เปิด 14 เหตุผล ‘ไทยภักดี’ รวมตัวลุมพินี ค้านแก้รัฐธรรมนูญ ปี 60

วันที่ 31 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา มติชนออนไลน์ รายงานว่า ที่สวนลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ กลุ่มไทยภักดี นำโดย นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ร่วมด้วย นางหฤทัย ม่วงบุญศรี อดีตศิลปินชื่อดัง พร้อมประชาชนสวมใส่เสื้อสีเหลือง รวมตัวเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560 โดยมีการเผยแพร่แถลงการณ์ เรื่อง ‘คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อร่างใหม่โดยตั้ง ส.ส.ร. ความว่า

ตามที่มีพรรคการเมือง นักการเมือง มีแนวคิดที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร. และยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ กลุ่มไทยภักดีได้ติดตามและมีข้อสังเกตที่อยากเรียนให้ประชาชนซึ่งเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 นี้ 16.8 ล้านเสียงได้ทราบนั่นคือ พรรคการเมืองและนักการเมืองมองว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหา คือบทเฉพาะกาลในมาตรา 272 ที่ให้อำนาจ สว. เลือกนายกรัฐมนตรีในช่วง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรก

ในทางปฏิบัติมาตรานี้ผ่านประชามติ และเป็นบทเฉพาะกาล อีกประมาณ 3 ปีก็จะสิ้นสุด หากคนกลุ่มนี้มองว่ามาตรานี้มีปัญหา ทำไมไม่เสนอแก้มาตรานี้มาตราเดียว แต่กลายเป็นว่า นำมาอ้างเพื่อต้องการล้มล้างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งกลุ่มไทยภักดีขอเชิญชวนประชาชนที่เป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่วมกันปกป้อง คัดค้านการล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยเหตุผล ได้แก่

1.รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการลงประชามติเสียงข้างมากของประชาชน 16.8 ล้านเสียงซึ่งถือว่าเป็นการใช้อำนาจอธิปไตยโดยตรงของประชาชน และถือว่าเป็นอำนาจสูงสุดที่นักการเมืองต้องเคารพ

2.ถ้ายอมให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะนำไปสู่การต้องร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญอีก 10 ฉบับ เท่ากับว่าจะต้องร่างกฎหมายใหม่ทั้งสิ้น 11 ฉบับ ทำให้ง่ายแก่การซุกประโยชน์ของนักการเมือง

3.มีพรรคการเมืองบางพรรค อาศัยการล้มล้างรัฐธรรมนูญเพื่อร่างใหม่ในครั้งนี้นำไปสู่การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์และแบ่งแยกประเทศโดยอาศัยม็อบมาร่วมกดดัน

4.จุดเด่นของรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ ปราบโกง โดยเฉพาะคดีอาญาไม่หมดอายุความและการพิจารณาคดีลับหลังหากจำเลยหนีซึ่งอยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มีคดีทุจริตถูกตัดสิทธิ์สมัคร ส.ส.ตลอดชีวิตซึ่งนักการเมืองไม่ชอบ

5.รัฐธรรมนูญฉบับนี้ สามารถป้องกัน สส. มาล้างผลาญงบประมาณแผ่นดินปีละ 3-4 หมื่นล้านบาท เพราะในอดีตรัฐธรรมนูญไม่เข้มงวด แต่ฉบับนี้ทั้งรัฐมนตรีและ สส. ถ้าถูกจับได้มีความผิด ต้องถูกถอดถอน

6.รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ใช้ระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียว ซึ่งเป็นระบบที่ทำให้ตระกูลนักการเมือง นักการเมืองเก่าแก่ที่เป็นเจ้าถิ่น เจ้าพ่อ นักเลง พ่อค้าหวย ค้ายาประจำจังหวัดค่อยๆถูกทำลายและมีโอกาสได้นักการเมืองคนรุ่นใหม่จำนวนมาก ดังที่เห็นในปัจจุบัน

7.รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะช่วยทำลายการตั้งมุ้ง กลุ่มการเมืองเพื่อมาต่อรองตำแหน่งและผลประโยชน์ของตนเอง ดังจะเห็นชื่อมุ้งการเมืองในอดีตที่มีบทบาทสำคัญ แทบจะหานไปในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน

