‘เศรษฐพงค์’ แนะรัฐบาลเน้นแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน-โทรคมนาคม

‘เศรษฐพงค์’ แนะรัฐบาลเน้นแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน-โทรคมนาคม เชื่อนักลงทุนพร้อมเข้ามาเพราะไทยมีคุณสมบัติครบ ชี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้ประเทศ เป็นศูนย์กลางการลงทุน

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยไต่อันดับดัชนีของเวิลด์ แบงก์ ได้อย่างรวดเร็ว โดยจากอันดับที่ 46 สู่อันดับที่ 26 และ 21 ในช่วงไม่กี่ปี โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาทาง เอกอัครราชทูต 5 ชาติ ประกอบด้วย สหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย เยอรมนี และญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ ร่วมกระตุ้นรัฐบาลไทยปรับการทำงาน ปฏิรูปศักยภาพในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เหนือกว่าใครในภูมิภาค เสนอแผนนำไปปฏิบัติได้ทันที 10 ข้อ เน้นการสร้างความโปร่งใส ขจัดความซ้ำซ้อนกฎระเบียบ และเน้นแพลตฟอร์มทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งตนเห็นว่าข้อเสนอดังกล่าวมีประโยชน์หลายเรื่อง เชื่อว่าหากเราทำได้ ประเทศไทยจะขึ้นสู่ 10 อันดับแรกของประเทศที่ประกอบธุรกิจได้ง่ายที่สุด พร้อมจะช่วยปูรากฐานสำหรับสภาพแวดล้อมในการสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่เอื้อต่อการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดจนช่วยสนับสนุนการแข่งขัน ส่งเสริมความโปร่งใส และทำให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว แต่ควรเตรียมตัวว่าไทยอยากจะอยู่จุดไหนในอีก 10 ปีข้างหน้า ขณะนี้เรายังต้องรับมือกับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมา แต่ถ้าตัดสินใจได้ดีจะช่วยให้ไทยยกระดับในเรื่องห่วงโซ่อุปทานได้ วันนี้เทคโนโลยีต่างๆพัฒนาไปไกลประกอบกับวิกฤตโควิด ซึ่งเราสามารถเน้นการค้าผ่านแดนสู่ระบบดิจิทัล เพิ่มแพลตฟอร์มรูปแบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้กระบวนการทำงานอยู่บนระบบออนไลน์ เพิ่มกระบวนการดิจิทัลในการอนุมัติขององค์การอาหารและยาออกเอกสารแบบดิจิทัล และรับลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการประมวลภาษีศุลกากรให้ทันสมัย และทบทวนกฎและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อกำจัดความซ้ำซ้อน หากทำได้ทั้งหมดนี้เชื่อว่าไทยจะมีค่าดัชนีชี้วัดของธนาคารโลกที่ดีขึ้น และนักลงทุนจะหันมาสนใจยิ่งกว่าชาติอื่นๆในภูมิภาค

“ประเทศไทยเรามีความพร้อมในเกือบทุกๆด้าน ทั้งทรัพยากร บุคคลากรที่มีความสามารถ รวมทั้งภูมิศาสตร์ที่ตั้ง หลายๆสิ่งนี้เอื้อต่อการพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์การของการลงทุน ทั้งในอาเซียนและเอเชีย หากเราพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆที่สำคัญ ทั้งระบบโทรคมนาคม เทคโลยีการสื่อสารต่างๆให้ทันสมัย พัฒนาความรู้ให้กับบุคคลากร และปรับกฎหมายให้ทันสมัย ผมเชื่อว่าว่าไทยจะสามารถยกระดับประเทศให้นักลงทุนเข้ามา เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับประชากรในประเทศได้อีกมาก”พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘สมคิด’ ยัน ส.ส.ร. ต้องมาจากการเลือกตั้ง ชี้อยากให้นำร่างไอลอว์มาพิจารณาด้วย
บทความถัดไปคนของโลก : มิเชล ฟลัวร์นอย ว่าที่ รมต.กลาโหมคนใหม่