“กกต.”ชี้ย้ายที่อยู่ไม่ถึงปีใช้สิทธิเขตเดิม เพื่อนบิ๊กตู่แฉซื้อเสียงอบจ.สงขลาร้อยล้าน

“กกต.”ชี้ย้ายที่อยู่ไม่ถึงปีใช้สิทธิเขตเดิม เพื่อนบิ๊กตู่แฉซื้อเสียงอบจ.สงขลาร้อยล้าน

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงข่าวคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรื่องการนับระยะเวลาที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้ง ตามมาตรา 38 (3) ของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 บัญญัติไว้ เมื่อวันที่ 18พ.ย.ว่า บุคคลผู้มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง คือ บุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งก่อนวันที่ 21 ธันวาคม 2562 ดังนั้น ในกรณีที่มีการย้ายทะเบียนบ้านออกจากเขตเลือกตั้งหนึ่งไปยังอีกเขตเลือกตั้งหนึ่งภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เดียวกัน อันทำให้บุคคลมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันน้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง ให้บุคคลนั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครั้งสุดท้ายเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

ที่ จ.สงขลา ที่ห้องประชุมสำนักงาน กกต.ประจำ จ.สงขลา นายวีระ ยี่แพร ผู้ตรวจการ กกต.ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับตัวแทนฝ่ายปกครองใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.สงขลา ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส ตัวแทน กกต.ประจำ อบจ.ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตัวแทนฝ่ายความมั่นคง เข้าร่วมประชุมพิจารณากำหนดการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในการหาเสียงเริ่มมีความคึกคัก จากการตระเวนตรวจสอบดูพบว่ามีแผ่นป้ายหาเสียงของทีมสงขลาประชารัฐ ในเขตเลือกตั้งที่ 2 อ.เมืองสงขลา มีภาพของ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ผู้สมัครนายก อบจ.สงขลา ในฐานะหัวหน้าทีม จบโรงเรียนเตรียมทหาร (ตท.12) รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้สมัคร ส.อบจ.คือ นายวิสิทธิ์ กรอปเพ็ชร มีลักษณะขาดออกจากกัน เหมือนถูกของมีคมกรีดอยู่ในสภาพห้อยรุ่งริ่ง ริมถนนชลาทัศน์ บริเวณชายหาด ใกล้ชุมชนเก้าเส้ง ส่วนป้ายจุดอื่นๆ นั้นยังไม่พบว่ามีการถูกทำลาย โดยในเขตเลือกตั้งนี้มีผู้สมัครรวม 2 คน คือ นายวิสิทธิ์ และนายศิริชัย เอกพันธ์ จากทีมประชาธิปัตย์

ขณะที่ พ.อ.สุชาติ นำผู้สมัคร ส.อบจ.ทั้ง 36 เขต แถลงถึงการพบเบาะแสนำเงินหลักร้อยล้านบาท มาใช้ในการซื้อเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ โดยได้รับเบาะแสจากประชาชนในหลายพื้นที่ซื้อเสียงหัวละ 1-2 พันบาท โดยฝ่ายที่จะซื้อเสียงนั้นมีการแยกกลุ่มคนว่ากลุ่มไหนจะซื้อในรูปแบบใดและราคาใด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งหาหลักฐาน เพื่อรวบรวมนำส่งต่อ กกต. ในขณะเดียวกัน ได้ประสานข้อมูลกับ กกต.ในเรื่องการจัดชุดสืบสวนลงพื้นที่เพื่อร่วมเสาะหาหลักฐาน ในส่วนของตนเองนั้น ได้นำเสนอนโยบาย อบจ.สีขาว ด้วยการนำงบประมาณ 1,080 ล้านบาทต่อปี ของ อบจ.ลงไปยังพื้นที่ทั้ง 36 เขตเลือกตั้ง พบว่านโยบายนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนในทั้ง 36 เขตเลือกตั้ง

นายไพเจน มากสุวรรณ์ ผู้สมัครนายก อบจ.สงขลา จากทีมประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนตามตลาดนัดใน อ.สทิงพระ และระโนด กล่าวว่า กรณีเบาะแสการใช้เงินหลักร้อยล้านในการซื้อเสียง ไม่ทราบเบาะแสเรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร อยากให้ถามคนที่ออกมาให้ข่าวว่าได้รับเบาะแสเรื่องนี้มาจากไหนอย่างไร ในส่วนของตนเองนั้น ได้ลงพื้นที่หาเสียงมาอย่างต่อเนื่อง เพราะยอมรับว่าเป็นคนใหม่ในสนามการเมือง ส่วนเรื่องการซื้อเสียงการใช้เงินนั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ได้กำชับทีมงานให้หาเสียงด้วยความบริสุทธิ์โปร่งใส

บทความก่อนหน้านี้ตร.สำรวจความเสียหาย ชี้ กล้องพัง 13 ตัว รถพัง 1 คัน ตชด.เจ็บ ขู่เอาผิด!
บทความถัดไปรายที่ 8 ครูใหญ่ โดนแจ้งข้อหา ม.116 กรณีชุมนุมสถานทูตเยอรมนี