ส.ส.ก้าวไกล ไม่หวั่นเจอสอบร่วมชุมนุม จ่อยื่นกลับส.ส.รัฐบาล ขึ้นเวทียั่วยุปลุกปั่นมวลชน

ส.ส. ก้าวไกล จี้รัฐจัดการการชุมนุมตามหลักสากลอย่างแท้จริง หยุดใช้ความรุนแรง ยันลงพื้นที่สังเกตการณ์การชุมนุม

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมส.ส.พรรค แถลงถึงสถานการณ์ชุมนุมของราษฎร ว่า เราต้องยอมรับข้อเท็จจริงก่อนว่า ประชาชนมีสิทธิชุมนุมเรียกร้องที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่มีการชุมนุมใดที่ผู้ชุมนุมจงใจมาก่อความรุนแรงตั้งแต่แรก เว้นแต่รัฐได้สร้างเงื่อนไขยั่วยุ และเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเงื่อนไขการชุมนุมอย่างไม่เป็นธรรมสองมาตรฐาน การทำนิติสงครามกับผู้ชุมนุมโดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเลือกปฏิบัติยัดข้อหาร้ายแรงต่างๆ และกลั่นแกล้งด้วยการจับกุมซ้ำไปซ้ำมาไม่เว้นแต่ยามวิกาล หลายครั้งที่เราเข้าไปสังเกตการณ์ชุมนุมเราพบว่า หลายครั้งรัฐบาลใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมก่อนทั้งที่ผู้ชุมนุมไม่มีท่าทีใช้ความรุนแรง มีการอ้างถึงการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของผู้ชุมนุมบางคน ซึ่งไม่ได้เข้าข่ายการก่อจลาจล และใช้เหตุการณ์หนึ่งมาเหมารวมประชาชนเพื่อใช้ความรุนแรง ที่สำคัญเราพบตามหน้าข่าวโซเชียลมีเดียโดยพบบันทึกข้อความต่างๆจำนวนมาก มีการเกณฑ์ประชาชน ใช้ยุทธิวิธีข่าวไอโอ ล็อกสเปคแฮชแทคปลุกปั่นสร้างความเกลียดชัง เพื่อให้เกิดลักษณะม็อบชนม็อบ ที่ผ่านมารัฐบาลมักจะสร้างวาทกรรมโยนบาปให้ผู้ชุมนุมคือเหยื่อ โดยที่รัฐไม่เคยยอมรับผิดทั้งที่ตนเองสร้างความรุนแรงขึ้นเอง

“รัฐไม่เคยสำเหนียกว่า ตนเองเป็นต้นตอของปัญหา พรรคก้าวไกลจึงเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการการชุมนุมให้เป็นไปตามหลักสากลอย่างแท้จริง และเรียกร้องให้รัฐบาลนี้ที่กำลังจะมอดม้วยมรณายุติการใช้นิติสงคราม การใช้กฎหมายกับประชาชนอย่างเลือกปฏิบัติ ยุติการยั่วยุด้วยขบวนการไอโอ รวมทั้งยุติกระบวนการเกณฑ์คนเพื่อหมายให้เกิดการปะทะกับประชาชนแบบม็อบชนม็อบ เพื่อให้ได้ใช้กฎหมายพิเศษคืออัยการศึก เพื่อเข้ามาจัดการประชาชนโดยไม่คำนึงถึงหลักนิติรัฐ และหากมีการทำรัฐประหารเกิดขึ้นหรือใช้กฎหมายแบบไม่สมเหตุผล มีแต่จะพาประเทศไปสู่กาลวิบัติสังคมขัดแย้งร้าวลึก เกิดการล่มสลายทางเศรษฐกิจ เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนทุกหย่อมหญ้า และประเทศไทยจะถูกขีดฆ่าทิ้งจากอารยประเทศ เราจะไม่ยอมให้เกิดการรัฐประหาร และเกิดการใช้กฎหมายแบบไร้เหตุผลอีกแล้ว” นายวิโรจน์ กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในฐานะหัวหน้าคณะติดตามการชุมนุมของนักศึกษาและประชาชน พรรคก้าวไกลมีการมอนิเตอร์เหตุการณ์ และมีการลงพื้นที่ภาคสนามไปสังเกตการณ์โดยส.ส.ของพรรคได้แก่ นายวิโรจน์, นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ,น.ส.เบญจา แสงจันทร์ , และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งการชุมนุมในวันนี้ก็เช่นกัน ทั้งนี้ สิทธิเสรีภาพของการชุมนุมเป็นของปวงชนชาวไทยอย่างชัดเจน ไม่ใช่จัดเครื่องกีดขวางมาขวางประชาชน ผู้ชุมนุมมีเจตนาชัดเจนว่าไม่ต้องการให้เกิดการปะทะหรือเกิดปมประเด็นทางการเมืองให้รัฐบาลหยิบยกไปใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินการอย่างเฉียบขาด

เมื่อถามว่า ภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันยื่นประธานรัฐสภาให้ตรวจสอบส.ส.ที่ร่วมชุมนุมกับคณะราษฎร โดยเฉพาะส.ส.พรรคก้าวไกล นายวิโรจน์ กล่าวว่า เราเป็นผู้แทนราษฎรทุกครั้งที่ไปสังเกตการณ์ชุมนม เราจะดูว่าเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติกับผู้ชุมนุมเป็นไปตามหลักสากลหรือไม่ เราต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน ที่สำคัญเราไม่เคยขึ้นเวทีเหมือนส.ส.รัฐบาล เราไม่เคยมีพฤติกรรมยั่วยุปลุกปั่น ไม่เคยใช้ไมค์ผู้ชุมนุมไปปลุกปั่นยั่วยุใคร เราครองตนในฐานะผู้แทนราษฎรพิทักษ์สิทธิประชาชน เราจึงไม่กังวล อย่างไรก็ตาม เรากำลังพิจารณาว่าจะยื่นตรวจสอบส.ส.ของพรรครัฐบาลที่ขึ้นเวทีกับที่ผู้ชุมนุมอีกฝ่ายหรือไม่ แต่ก็เชื่อว่าวันนี้ประชาชนก็พิพากษาเขาอยู่แล้ว

บทความก่อนหน้านี้“ศักดิ์สยาม”ประชุมรัฐมนตรีขนส่งอาเซียน-เกาหลี เดินหน้าแผนงาน 5 ปี 4 สาขา
บทความถัดไปสกอตแลนด์ ผ่านกฎหมายให้ผู้หญิงใช้ผ้าอนามัยฟรี ประเทศแรกของโลก