‘วิสาร’ เปิดใจหลังกรีดแขน ขอโทษทำให้วุ่นวาย เผยเหตุตัดสินใจ รับเป็นห่วงเยาวชน

‘วิสาร’ เปิดใจหลังกรีดตัวเอง ขอโทษทำให้วุ่นวาย ยอมรับพร้อมปลิดชีพตัวเอง ถาม บิ๊กตู่ถึงเวลาต้องตัดสินใจจะเป็นทรราชหรือวีรบุรุษ

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) เดินทางกลับเข้ามาในสภาหลังจากไปทำแผลที่โรงพยาบาลวชิระ พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นต้องขออภัย ตลอดระยะเวลาที่เล่นการเมืองมาตลอดชีวิต 34-35 ปี ไม่มีครั้งไหนที่กดดัน ซึ่งสาเหตุที่ตัดสินใจ ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ตนเห็นเด็กๆอยู่ที่ราชประสงค์ จึงคิดว่าควรต้องทำอะไรสักอย่าง และที่ผ่านมาไม่ได้มีเจตนา ที่จะเรียกร้องอะไร แต่ดูแล้วว่าดูจะไม่เป็นที่สนใจของนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเดินเข้าเดินออก ก็ยังคิดเหมือนเดิม ตนจึงอยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเลือดสุดท้ายของคนไทย เพราะตนผ่านมาตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลา ใส่กางเกงขาสั้น เป็นประธานนักเรียนอยู่ที่วัดเบญฯ เห็นเพื่อนหลายคนต้องว่ายน้ำข้ามคลอง หลังจากนั้นก็มาเจอเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เหตุการณ์เมื่อปี 2519 และปี 2535 ล่าสุด ปี 2553 และ 2556 ตนไม่อยากให้คนไทยเสียเลือดเสียเนื้ออีก

นายวิสาร กล่าวอีกว่า ตนเป็นห่วงเหตุการณ์วงล้อประวัติศาสตร์ เป็นห่วงมากกว่ามันจะไม่มีทางออก ขณะนี้ไม่ใช่มีประเทศไทยอย่างเดียว มีต่างประเทศและมีปัญหาที่ทำให้เหตุการณ์เลยเถิดไปกันใหญ่

“สิ่งที่ผมเรียกร้อง และยอมรับว่าเวลาในสภามันน้อยไปหน่อย น่าจะให้นายกฯ ประยุทธ์อยู่ด้วย เพราะตั้งใจจะสื่อสารไปถึงท่านโดยตรง เพราะก่อนหน้านี้ผมเคยร่วมทำงานสมัยที่ท่านเป็นผบ.ทบ. พอรู้จักมักคุ้นกันอยู่ สิ่งที่ผมอยากเตือนท่านคืออย่าไปฟังเสียงอวยอย่างเดียว เห็นในสภา มันเหมือนกับเป็นกะลาครอบจริงๆ จึงมานึกถึงตัวเองว่าเราควรต้องเรียกร้องอะไรสักอย่าง เพื่อให้ท่านสนใจ และสิ่งที่ผมพูดคิดว่านายกคงกลับไปทบทวนดูย้อนหลังว่าเราพูดด้วยเจตนาดี เหมือนเป็นกระจกอีกด้านที่จะส่งให้เห็นว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผมไม่อยากให้ท่านตัดสินใจที่ผิด ทราบว่าท่านเองก็ไม่สบายใจ แต่สิ่งที่อยากให้ท่านตัดสินใจ ลดตัวเองลงคือลดตัวเองลงมาหน่อย เพราะขณะนี้มีอำนาจล้นฟ้าเหนือทุกสิ่งอย่าง แต่ถ้าลดลงมาให้เด็กๆ ส่งตัวแทน หรือมีกลุ่มเพื่อเปิดโอกาสให้ได้มานั่งคุยกันอย่างเปิดอก”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายวิสารพูดถึงตรงนี้ ปรากฏว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเดินลงมาพอดี และเตรียมที่จะไปเยี่ยมนายวิสาร ที่โรงพยาบาล ได้หยุดฟังการให้สัมภาษณ์ของนายวิศาลอย่างตั้งใจ ซึ่งนายวิสาร ได้ยกมือไหว้ พร้อมกล่าวว่า ต้องขออนุญาตท่านประธานชวน แล้วกล่าวอีกว่า หากสภายังยึดถือแค่ตรงนี้ ก็ไม่ใช่การประชุมรัฐสภา เราไม่ใช่คู่ขัดแย้งที่ประชาชนเชื่อใจได้ แต่ถ้าให้ตัวแทนเด็ก มาเล่าหรือพูดคุย อย่างข้อที่ 1 คือการให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสามารถให้เหตุผลได้ว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญยังไม่ได้แก้ไข ก็ต้องรออีก

นายวิสาร กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่ห่วงมากที่สุดคือข้อที่ 3 เข้าใจว่าเมื่อถึงเวลาขึ้นมา ด้วยเหตุและผล เราจะสามารถแก้ปัญหาได้ โดยให้ทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยกัน และท่านเองต้องลดทิฐิลงมา พร้อมตกลงกันให้ได้ว่าอะไรคืออะไร จะเดินไปทางไหนประเทศชาติ จะแก้รัฐธรรมนูญได้เร็วขึ้นหรือไม่ 3 วาระรวดได้หรือไม่ ถ้าพูดคุยกันจนเชื่อว่าทุกอย่างจะแก้ไขได้ ซึ่งตนหวังเช่นนั้น

