ภาคีนักกม.สิทธิฯ ชี้แถลงนายกฯ ตอกย้ำมองผู้ชุมนุมเป็นผู้ขัดแย้ง ยันกม.มีไว้เพื่อคุ้มครองปชช.

ภาคีนักกม.สิทธิฯ ชี้แถลงนายกฯ ตอกย้ำมองผู้ชุมนุมเป็นผู้ขัดแย้ง จี้คุ้มครองปชช.อย่างเท่าเทียม

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้ออกแถลงการณ์ว่า

“แถลงการณ์ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน

สืบเนื่องจากแถลงการณ์นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 ถึงกรณีการชุมนุมของประชาชนว่าเป็นสถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีและมีแนวโน้มจะพัฒนาไปสู่ความขัดแย้ง นำไปสู่ความรุนแรงมากยิ่งขึ้นและรัฐบาลมีความจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติการโดยจะบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราที่มีอยู่ต่อผู้ชุมนุม แถลงการณ์นายกรัฐมนตรีดังกล่าวเป็นการตอกย้ำว่ารัฐบาลมองประชาชนผู้ชุมนุมเป็นคู่ขัดแย้งหรือศัตรูของรัฐบาล ไม่ใช่ในฐานะประชาชนผู้ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองตามที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้

ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะว่ารัฐบาลไม่เพียงแต่จะไม่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้เสรีภาพในการชุมนุมอย่างเสมอภาค รัฐบาลยังมีพฤติการณ์ใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจับกุมแกนนำผู้ชุมนุมและการตั้งข้อหาที่ร้ายแรงเกินกว่าพฤติกรรมการกระทำความผิดของผู้ต้องหาด้วยรัฐบาลมีเจตนาซ่อนเร้นเพื่อปรามและกลั่นแกล้งผู้ชุมนุมที่ใช้เสรีภาพในการแสดงออกวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในทางลบ ในทางตรงกันข้าม ผู้ชุมนุม ที่ออกมาสนับสนุนรัฐบาลแม้ว่าจะมีพฤติกรรมคล้ายกันแต่ก็กลับไม่ถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกัน ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีออกแถลงการณ์ดังกล่าวจึงเป็นการกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่รัฐยิ่งใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือดำเนินคดีที่เป็นการกลั่นแกล้งเพื่อปิดปากประชาชนให้หวาดกลัวที่จะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล การกระทำเช่นนี้ แทนที่จะเป็นการคลี่คลายสถานการณ์กลับเป็นการโหมกระแสแห่งความขัดแย้งให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น

ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนยืนยันว่ากฎหมายต้องมีไว้เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นสำคัญไม่ใช่เครื่องมือของรัฐที่จะใช้ในการคุกคามหรือลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งและเพื่อแสดงความจริงใจในการแก้ไขความขัดแย้ง รัฐบาลต้องยุติการดำเนินคดีที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายกับผู้ชุมนุม การบังคับใช้กฎหมายต้องกระทำอย่างเสมอภาคและสอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี อีกทั้งรัฐบาลต้องไม่ดำเนินคดีไปในทางที่จะนำไปสู่ความเสื่อมศรัทธาหรือลดทอนพระเกียรติยศของสถาบันพระมหากษัตริย์โดยการบังคับใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 ต่อประชาชน

ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทุกคนอย่างเสมอภาค รับฟังปัญหาและแก้ไขปัญหาด้วยความจริงใจ โดยรัฐบาลต้องไม่กระทำการอันเป็นการมองประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเสรีภาพเป็นศัตรูและต้องหยุดคุกคามประชาชนโดยการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือทางการเมือง

ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563”

บทความก่อนหน้านี้ขนส่งทางบกย้ำ เก็บค่าสัมภาระเพิ่ม จำกัดเฉพาะแท็กซี่จดทะเบียนที่ให้บริการในสนามบิน กทม.เท่านั้น
บทความถัดไปชูเวช ‘วงสามัญชน’ รายงานตัวตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หน้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า