เมื่อ “ทูตนอกแถว” เขียนถึง “โรคสลิ่ม” หลังประเด็นร้อน ‘พิมรี่พาย’ | สาวกทรัมป์บุกสภา-ลัทธิฟาสชิสต์

10 ม.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจทูตนอกแถว The Alternative Ambassador โพสต์ถึงประเด็นร้อนในโลกออนไลน์เวลานี้ ว่า “มีแฟนๆถามถึงด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่ายังสบายดีอยู่หรือเปล่า เห็นหายหน้าหายตาไป จริงๆคือช่วงนี้พอดีเป็นโรคอ่ะครับ…โรคขี้เกียจถามหา แฮ่ะๆ

อยู่บ้านนั่งกินไวน์กินเหล้าฟังเพลง เล่นกีต้าร์อะไรไป เพราะไม่รู้จะไปไหนได้ช่วงนี้ แต่มันดันยิ่งทำให้ความขี้เกียจเขียนอะไรพอกพูน

เห็นดราม่าคุณพิมรี่พายแล้วอยากแจมบ้าง แต่คนเขียนกันเยอะแล้ว เลยอยากบอกแค่สิ่งที่แว่บเข้ามาในหัวคือ เมื่อนึกถึงว่ามีคนที่เคยยกระดับความเป็นอยู่ของคนไทยส่วนใหญ่ได้จริง ด้วยโครงการ 30 บาทฯ และกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งทำให้เขาเด่นเกินจนอยู่ไทยไม่ได้ ก็เลยมานั่งคิดว่าในโลกนี้ ส่วนใหญ่เขาแบ่งประเทศต่างๆออกเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว กับที่กำลังพัฒนา แต่ฝรั่งคงไม่รู้ว่ายังมีประเภท “ประเทศที่ห้ามพัฒนา” รวมอยู่ด้วยกระมัง

และเรื่องที่เป็นข่าวใหญ่ของโลกช่วงนี้ที่มีคนเขียนถึงเยอะแล้วเช่นกัน แต่ก็ยังอยากพูดถึงบ้าง เพราะมันสะท้อนอะไรหลายๆอย่างทั้งสังคมอเมริกันและสังคมไทยที่ควรมีการพูดถึงกันให้มาก ก็คือเรื่องกลุ่มผู้สนับสนุน ปธน. ทรัมป์บุกเข้ายึด Capitol Hill ที่ทำการรัฐสภาของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 มค. ที่ผ่านมานี้

ผมจะขอไม่ลงในรายละเอียดเพราะเนื้อข่าวมีมากมายที่ใครๆก็หาอ่านเอาได้ เพียงแต่มีข้อคิดเห็นบางประการที่อยากนำเสนอกันนะครับ ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นถือว่ามันน่าตกตะลึง ไม่เคยมีใครคิดว่าสิ่งนี้มันจะเกิดขึ้นได้ และนำมาซึ่งปฏิกิริยาจากหลายที่ในโลกที่ออกมาประนามการกระทำดังกล่าว

จริงอยู่สิ่งที่ขึ้นมันน่าตกใจว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ในอเมริกา ประเทศแถวหน้าของระบบประชาธิปไตย ภาพที่ออกมามันดูบ้าคลั่งป่าเถื่อน (ไม่ต่างอะไรกับแถวนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง)

จะอย่างไร ผมคิดว่าเราสามารถเรียนรู้ได้หลายประการจากเหตุการณ์นี้ ประการแรกคือระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่ระบอบที่สมบูรณ์ในตัวมันเอง มันมีปัญหาและช่องโหว่ที่หากเผลอก็สามารถถูกทำลาย หรือบ่อนทำลายได้ แม้แต่ประเทศที่ประชาธิปไตยฝังลึกอย่างอเมริกายังต้องเผชิญบททดสอบที่รุนแรงเช่นนี้

ประการต่อมา ความเห็นแก่ตัว ลัทธิที่เห็นคนไม่เท่ากัน หลงคิดว่าตนเองวิเศษกว่าผู้อื่น ซึ่งก็คือแนวคิดเผด็จการขวาจัดฟาสชิสต์ (Fascism) มันมีอยู่ในแทบทุกสังคมในโลก มากบ้างน้อยบ้าง ถ้าเผลอเมื่อไหร่ ไม่หมั่นคอยป้องกัน มันก็พร้อมจะโผล่หัวออกมาอาละวาดทำร้ายสังคมนั้นได้ทุกเมื่อ (ที่แย่คือคนที่สนับสนุนแนวคิดนี้ในบ้านเรา ก็ที่เรียกว่าชาวสลิ่มนั่นแหละ ดันมีไม่น้อย บ้านเมืองเลยเป็นแบบนี้) ซึ่งผมเคยพูดไปหลายครั้งแล้วว่า ไม่มีที่ไหนในโลกที่ปรากฏว่าระบบฟาสชิสต์ โดยเฉพาะเผด็จการทหารขวาจัด จะสามารถทำให้ประเทศหรือสังคมใดเจริญได้จริง มีแต่พาไปตกต่ำหรือฉิบหายในที่สุดทั้งนั้น