“ผมเรียนด้วยความอัดอั้น ผมตัวคนเดียวผมพร้อม suicide (ปลิดที่ตัวเอง) แต่ถึงตรงนี้มันไม่เป็นประโยชน์ ที่สำคัญอยากเรียกร้องให้นายกฯ รู้ว่า ท่านควรลงมาแก้ปัญหา วันนี้ประชาชนเขามีความคิดเลยไปมากแล้ว และผมต้องขออภัยท่านประธานประธานชวนอีกครั้ง เราไม่ควรจะทำผิดข้อบังคับ เพิ่งไปตัดผม ซึ่งตั้งแต่ผมเป็นส.ส. 9 สมัย ไม่เคยทำอะไรผิด จากกฎข้อบังคับของสภา แต่ครั้งนี้ต้องการสื่อให้นายกเห็นตรงๆว่าท่านต้องเห็นความสำคัญ ด้วยตัวของท่านเอง ต้องลงมาแก้ปัญหา จะลาออกหรือไม่ ก็ต้องรับฟังความเห็นจากเด็กๆ หรือจะมีคณะกรรมการกลาง เพื่อรับฟังและแก้ปัญหา ขอให้ใช้โอกาสตรงนี้ และขออภัยที่ต้องใช้คำพูดแรงๆ ว่าท่านจะเป็นวีรบุรุษหรือทรราช ก็อยู่ที่ตรงนี้ และไม่อยากให้ลูกหลานคนไทยโดยเฉพาะเด็ก 10 ขวบเด็กนักเรียนที่มีความคิดก้าวไกลจำนวนมาก บางคนมีความคิดอ่านดีกว่าผู้ใหญ่บางคน ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงและขออภัยอีกครั้งที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย ผมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาอื่น แล้วผมตัดสินใจด้วยตัวของผมเอง แม้แต่ลูกเมียผมก็ไม่ทราบ ผมก็ไม่กล้าบอก และนี่คงไม่ได้ และมีดผมก็ไม่ได้พกเข้าไป แต่ไปยืมมีดปอกผลไม้จากแม่บ้าน เพียงแต่ย้ำว่าขอคมๆ หน่อย ปาดครั้งเดียวก็เจ็บอยู่ โชคดีคุณหมอบอกว่าถ้าลึกลงไปอีกหน่อย ถ้าโดนเส้นเลือดใหญ่ก็จะอันตราย ถือว่า 9 เข็มนี้เป็นบทเรียนที่ไม่อยากให้ เด็กๆ ลูกหลานเอาไปเป็นตัวอย่าง เพราะคันนี้ ครั้งนี้ถือเป็นการประท้วง และยอมเจ็บตัวคนเดียว อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ ได้เห็นเรื่องราวต่างๆ ที่สภาได้สะท้อนความเห็นออกไปเพื่อให้นายกฯ ได้มีสติตัดสินใจแก้ปัญหา

เมื่อถามถึงกรณีที่น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เรียกร้องให้ลาออก นายวิสาร กล่าว ว่า ไม่อยากตอบโต้ แต่ขอให้น.ส.ปารีณา ไปถามบิดาดูว่าตนเป็นคนอย่างไร และขออภัยในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชน และบรรยากาศในสภาวันนี้พูดมาตั้งแต่ต้น ว่าต่อให้อภิปรายอย่างไรเหมือนเป็นการแสดงละคร ฝ่ายรัฐบาลและสวก็มาอวยกันส่วนฝ่ายค้านก็มาติ ชาวบ้านก็มองว่าไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหา แต่ตนไม่มีวิธีใด ที่จะสื่อให้ผู้มีอำนาจทราบ สำหรับข้อเรียกร้องของมวลชนทั้งการเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สามารถคุยได้ ส่วนเรื่องสถาบันเข้าใจว่าหากคุยตรงๆ และมีคนกลางให้จริงๆ ก็มีวิธีการที่จะทำให้สถาบันดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าอ้างสถาบันแล้วนำสถาบันมาปกป้องตัวเอง

เมื่อถามว่าหากเจอพล.อ.ประยุทธ์จะทำอย่างไร นายวิสาร กล่าวว่า ยินดีกราบถ้าทำอย่างที่ผมว่า เพราะอย่างน้อยก็อย่าให้เด็กต้องเลือดตกยางออก เพราะเขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ขอฝากเป็นครั้งสุดท้ายหากพล.อ.ประยุทธ์ ทำอย่างที่ผมว่าลดตัวลงมาอย่าปิดกั้นใคร คนที่ถูกดำเนินคดีอย่าค้านประกัน เมื่อเขาออกมาก็คัดตัวมาแล้วนำมาพูดคุย จะใช้รูปแบบอะไรก็ได้ ตรงนี้หากมีโอกาสจะลงอย่างสง่างาม และเสือไม่กัดท่านด้วย แต่หากยังฝืนไปไม่รู้เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร

จากนั้นนายวิสาร ได้โชว์แผลให้สื่อมวลชนดู พร้อมระบุว่าแผลแรกไม่ลึก แผลที่สองเริ่มลึก แผลที่สามพอเห็นก็ตกใจ เพราะแผลเริ่มกว้าง ทั้งหมดเย็บ 9 เข็ม หลังจากนี้ต้องฉีดยากันบาดทะยักอีก 2 เดือน หลังจากนี้ก็จะขึ้นไปที่ห้องประชุมสภาเพื่อให้เพื่อนๆ สบายใจ ขอโทษขอโพย เพราะเดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็นคนไม่เคารพสถานที่

บทความก่อนหน้านี้‘ชายเสื้อเหลือง’ รับไม่ได้ นักการเมืองโจมตีสถาบัน หวังวาระซ่อนเร้น ไล่ไปว่ากัน ‘ในสภา
บทความถัดไปม็อบบางกะปิ ทวงความเท่าเทียมให้คนพิการ ลั่น ขอสู้ด้วยสติปัญญา ไม่หวั่นแม้อีกนาน