รู้จักกับ “หมึกบลูริง” พิษสุดอันตรายแม้เจอความร้อนสูง เตือนห้ามสัมผัส-บริโภคเด็ดขาด

วันที่ 1 ธันวาคม 2563 นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีพบ หมึกบลูริง เสียบไม้ปิ้งขายในตลาดนัด จ.ปทุมธานี ว่า หมึกบลูริง เป็นหมึกจำพวกเดียวกับหมึกยักษ์ มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก จะพบได้ในทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน รวมทั้งทะเลแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นสัตว์ที่อาศัยบริเวณผืนทรายใต้ท้องน้ำและแนวปะการัง

นายโสภณ กล่าวต่อว่า เคยมีรายงานคนที่ได้รับพิษจากหมึกบลูริง ส่วนมากจะติดมากับเครื่องมือประมงและการแอบเลี้ยงของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ทะเลแปลกสวยงาม ซึ่งทางกรมประมงได้มีประกาศห้ามมิให้เลี้ยงหรือนำเข้าหมึกชนิดนี้แล้ว แต่ยังพบมีการลักลอบนำเข้า ซึ่งเรื่องนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. และ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. ได้แสดงความห่วงใย สั่งเน้นย้ำให้เร่งประชาสัมพันธ์อย่างเข้มข้นในทุกรูปแบบ และกระจายให้ทั่วทั้งประเทศเป็นการเร่งด่วนแล้ว

นายโสภณ กล่าวอีกว่า อีกทั้งปลายปีที่ผ่านมา เคยมีการพบหมึกบลูริงเสียบไม้ปิ้งขายเช่นนี้ ในพื้นที่จ.ตาก ซึ่งตนได้มอบหมายให้นักวิชาการที่ศึกษาด้านชีววิทยาสัตว์ทะเลที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับหมึกบลูริง จัดทำสื่อการเรียนรู้และข้อมูลประกอบเพื่อการประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนทุกคนทราบ

อธิบดี ทช. กล่าวว่า ซึ่งประเด็นดังกล่าวแม้จะกลายเป็นกระแสสังคม หลายคนเริ่มรู้จักหมึกบลูริงมากขึ้น แต่เราก็ไม่อาจจะปล่อยผ่านได้ นอกจากนี้ รมว.ทส.ยังได้สั่งการให้ขยายผลไปยังสัตว์ทะเลมีพิษอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตด้วย เช่น ปลาปักเป้า แมงกระพรุน ที่มีการนำมาบริโภคกันในปัจจุบันด้วย

“ผมอยากฝากเตือนพี่น้องประชาชนทุกคนที่พบเห็นหมึกที่มีลักษณะคล้ายหมึกยักษ์แต่มีขนาดเล็ก มีลายวงสีน้ำเงินเด่นชัด ห้ามสัมผัสหรือบริโภคเด็ดขาด แม้จะผ่านกรรมวิธีด้วยความร้อนแล้วก็ตาม เนื่องจากพิษชนิดนี้สามารถทนความร้อนได้มากกว่า 200 องศาเซลเซียส สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อมีการสัมผัสหรือบริโภค หากหมดสติให้รีบเป่าปาก หรือ รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เพื่อใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งหากการช่วยเหลือเป็นผล ผู้ป่วยจะฟื้นเป็นปกติภายใน 24 ชั่วโมง เว้นแต่จะขาดอากาศนานเกินไปจนสมองตาย” นายโสภณ กล่าว

อธิบดี ทช. ย้ำว่า หากมีการพบเห็นในธรรมชาติให้พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัส และหากมีการพบเห็นว่ามีการจำหน่ายทั้งแบบยังมีชีวิตหรือขายเป็นอาหารตามท้องตลาด หรือไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ ควรแจ้งหน่วยงานกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งหรือสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดทั่วประเทศ หรือแจ้งสายด่วน GREEN CALL 1310 เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความชำนาญไปตรวจสอบโดยด่วนต่อไป

บทความก่อนหน้านี้‘อนุทิน’ หัวเราะเขินๆ เจอนักข่าวแซว ให้เรียก ‘นายกฯ’ ได้หรือยัง
บทความถัดไปเทพไท ชี้มติรัฐสภา ผ่านญัตติยื่นตีความแก้ รธน.ผ่านหรือไม่ เป็นสัญญาณสุมไฟการเมือง