‘หมอวรงค์’ ลั่น เดินสงคราม ‘จิตวิทยามวลชน’ ยันปัญหาเกิดจากนักการเมือง

‘หมอวรงค์’ ลั่น เดินสงคราม ‘จิตวิทยามวลชน’ ยันปัญหาเกิดจากนักการเมือง

สืบเนื่องจากกรณีที่ นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ภรรยา นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม เชิญชวนคนไทยร่วมใจใส่เสื้อเหลือง ถือพระบรมรูป ในหลวง รัชกาลที่ 9 และ 10 ไปร่วมแสดงจุดยืนปกป้องสถาบัน ที่ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี ในวันที่ 27 ตุลาคม เวลา 17.00 น. นั้น

เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 27 ตุลาคม ที่ สวนลุมพินี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนสวมใสเสื้อสีเหลือง ทยอยเดินทางมารวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง ภายในสวนลุมพินี โดยต่างผ่านด่านวัดไข้ และลงชื่อ มีการเตรียมภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และ 10 พร้อมด้วยภาพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี มายืนชูไว้เหนือหัว พร้อมทั้งป้ายข้อความ ขนาดใหญ่ อาทิ “กองทัพประชาชนปกป้องสถาบัน” “ขอคัดค้านการตั้งกรรมาธิการ (วิสามัญ) ปฏิรูปสถาบันฯ” รวมถึงป้ายกระดาษ ระบุข้อความ “มาด้วยหัวใจที่จงรักภักดี” “อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการเปิดเพลงผ่านเครื่องขยายเสียง หลายบทเพลง โดยมวลชนถือเนื้อร้อง ส่งเสียงแสดงความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียง อาทิ เพลง รักกันไว้เถิด, เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย, รวมพลัง, รูปที่มีทุกบ้าน, พระราชาในนิทาน

เวลา 16.50 น. มวลขนทยอยเดินทางมาสมทบเป็นจำนวนมาก โดย เวลา 17.15 น. มีการนำรถโมบาย ของ สหพันธ์คนไทยปกป้องสถาบันฯ มาจอดข้างมวลชนเพื่อเป็นเวทีปราศรัย ก่อนที่ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่ม คนเสื้อหลากสี กล่าวว่า มาเพื่อแสดงออกให้ชาวโลกรู้ว่าคนไทยยังมีความจงรักภักดีอยู่ สิ่งที่เราไม่อยากให้เกิด เรามาอย่างสันติ เราเคารพสถานที่ การมาที่นี่ขออนุญาตอย่างถูกต้อง

จากนั้น มวลชนเปล่งเสียง ‘ทรงพระเจริญ’ ดังกึกก้องต่อมา มีการร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุด

เวลาประมาณ 17.50 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หรือ หมอวรงค์ แกนนำกลุ่มไทยภักดี ขึ้นปราศรัย โดยระหว่างปราศรัย เวลา 17.55 น. มวลชนลุกขึ้นยืน ร่วมกันร้องเพลงชาติ ตะโกน “ทรงพระเจริญ” พร้อมโบกสะบัดธงชาติ จากนั้นมีการผลัดเปลี่ยนขึ้นปราศรัย อย่างต่อเนื่องอีก 3 ราย

เวลา 18.25 น. มีการร่วมร้องเพลง สดุดีจอมราชา จากนั้นมวลชนร่วมกันปฏิญาณตนว่า

“ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เหล่าพสกนิกรชาวไทย ขอถวายคำสัตย์ปฏิญาณต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ว่า ข้าพเจ้าทั้งหลายจักถวายความจงรักภักดี เทิดทูน และรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพ แห่งพระมหากษัตริย์เจ้า ด้วยชีวิต จักรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และจักไม่ยอมให้ผู้ใดละเมิด ล่วงเกินต่อพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์เจ้า เป็นอันขาด ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เหล่าพสกนิกรชาวไทย”

