วอนรัฐให้รถยนต์ทุกประเภทร่วม “รถเก่าแลกใหม่” ไม่ใช่หนุนแค่รถยนต์ไฟฟ้า

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท.เสนอรัฐหนุนรถยนต์ทั่วไปเข้าโครงการรถเก่าแลกใหม่ มั่นใจกระตุ้นศก.ในประเทศมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า เหตุเกี่ยวโยงหลายอุตฯ เอสเอ็มอีเพียบ เฉพาะอุตรถยนต์จ้างงาน 1 ล้านคน ชี้รถยนต์ไฟฟ้ายังไม่มีการผลิตในประเทศ เน้นนำเข้า ควรรอให้มีการผลิตในไทยเหมาะสมกว่า

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงกรณีภาครัฐเตรียมเดินหน้าโครงการรถยนต์เก่าแลกรถยนต์ใหม่กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) จำนวน 100,000 คัน ว่า เห็นด้วยกับแนวคิดของรัฐบาลในการกระตุ้นกำลังซื้อ และกระตุ้นการผลิตการใช้รถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) แต่วิธีการเหมาะสมมองว่าควรส่งเสริมรถยนต์ทุกชนิดที่ผลิตในประเทศไทยจะเหมาะสมกว่า เพราะจะสอดคล้องกับนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์ทั่วไปที่ผลิตในประเทศไทยมีความเกี่ยวพันกับหลายอุตสาหกรรม เป็นห่วงโซ่อุปทาน ทั้งอุตสาหกรรมเหล็ก ยาง สิ่งทอ พลาสติกฯลฯ รวมถึงเอสเอ็มอีที่ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ป้อนโรงงานมีการจ้างงานรวมกันมากถึง 1 ล้านคน

นอกจากนี้รถยนต์ที่ผลิตในประเทศเป็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเอทานอลและไบโอดีเซล ที่มีส่วนช่วยเกษตรกร และยังช่วยลดมลภาวะลงได้อีกทางหนึ่งด้วย ปัจจุบันประเทศไทยมียอดสะสมรถยนต์นั่งรวมประมาณ 10 ล้านคัน แบ่งเป็นรถยนต์ใช้น้ำมันเบนซิน 6.4 ล้านคัน คิดเป็น 62% และรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล 3 ล้านคัน หรือคิดเป็น 29% ของรถยนต์ทั้งหมดในภาพรวม

“ไม่คัดค้านการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวี แต่อยากให้มองว่าปัจจุบันรถอีวี100% ที่จดทะเบียนกับขนส่งทางบอกแล้วมีประมาณ 1,900 คันเกือบทั้งหมดเป็นการนำเข้า หากมีนโยบายนี้จะไม่ใช่การสนับสนุนการผลิตในประเทศ ดังนั้นแนวทางที่เหมาะสมควรสนับสนุนรถยนต์ทุกชนิด ทุกกลุ่ม ซึ่งผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ยอดขายในประเทศหายไปประมาณ 3 แสนคัน ทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังลำบาก ส่วนการสนับสนุนรถอีวีอยากให้ทำเมื่อพร้อม ซึ่งส่วนตัวสนับสนุนอีวีและพูดเรื่องนี้มาตลอด6-7ปีแล้ว แต่เข้าใจว่ายังต้องใช้เวลา ภาครัฐต้องสนับสนุนทั้งระบบ”นายสุรพงษ์กล่าว

บทความก่อนหน้านี้เตือนมนุษย์เงินเดือนวัย 45-50 ปี เสี่ยงตกงานไม่ต่างกับเด็กจบใหม่ แนะปรับตัวด่วน
บทความถัดไป“เพื่อไทย” ทวงสัญญานายกฯ เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จก่อนสิ้นปี