฐมนตรี ไปพิจารณาว่าคำสั่งฯ ที่ 2/2564 ผิดพลาดสับสนหรือไม่ วันนี้ครบกำหนด 7 วันที่เคยทำหนังสือขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อแสดงหลักฐานการทุจริตต่อหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ จึงนำเรื่องนี้ไปแจ้งต่อผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบและกล่าวหาต่อไป งานนี้นายกฯจะเจอของแข็งกว่าเดิมที่หลีกเลี่ยงมิได้แน่ๆ เป็นมวยถูกคู่แล้ว ขอเตือนนายกฯเตรียมหามือกฎหมายไว้เยอะๆได้เลย แต่อย่าไปพึ่งพวกหมอดูหมอเดานะ จะบอกให้ โดยตนได้ส่งจดหมาย เอสเอ็มเอส ไปถึงนายกรัฐมนตรี แล้ว เมื่อเช้าวันที่ 11 มกราคม นายกรัฐมนตรีโปรดรอรับด้วย

สมช.เผยยังไม่ได้รับรายงาน! หลังเพจดังแฉจนท.ขนคนไทยไปบ่อน ทำติดโควิด

ด้านพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เพจแหม่มโพธิ์ดำ ออกมาแฉชายแดนแม่สอดมีเจ้าหน้าที่รัฐพาคนข้ามไปบ่อน จนนำติดเชื้อ โควิด-19 กลับเข้าสู่ประเทศว่า

ในเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานสำหรับกรณีนี้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ก็ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย เข้มงวดในเรื่องนี้อยู่แล้ว และในวันนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในข้อสั่งการเป็นหนังสือเวียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดให้รับทราบและปฏิบัติ

ซึ่งรายละเอียดของหนังสือก็ให้เข้มงวดตามแนวชายแดน หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำความผิดจะดำเนินการแน่นอนอยู่แล้ว ซึ่งนายกฯ เน้นย้ำในเรื่องนี้ และตามประกาศข้อกำหนด ที่ ออกตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 17 ที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ก็ต้องการให้ดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอพิจารณาปลดล็อกบางมาตรการในจังหวัดที่สถานการณ์ดีขึ้น ประมาณ 20 จังหวัด พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ ยังไม่ทราบ ขณะนี้ยังคงมาตรการไว้จนกว่าทางกระทรวงสาธารณสุขจะบอกว่าดีขึ้นถึงจะพิจารณาผ่อนคลาย ขณะนี้พยายามกำกับดูแลมาตรการต่างๆ ที่ออกไปเมื่อวันที่ 4 มกราคม ให้ดีที่สุด

อุบมาตรการเยียวยา ขอให้รอผลมติครม.พรุ่งนี้ 

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังการเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ว่า ได้หารือถึงมาตรการชดเชยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อโควิด – 19

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกการระบาดรอบใหม่จำนวน 4,000 บาท หรือไม่ ว่า ขอให้รอฟังผลประชุมคณะรัฐมนตรีและการแถงข่าวในวันที่ 12 มกราคมหรือพรุ่งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินการมาตรการใดๆ ทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ

‘ดีอีเอส-กสทช.’จับมือ 5 ค่าย อัพเน็ตบ้านเป็น 100 Mbps-เน็ตมือถือไม่จำกัด รับเวิร์คฟรอมโฮม

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช.) ร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย ได้แก่ ผู้ให้บริการโทรศัพท์​เคลื่อนที่​ (โอเปอเรเตอร์)​ และผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบ้านทุกราย ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค, บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (เอ็นที) และบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3BB ได้สนับสนุนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) โดยการสนับสนุนการใช้แอพพลิเคชันหมอชนะ โดยไม่คิดค่าดาต้าเมื่อประชาชนใช้แอพพลิเคชันหมอชนะ

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กำชับมาเกี่ยวกับการสนับสนุนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ของรัฐบาล โดยสำนักงานฯ ได้หารือร่วมกับสำหรับผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ได้แก่ ผู้ให้โทรศัพท์เคลื่อนที่ และผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบ้านทุกราย หารือมาตรการช่วยเหลือประชาชนช่วงโควิด-19 ระบาดรอบใหม่เพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชน ได้ข้อสรุปดังนี้

1.กรณีการใช้งานอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ (ฟิกบรอดแบนด์) หรือเน็ตบ้าน ผู้ประกอบการสนับสนุนให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ (ฟิกบรอดแบนด์) โดยปรับเพิ่มความเร็วขึ้นไม่ต่ำกว่า 100/100 เมกะบิต สำหรับผู้ใช้บริการที่ใช้บริการในโครงข่ายไฟเบอร์ และเพิ่มความเร็วให้เต็มขีดความสามารถของอุปกรณ์นั้นๆ ในกรณีที่ไม่ได้ใช้บริการโครงข่ายไฟเบอร์ เช่น xDSL

2.กรณีการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โมบายบรอดแบนด์) ปัจจุบันผู้ประกอบการได้มีการออกแพ็คเกจเสริมในการสนับสนุนการเวิร์กฟรอมโฮมอยู่แล้ว แต่เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติม จึงมีความร่วมมือในการออกแพ็คเกจเสริมพิเศษ ในราคา 79 บาทต่อเดือน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ใช้งานได้ 30 วัน ไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน (อันลิมิเต็ด ดาต้า) ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 10 Mbps เพื่อรองรับการใช้งานแอพพลิเคชันเวิร์กฟรอมโฮมต่างๆ เช่น Microsoft Teams 365, ZOOM (ค่าบริการไม่รวมค่า license ในการใช้งานแอพพลิเคชัน)

นอกจากนั้น สำนักงาน กสทช. ได้กำชับให้โอเปอเรเตอร์ทุกรายดูแลคุณภาพสัญญาณให้มีประสิทธิภาพในช่วงที่ประชาชนทำงานที่บ้าน (เวิร์กฟรอมโฮม) โดยเฉพาะเรื่องโครงข่ายในการรองรับโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ของรัฐบาล และเตรียมระบบรองรับโอทีพี ในการลงทะเบียนรับสิทธิของโครงการด้วย สำหรับโรงพยาบาลภาคสนาม สำนักงานก็ได้ขอความร่วมมือให้โอเปอเรเตอร์ทุกรายสนับสนุนการติดตั้ง อินเตอร์เน็ตไวไฟ และสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่เตรียมรองรับการปฏิบัติงานของทีมบุคลากรทางการแพทย์ และการใช้บริการ ณ โรงพยาบาลภาคสนามที่จังหวัดสมุทรสาครเรียบร้อยแล้ว

“สำนักงาน กสทช. พร้อมสนับสนุนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ของรัฐบาล และกำกับดูให้การติดต่อสื่อสารของคนไทยใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง” นายไตรรัตน์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้คุณหญิงกัลยา เปิดยุทธศาสตร์เชิงรุกปี 64 หนุนโค้ดดิ้งเพื่อประชาชน พร้อมหลักสูตรในวิกฤติโควิค-19 รองรับผู้ตกงาน
บทความถัดไป‘เคนมผง’ : ยาเสพติดสูตรใหม่ เสพทีเดียวตาย ระบาดหนักทั่วกทม.ผบ.ตร.สั่งกวาดล้าง