‘ช่อ พรรณิการ์’ ร่วมสังเกตการณ์สืบพยานคดีอับดุลเลาะ ด้านญาติเผยถูกกีดกันไม่ให้เข้าศาล

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 เวลา 9.00 น. นางสาวพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เดินทางไปยังศาลจังหวัดสงขลา เพื่อร่วมสังเกตการณ์การนัดสืบพยานคดีไต่สวนการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ชาวปัตตานี ที่หมดสติระหว่างถูกควบคุมตัวในศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ หัวหน้าทีมทนายความฝั่งญาติของนายอับดุลเลาะ เปิดเผยว่าการนัดสืบพยานนี้เป็นนัดครั้งแรก มีขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 พฤศจิกายน โดยหลักๆเป็นการให้การของญาตินายอับดุลเลาะ และเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมตัว และการนำตัวนายอับดุลเลาะส่งโรงพยาบาล ส่วนนัดต่อไปในเดือนธันวาคม จะเป็นการสืบพยานฝั่งแพทย์ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญที่สุดในคดี

นายโมฮัมหมัดรอฮหมัด มามุ ญาติของนายอับดุลเลาะ ระบุว่าตนรู้สึกกังวลกับการพิจารณาคดี ที่บรรยากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการตรวจสอบของสาธารณะ เจ้าหน้าที่ศาลไม่อนุญาตให้ตนเข้าไปในอาคาร เพื่อรับฟังการพิจารณาคดี โดยอ้างว่าศาลสั่งไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าฟัง ซึ่งนายโมฮัมหมัดรอฮหมัด ตั้งคำถามว่าตนจะไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร เพราะเป็นพยานในคดีนี้ และเป็นญาติผู้เสียชีวิตด้วย แต่ตนต้องประสานกับทนาย ให้ขออนุญาตต่อผู้พิพากษาโดยตรง จึงสามารถเข้ามารับฟังการพิจารณาคดีได้

ส่วนนางสาวพรรณิการ์ กล่าวว่า ตนมาสังเกตการณ์ในฐานะเป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนจากครอบครัวนายอับดุลเลาะ ตั้งแต่ยังดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ของสภาผู้แทนราษฎร แม้จะพ้นจากตำแหน่งแล้ว แต่ยืนยันจะติดตามคดีนี้จนถึงที่สุด เพราะคดีอับดุลเลาะไม่ใช่แค่เรื่องของครอบครัวผู้ตาย แต่เป็นคดีที่ทำให้คนไทยจำนวนมากหันมาตระหนักถึงปัญหาการซ้อมทรมาน และการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การให้ความเป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้อง จึงถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการสร้างบรรทัดฐานทางสิทธิมนุษยชน และการสร้างสันติภาพในชายแดนใต้ด้วย

นางสาวพรรณิการ์ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า มีความกังวลเมื่อได้มาฟังการพิจารณาคดีวันนี้ เพราะตนฟังแล้วรู้สึกว่าทิศทางของการพิจารณา เป็นไปในทางที่เจ้าหน้าที่จะอธิบายว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาคดียังไม่เสร็จสิ้น มีพยานอีกหลายปากที่จะขึ้นให้การ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนจะต้องช่วยกันจับตาดูการพิจารณาคดี เพื่อให้แน่ใจได้ว่ากระบวนการเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างแท้จริง

บทความก่อนหน้านี้ศาลอาญา เบิกตัว ‘ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ’ นัดสืบพยานคดีชุมนุมปี 52
บทความถัดไปฝีมือใครม็อบเจ็บอีก ทั้ง ‘บอมบ์-ยิง’ หลังยุติชุมนุมที่หน้า ‘เอสซีบี’ รอตร.เคลียร์เป็นฝีมือใคร