ม็อบบางกะปิ ทวงความเท่าเทียมให้คนพิการ ลั่น ขอสู้ด้วยสติปัญญา ไม่หวั่นแม้อีกนาน

ม็อบบางกะปิ ทวงความเท่าเทียมให้คนพิการ ลั่น ขอสู้ด้วยสติปัญญา ไม่หวั่นแม้อีกนาน

วันที่ 27 ตุลาคม บริเวณหน้าเดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพมหานคร มีการนัดหมายจัดกิจกรรมขับไล่เผด็จการ โดยมีการผลัดปราศรัยในประเด็นต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

บรรยากาศเวลา 18.35 น. หนึ่งในผู้มาร่วมกิจกรรม กล่าวว่า ในฐานะที่อดีตเป็นนักศึกษาด้านวิศวกรรม ตั้งแต่มีคสช. เข้ามาก็มีการประท้วงเรื่องเหมือง โรงไฟฟ้า แต่การจะสร้างพวกนี้ได้ต้องดูเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และต้องมีการรายงานผลกระทบแต่เมื่อคสช.เข้ามาก็สามารถอนุมัติได้เลย ก็เหมือนกับการที่มีการออกแบบเรื่องบ้านมาแล้วเราบอกสามารถสร้างได้เลยโดยไม่มีการตรวจสอบแล้วจะมีความปลอดภัยหรือ

“อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องคนพิการ ที่ใครไปม็อบเมื่อวานนี้จะเห็นลุงใส่เสื้อขาว ลุงเป็นคนสุรินทร์แต่ตอนนี้อยู่สำโรง ทำไมคนต่างจังหวัดต้องมาอยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะระบบงาน แต่ที่ลุงแกมาอยู่สำโรงเพราะที่บ้านเป็นคนเสื้อเหลืองและที่บ้านไล่ลุงพิการออกมา คนพิการจะแบ่งเป็นสองประเภทคือคนพิการแต่กำเนิด กับคนที่ไม่ได้พิการมาแต่กำเนิด และลุงคนนี้พิการเพราะถูกรถเมล์ชน แต่ไม่ได้รับการเยียวยาอะไร วันนี้เราจึงจะไม่ปราศรัยแบบปลุกระดมแต่เป็นการมาพูดความจริง”

เวลา 19.00 น. หนึ่งในกลุ่มผู้มาร่วมชุมนุม ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ที่มาร่วมชุมนุมดูแลกันและกัน และยังกล่าวต่ออีกว่า ตนมีเพื่อนเป็นคนพิการและเขาอยากมาร่วมชุมนุมแต่มาไม่ได้เพราะไม่มีการอำนวยความสะดวก ซึ่งแตกต่างกับต่างประเทศที่มีลิฟต์ให้ผู้พิการ

“จากประสบการณ์ที่คนพิการเคยเล่าให้ฟังว่าเขาจะไปลงบีทีเอสที่นานา แต่นานากลับไม่มีลิฟต์ให้พวกเขา สิ่งที่เขาต้องทำคือการไปลงที่บีทีเอสอโศก แต่พอเขาจะเรียกแท็กซี่ ก็ไม่มีแท็กซี่คันไหนรับเขา สิ่งที่เขาทำคือการเข็นรถจากอโศกไปที่นานา แต่ฟุธปาตบ้านเราก็ไม่ได้มีการเอื้ออำนวยความสะดวกให้พวกเขา นี่คือสิ่งที่เราได้รับจากการเสียภาษีเหรอ ซึ่งคนพิการเขาก็เสียภาษีเหมือนกัน” หนึ่งในผู้ที่มาร่วมชุมนุมกล่าว

เวลา 19.45 น. หนึ่งในผู้ที่มาร่วมชุมนุม กล่าวว่า ที่นี่เป็นที่แรกที่ตนได้มายืน แม้จะเห็นพี่น้องมาแค่นี้แต่ก็ดีใจที่ได้เห็นทุกคน ฝากถึงตำรวจที่ไปตามจับตนที่คอนโด ไม่ต้องไปอีกแล้ว เพราะตนเหนื่อย ม.116 แค่ 4 ปีก็เหนื่อยแล้ว และเวทีนี้เป็นเวทีของประชาชน ทุกคนสามารถออกสิทธิออกเสียงได้ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะนี่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพวกเรา ก่อนจะขอให้ประชาชนทุกคนชูสามนิ้ว และกล่าวต่อว่า หากเห็นสัญลักษณ์นี้พึงรู้ไว้เถิดว่าเราคือประชาชน และอยากฝากถึงตำรวจว่าหากจะจับตนต้องมีหมายจับ ที่เราออกมาเพื่อต้องการไล่นายกฯ ออกจากประเทศไทย และพี่น้องจงพึงรู้ไว้เถิดว่าการต่อสู้ครั้งนี้ขอให้ต่อสู้ด้วยสติปัญญา เพราะพวกเราเป็นผู้มีปัญญา

ตนในฐานะผู้ปราศรัยพูดได้เลยว่าบางครั้งก็ไม่อยากพูดคำหยาบแต่มันออกมาจากสิ่งอยู่ด้านใน และฝากอีกครั้งสำหรับพี่น้องทุกคน การต่อสู้ของเราครั้งนี้อาจจะดูยาวนาน แต่ก็คงไม่ยาวเกินความสามารถ และถ้าประชาชนแพ้พวกคุณจะอยู่กันอย่างไร พวกตนมาเรียกร้องกันตามสิทธิเสรีภาพ แต่ทำไมพวกคุณถึงทำกับพวกตนได้ และคนที่อยู่ตรงหน้าก็เป็นคนที่เสียภาษีให้พวกคุณ ซึ่งตนเรียกร้องประชาธิปไตยมาโดยตลอด แต่ครั้งแรกที่ได้เลือกตั้ง ก็ไม่วายพวกเขาจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วฉีกรัฐธรรมนูญเก่าทิ้ง แล้วเอาส.ว.มาเลือกตนเอง ถามหน่อยว่าจะถามประชาชนทำไม

บทความก่อนหน้านี้‘วิสาร’ เปิดใจหลังกรีดแขน ขอโทษทำให้วุ่นวาย เผยเหตุตัดสินใจ รับเป็นห่วงเยาวชน
บทความถัดไป‘หมอวรงค์’ ลั่น เดินสงคราม ‘จิตวิทยามวลชน’ ยันปัญหาเกิดจากนักการเมือง