สภาเดือด-เลือดสาด จับตาตั้งกรรมการหาทางออกประเทศหลังปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ

สภาเดือด-เลือดสาด จับตาตั้งกรรมการหาทางออกประเทศหลังปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ

วันที่ 28 ตุลาคม ต้องติดตามผลพวงจากการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 2 วัน เมื่อ 26-27 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่เปิดให้อภิปรายเพื่อหาทางออกประเทศจากสถานการณ์การชุมนุม โดยเฉพาะหน้าตาของคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมาหาวิธีทางคลี่คลายสถานการณ์ไม่ให้นำไปสู่ความรุนแรง ซึ่งจะมีผู้แทนจากฝ่ายต่างๆ ทั้งรัฐบาล ส.ส.พรรคต่างๆ ส.ว. รวมทั้งแกนนำผู้ชุมนุม แถมผลต่อเนื่องจากเหตุหวาดเสียวที่ ส.ส.กรีดเลือดกลางสภา

สำหรับการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันแรกเมื่อ 26 ตุลาคม ยังโต้กันไปมา แต่พอจะมีน้ำเนื้ออยู่บ้างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ส่งสัญญาณกลางสภาว่าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะจบวาระ 3 ในเดือนธันวาคม ระหว่างนั้นก็จะเร่งนำร่าง พ.ร.บ.การทำประชามติ เสนอให้สภาพิจารณา

ส่วนการประชุมวันที่สอง เมื่อ 27 ตุลาคมที่ผ่านมาช่วงแรกๆ ก็ยังอีหรอบเดิมโต้กันไปมา กระทั่งช่วงเย็นแม้การอภิปรายจะไม่ดุเดือด แต่เลือดสาดจริง เมื่อนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรง

“สุดท้ายมีหลายเรื่องที่ผมอยากพูด แต่ผมคิดว่าวันนี้ต้องทำอะไรสักอย่าง ผมเป็น ส.ส.ตั้งแต่ปี 2529 ผมรักสภา มิบังอาจให้สภาเสื่อมเสีย แต่คิดไม่ออกแก้ปัญหาอย่างไร ไม่อยากให้เลือดตกยางออก สิ่งที่เรียกร้องอาจผิดข้อบังคับสภา แต่ผมต้องทำ ขออนุญาตกรีดเลือดให้ท่านประยุทธ์เห็นถึงความตั้งใจ สามแผล เอาไปเลย ท่านประยุทธ์ จะเป็นทรราช หรือวีรบุรุษครับ” นายวิสารอภิปรายไปพร้อมนำมีดปอกผลไม้ กรีดที่แขนข้างซ้าย 3 แผล สร้างความตกใจของสมาชิกอย่างมาก โดยเฉพาะ น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย ที่นั่งอยู่ข้างนายวิสาร น้องเอามือปิดหน้าแล้วเบือนหนีภาพหวาดเสียว

ขณะที่ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม กล่าวว่า “ไม่อนุญาตให้กรีดเลือด” แต่ห้ามได้ทัน

จากนั้นเพื่อน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เข้าไปช่วยนำนายวิสารออกจากห้องประชุม ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิระ

น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย เล่าให้ฟังถึงวินาทีหวาดเสียวว่า ตนนั่งอยู่ด้านข้างนายวิสารพอดี เห็นแล้วจะเป็นลม ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ตนห้ามนายวิสารไม่ทันจริงๆ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นเลย ซึ่งนายวิสารได้พูดคุยกับตนตั้งแต่เช้าว่าเมื่อคืนนอนไม่หลับ รู้สึกเครียดและเสียใจกับเหตุการณ์ที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมกับนักเรียน นิสิต นักศึกษา

ต่อมา หลังนายวิสารไปรักษาบาดแผลแล้วก็กลับมาร่วมประชุมอีกครั้ง พร้อมกราบขอโทษนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาถึงกรณีดังกล่าว

กระทั่งก่อนปิดประชุม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสรุปว่า “เห็นด้วยที่จะตั้งกรรมการเพื่อนำไปสู่การพูดคุยหาทางออกที่มีผู้เกี่ยวข้องทั้งรัฐบาล รัฐสภาและผู้เห็นต่างก็คุยกันให้รู้เรื่อง ต้องนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ แต่ห่วงว่าเจรจากับใคร เพราะไม่มีใครเป็นหัวหน้า ทุกคนเป็นหัวหน้าหมด ส่วนข้อเรียกร้องใดๆ ที่เห็นว่าสอดคล้องกับผู้ชุมนุมยินดีรับไปดำเนินการ ถ้าข้อเรียกร้องใดที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าเป็นข้อเรียกร้องคนส่วนใหญ่ ขอสวงนสิทธิ์”

“ขอสร้างความเข้าใจกับลูกหลานที่มาชุมนุม อย่าทำอะไรที่เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมือง สิ่งที่ต้องระวังอย่าเอาต่างประเทศเข้ามายุ่งกิจการในประเทศไทย…เมื่อสักครู่มีเหตุการณ์ น่าตกใจเกิดขึ้น มีสื่อแจ้งมา บอกว่ามีการเตรียมไว้แล้ว ช็อตเด็ด เพื่อจะแพร่ไปสู่เวทีโลก เลือดตกยางออก ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ขอบคุณครับ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสรุป

ทำให้นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประท้วงว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวหาผู้ชุมนุมว่าดึงต่างชาติเข้ามายุ่งเกี่ยว โดยไม่มีหลักฐาน

ขณะที่นายวิสารลุกขึ้นประท้วงว่า “ผมเป็นคนเดียวที่เลือดตกยางออก ผมเป็นคนที่ถูกกล่าวหาว่าจัดฉากระดับโลก แต่ผมจะไม่ประท้วงใคร แต่ก็อย่างที่ท่านพูด กมฺมุนา วตฺตตี โลโก ใครที่สร้างบาปให้ประเทศชาติ ก็ขอให้รับกรรมนั้นไป”

จากนั้น นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นประท้วงว่า “รบกวนให้ตรวจอาวุธ ผู้อภิปรายด้วย” ทำให้นายวิสารลุกขึ้นโต้ว่า “ผมไม่ได้พกอาวุธเข้ามา ผมขอยืมมาจากแม่บ้านในสภา ที่ผมทำเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหลานต้องเลือดตกยางออก”

จากนั้น มีการประท้วงกันไปมา ทำให้นายชวนต้องปิดไมค์ไม่ให้พูด แล้วสั่งปิดประชุมรัฐสภาทันที

บทความก่อนหน้านี้‘ประวิตร’ เชื่อตัวแทนม็อบร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ คือทางออก!
บทความถัดไป‘สมชัย’ เอาด้วย ‘ประยุทธ์’ ท้าประชามติ ชี้ เอาคำถามพ่วงแบบปี59 แต่ถามในมุมตรงข้าม