ก่อนจะตะโกน “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง และว่า “เราจะสู้อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี” ต่อด้วยการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และจบกิจกรรม แยกย้ายในเวลา 18.35 น. ทั้งนี้ ขณะเดินออกจากสวนลุมพินีมวลชนได้ร่วมกันร้องเพลง เนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อผืนดิน ตื่นเถิดชาวไทย และอีกหลายบทเพลง

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หรือ หมอวรงค์ แกนนำกลุ่มไทยภักดี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การที่ออกมาครั้งนี้เพื่อให้ความรู้พี่น้องประชาชน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางการเมือง เพราะว่าถ้าปล่อยให้ฝ่ายหนึ่งพูดตลอด กระแสจะไปเรื่อยๆ และคนจะเข้าใจผิดได้ การที่เราออกมาครั้งนี้ ออกมาเพื่อให้ความรู้พี่ น้อง ประชาชน และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพราะเราเชื่อว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 99 เปอร์เซ็นต์ ต้องการสถาบันฯ

เมื่อถามว่า จะมีวิธีการดูแลมวลชนอย่างไร ไม่ให้มีการปะทะกันอย่างที่ ม.รามคำแหง

นพ.วรงค์เปิดเผยว่า การที่เรานัดอย่างนี้ สังเกตว่าการกำหนดสถานที่ เราต้องการหลีกเลี่ยง ไม่ให้เกี่ยวข้องกับม็อบของเขา

“เราถือมวลชนเป็นใหญ่ ถ้าประเด็นอย่างนี้ เราต้องทำความเข้าใจ เราเรียกร้องตลอด แม้กระทั่งรัฐบาล ว่า ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงให้นิ่งๆ ใจเย็นๆ ให้ความรู้ประชาชนไปเรื่อยๆ

เมื่อถามว่า กลุ่มคนเสื้อเหลือง จากนี้จะมีการจัดกิจกรรมรวมตัวเรื่อยๆ ใช่หรือไม่

นพ.วรงค์กล่าวว่า ถ้ายังมีกระแสพวกนี้อยู่ เราจำเป็นต้องให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ เพราะถ้าเราไม่ออกมา ประชาชนเข้าใจผิด การออกมาของเราเป็นสงครามจิตวิทยาของมวลชน ทุกประเทศทั่วโลกทำเหมือนกัน ถ้ามีฝ่ายหนึ่งแรงมากปกติ เราต้องชี้แจง

“เรื่องแก้ไขธรรมนูญ ในเมื่อทางนู้นบอกว่า ส.ว.250 เป็นปัญหา ทำไมไม่พุ่งเป้าไปที่ ส.ว.250 คนนั้น แก้อำนาจเขา แต่คุณต้องการแก้ เพื่อล้มล้างทั้งฉบับ อันนี้ผิดปกติ เงื่อนไขที่พูดกับการกระทำเป็นอีกแบบ ผิดปกติ”

ส่วนเรื่องที่ให้นายกลาออก เพราะมองว่าเป็นเผด็จการ ผมยืนยันว่าไม่ใช่ เขามาจากการเลือกตั้ง เพียงแต่รัฐบาลไม่โต้ ไม่ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจเท่านั้น” นพ.วรงค์กล่าว และว่า

ส่วนตัวไม่ได้เห็นด้วยทั้ง 3 ข้อ ชี้แจงมาตลอดว่าข้อเรียกร้องไม่มีเหตุผล ไม่มีความชอบธรรม แล้วอยู่ๆ ไปถึงสถาบัน ยิ่งไม่มีเหตุผล ย้ำ พี่น้องที่เคารพ ปัญหาประเทศเราเกิดจากนักการเมืองทุจริต ใช้อำนาจโดยไม่ชอบ ส่วนไหนผิด เราก็ไปแก้ตรงนั้น

บทความก่อนหน้านี้ม็อบบางกะปิ ทวงความเท่าเทียมให้คนพิการ ลั่น ขอสู้ด้วยสติปัญญา ไม่หวั่นแม้อีกนาน
บทความถัดไปวิสาร ปรี่ขอโทษ ชวนหลังกลับจากรพ.ทำแผลกรีดแขน เผยยืมมีดจากแม่บ้าน