พิษโควิด! ทำยอดจดทะเบียนบริษัทหลุดเป้า – คาดทั้งปีน่าจะได้แค่ 60,000-64,000 ราย

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชี้พิษโควิด ทำยอดจดทะเบียนบริษัทหลุดเป้า – คาดทั้งปีน่าจะได้แค่ 60,000-64,000 ราย
พิษโควิดบริษัทตั้งใหม่วูบ – นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงตัวเลขยอดการจดทะเบียนธุรกิจนิติบุคคลทั่วประเทศ ประจำเดือนก.ย. 2563 ว่า เป็นยอดธุรกิจจัดตั้งใหม่ 5,636 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาลดลง 19% หรือลดลง 1,318 ราย มีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 12,782 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 592 ราย คิดเป็น 11% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 237 ราย คิดเป็น 4% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจบริการด้านอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 185 ราย คิดเป็น 3%

ทั้งนี้ ธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนก.ย. 2563 มีจำนวน 1,568 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ลดลง 19% หรือลดลง 370 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 8,480 ล้านบาทซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 123 ราย คิดเป็น 8% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 103 ราย คิดเป็น 7% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 46 ราย คิดเป็น 3% เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ส่งผลให้ยอดจดทะเบียนตั้งใหม่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 ตั้งแต่ เดือนม.ค.-ก.ย. 2563 มียอดทั้งสิ้น 50,178 ราย ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา 13% หรือลดลง 7,430 ราย ขณะที่ยอดเลิกกิจการในช่วง 9 เดือนตั้งแต่ ม.ค.-ก.ย. 2563 มียอดทั้งสิ้น 10,393 ราย ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา 13% หรือลดลง 1,561 ราย ส่งผลให้ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ ณ เดือนก.ย. 2563 ยังคงดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 774,012 ราย มูลค่าทุน 18.62 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 187,912 ราย คิดเป็น 24.28% บริษัทจำกัด จำนวน 584,818 ราย คิดเป็น 75.55% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,282 ราย คิดเป็น 0.17%

ทั้งนี้ แม้ว่าตัวเลขยอดจดทะเบียนตั้งใหม่ตลอดช่วง 9 เดือนของปีนี้ ลดลงมาจากปัจจัยหลักผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาทำให้การดำเนินกิจการต่างๆ ได้ไม่เต็มที่ แม้ว่าประเทศไทยจะดูแลการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี และมีการผ่อนคลายล็อกดาวน์ในกิจการต่างๆ มากขึ้น แต่การดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ ยังอยู่ในประเทศ ทำให้การขยายกิจการบางธุรกิจสูงขึ้นแต่บางธุรกิจไม่ขยายตัวเต็มที่มากนัก ดังนั้น เชื่อว่าจากแนวทางการดูแลการแพร่ระบาดโควิด-19 ของไทยอยู่ในเกณฑ์ที่ดีน่าจะทำให้นักลงทุนใหม่สนใจเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะจากนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวภาครัฐในช่วงปลายปีนี้ จะส่งผลให้การจดทะเบียนรายเดือนหลังจากนี้น่าจะอยู่ที่ 5,000 รายขึ้นไป จึงเชื่อว่ายอดจดทะเบียนทั้งปีน่าจะเกินกว่า 60,000-64,000 รายขึ้นไป จากปีที่ผ่านมามียอดจดทั้งสิ้น 72,000 ราย

ส่วนการลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าวในเดือนก.ย. 2563 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น จำนวน 51 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ จำนวน 22 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ จำนวน 29 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 15,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนส.ค. มูลค่า 6,413 ล้านบาท คิดเป็น 71% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น จำนวน 14 ราย เงินลงทุน 1,372 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ จำนวน 4 ราย เงินลงทุน 712 ล้านบาท และฮ่องกง จำนวน 4 ราย เงินลงทุน 260 ล้านบาท

บทความก่อนหน้านี้วิสาร ปรี่ขอโทษ ชวนหลังกลับจากรพ.ทำแผลกรีดแขน เผยยืมมีดจากแม่บ้าน
บทความถัดไป‘ประยุทธ์’ ลั่นไม่ลาออก! ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง แต่ไม่ละทิ้งหน้าที่ยามบ้านเมืองมีปัญหา พ้อมาไล่ทุกวัน