แล้วที่ตลกคือมีคนไทยบางคนที่ไม่เข้าใจในความเท่าเทียมกันในสังคม ออกมาประนามสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ (คนกระทรวงการต่างประเทศก็มีนะ) ซึ่งนี่ก็คืออาการคลาสสิคของคนไทยที่เป็นโรคสลิ่มนั่นเอง หลายคนคงลืมไปว่าตัวเองก็เคยไปเป่านกหวีด สนับสนุนการล้มเลือกตั้ง กวักมือเรียกทหารมายึดอำนาจประชาชน ทำลายประชาธิปไตย

บ้างก็บอกเป็นไงล่ะ นี่ไงประชาธิปไตยที่อยากได้กันนักหนา พูดแบบนี้ยิ่งตลกเข้าไปกันใหญ่ (ก็ถ้าคุณไม่ชอบประชาธิปไตยทำไมไม่จูงมือกันไปเรียกร้องขอให้แก้รัฐธรรมนูญระบุไปเลยว่าประเทศปกครองด้วยระบอบเผด็จการ ถ้าขอบกันนักก็???)

ถึงแม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอเมริกาจะช้อคคนในโลก โดยเฉพาะในหมู่ประเทศประชาธิปไตย แต่ถ้ามองในอีกแง่นี่คือความยิ่งใหญ่ของระบบประชาธิปไตยของอเมริกา ที่ถูกทดสอบครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งนับแต่ที่ประเทศนี้มีมา

ที่ไม่ว่าอย่างไร ลัทธิฟาสชิสต์คลั่งตนเองก็ไม่สามารถล้มระบบประชาธิปไตยลงได้ คนอเมริกันที่ไม่สนับสนุนนายทรัมป์ เขาอดทนรอสี่ปีเพื่อลงคะแนนเสียงไล่นายทรัมป์ออกไป ไม่ได้ใช้ทางลัด และแม้จะมีชาวอเมริกันจำนวนหนึ่งที่ติดเชื้อโรคสลิ่มพยายามจะขัดขวางผลการเลือกตั้ง (เหมือนๆแถวนี้) แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ซึ่งมันแสดงถึงระบบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งของเขา

ถ้าจะมาบอกนี่ไงประชาธิปไตยที่อยากได้นักหนา ก็ต้องเรียนว่าถ้าเราได้แบบนี้สักนิดก็บุญท่วมหัวแล้ว

แล้วที่สำคัญที่สุดอีกประการคือ ความมีวินัย ความเป็นมืออาชีพ ของทหารอเมริกัน ที่ไม่ยอมแทรกแซงระบบ (แบบแถวๆนี้ที่ทำมาเป็นฉันเสียสละนะ มาช่วยสร้างความสงบให้นะ ทั้งๆที่ทุกคนก็รู้ว่าใครที่อยู่เบื้องหลัง สนับสนุนความรุนแรงของกลุ่มเป่านกหวีด รวมทั้งไอ้โจรโล้นเหลืองนั่นด้วย เพื่อจะได้เข้ามายึดอำนาจ ทำลายระบบประชาธิปไตยของประเทศ)

ดังนั้นสิ่งสำคัญที่เราควรเรียนรู้จากเขาคือการรู้จักอดทน อดกลั้น เพื่อยึดมั่นในระบบ ถ้าไม่ชอบหน้าเหลี่ยม ไม่ชอบหน้าปู ก็ควรอดทนเล่นกันตามกติตาแล้วโหวตเขาออกไปอย่างชาติที่เจริญแล้วเขาพึงกระทำ ไม่ใช่ไปทำสิ่งผิดๆ ลัดขั้นตอน ทำลายระบบ ทำลายประเทศ ด้วยการสนับสนุนรัฐประหาร

เราต้องรักษาระบบ อยู่ในกติกาที่ถูกต้องชอบธรรม เพื่อที่สังคมเราจะได้เป็นธรรม และก้าวหน้าเจริญได้จริง ไม่ใช่จมปลักอย่างทุกวันนี้

(และก็ขอนะครับถ้าจะมาแถแบบ ก็เราเป็นประชาธิปไตยไทยๆ เราไม่เหมือนใคร บลาๆ เบื่อขี้ฟันมากเพราะมันไม่ใช่หรอกครับ ก็แค่โกหกตัวเองแค่นั้น และโปรดอย่าโทษว่าประชาธิปไตยล้มเหลว ถ้าเราไม่รู้จักเคารพมันเองแต่แรก)

ดื่นได้แล้วครับ ชาวสลิ่มทั้งหลาย อย่าฉุดรั้งประเทศต่อไปอีกเลย ตื่นๆ นะๆ

ที่มา

https://www.facebook.com/photo?fbid=152207646697769&set=a.141228444462356

บทความก่อนหน้านี้สำรวจทัศนะ2ส.ส. : วิโรจน์ จัดหนัก!อนุทิน แนวคิดไม่รักษาฟรีบางคน | ไพบูลย์อวยประยุทธ์คุมโควิดอันดับ1ของโลก
บทความถัดไปE-DUANG : สถานการณ์ จลาจล วอชิงตัน สะท้อน ประชาธิปไตย ในไทย