8.รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะช่วยลดอิทธิพลของนายทุน เจ้าของพรรคที่จะกำหนดลำดับ สส. บัญชีรายชื่อตามเงินบริจาคหรือแม้แต่การจะชี้ตัวผู้สมัคร สส.เขต เพราะอำนาจนี้จะถูกโอนมาให้ประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคตัดสิน ผ่านการทำไพรมารีโหวต

9.รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะเพิ่มอำนาจการต่อรองให้ประชาชน และพรรคการเมืองไม่สามารถมาขู่ประชาชนได้ว่าจังหวัดไหนไม่เลือกไม่ได้งบ เพราะทุกคะแนนเสียงไม่ตกน้ำและมีความหมาย

10.รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะทำให้การซื้อตัว สส. ช่วงยุบสภาหรือหมดวาระสภาลดลงไปมากเพราะอิทธิพลส่วนใหญ่จะมาจากหัวหน้าพรรค นโยบายพรรค กระแสพรรคเป็นตัวนำ

11.ถ้า สว. หมดวาระตามบทเฉพาะกาล จะได้ สว. ที่มีความเป็นอิสระ เพราะ สว.จะมีการเลือกตั้งจากประชาชนกลุ่มอาชีพ ยากที่พรรคการเมืองจพมาครอบงำ เหมือน สว. ในชุดเก่า ที่ต้องอาศัยฐานเสียงพรรคการเมือง การเกิดเผด็จการรัฐสภาเช่นในอดีตจึงไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีก

12.การต้องร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ รวม 11 ฉบับมีโอกาสที่จะถูกยัดไส้ด้วยภาษากฎหมาย เพื่อนำไปสู่การนิรโทษกรรมตามมา โดยที่ประชาชนตามไม่ทันเนื่องจาก สสร. จะมีความใกล้ชิดพรรคการเมือง

13.เหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่พบว่าปัญหาของรัฐธรรมนูญนี้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน กลับกลายว่ารัฐธรรมนูญนี้ช่วยปกป้องประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

14.ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ที่ประชาชนยังลำบาก ควรจะประหยัดงบประมาณ 15,000 ล้านบาท ในการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชน น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า

นี่คือเหตุผลสำคัญที่พวกเราประชาชนทุกคนต้องช่วยปกป้อง รักษารัฐธรรมนูญ 2560 ฉบับนี้ และหากปล่อยให้มีการแก้ไข โดยเฉพาะระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะนำไปสู่ปัญหาเดิมๆ ของประเทศ และเป็นผลเสียต่อประชาชนมากกว่า

เปิดโอกาสให้รัฐธรรมนูญนี้ได้ทำหน้าที่ต่อไป หากดำเนินไปแล้วพยปัญหาใดๆ ในการปกป้องประโยชน์ของประชาชน จึงค่อยมาแก้ไขมาตรา และแจ้งเหตุผลให้ประชาชนได้ทราบ

จากนั้น เวลาประมาณ 17.00 น. มีการนำรถเครื่องเสียงเข้าพื้นที่ และขึ้นปราศรัยโดยนางหฤทัย ม่วงบุญศรี มีเนื้อหาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 รวมถึงโต้แย้งความเห็นของนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีที่ออกมาตั้งคำถามว่าพลเอกประยุทธ์ได้ยินเสียงเรียกร้องให้ลาออกหรือไม่

ต่อมา นายแพทย์วรงค์ขึ้นปราศรัย โดยกล่าวว่า ช่วงนี้มีผู้ปกครองหลายรายโทรศัพท์หาตนเพื่อขอบคุณที่ลูกหลานของตนออกห่าง ถอนตัวจากม็อบ เมื่อได้ทราบข้อมูลต่างๆในข้อเท็จจริง นายแพทย์วรงค์ ยังกล่าวว่า ม็อบต้านเผด็จการมีเบื้องหลัง 3 กลุ่มได้แก่ 1.ไทยซัมมิท โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจและนางสาวพรรณิการ์ วานิช 2.กลุ่มดูไบ 3.มหาอำนาจตะวันตก จากนั้น 18.00 น. มีการยืนตรงเคารพธงชาติ แล้วเปล่งเสียง ‘ทรงพระเจริญ’ กึกก้อง

บทความก่อนหน้านี้ธุรกิจ 40% ส่งสัญญาณลดชั่วโมงการทำงานต่อ ธปท.ห่วงกำลังซื้อ
บทความถัดไปอย่าให้ต้องสอน! หนูน้อยญี่ปุ่น ป.4 เขียนติงผู้ใหญ่ จอดรถขวางทางเท้า