คึกคัก!คนละครึ่ง 3 วันแรกใช้แล้ว 502 ล้าน ยอดใช้สิทธิพุ่ง ดึงกำนัน-ผญบ.ช่วย

คนละครึ่งคึกคัก 3 วันแรกใช้แล้ว 502 ล้าน คนลงทะเบียน 1.2 ล้านคนใช้สิทธิ ดึงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านช่วยยืนยันข้อมูลผู้ประกอบกิจการร้านค้า

วันที่ 27 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงโครงการคนละครึ่งที่เปิดให้ประชาชนจ่ายวันแรกตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 8.5 ล้านคน และมีร้านค้าร่วมโครงการกว่า 3.5 แสนร้านค้า โดยในช่วงเที่ยงของวันที่ 26 ต.ค. มีผู้ใช้สิทธิแล้ว 1,245,528 คน ยอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด 502.9 ล้านบาท

แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 259.4 ล้านบาท และรัฐช่วยจ่ายอีก 243.5 ล้านบาท โดยมียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 234 บาทต่อครั้ง เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของการใช้จ่ายพบว่า มีการใช้จ่ายมากที่สุดเรียงลำดับ ได้แก่ ร้านธงฟ้า ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป และร้านโอท็อป โดยใช้จ่ายครบทุกจังหวัด ซึ่งจังหวัดที่ใช้จ่ายมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครศรีธรรมราช และสงขลา

นายพรชัย กล่าวต่อว่า ประชาชนยังสามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ในช่วงเวลา 06.00-23.00 น. ต่อเนื่องทุกวัน จนกว่าจะครบ 10 ล้านคน โดยผู้ที่ได้รับเอสเอ็มเอสยืนยันสิทธิ ต้องใช้จ่ายภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับเอสเอ็มเอสมิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิและไม่สามารถลงทะเบียนได้อีก ส่วนผู้ประกอบการร้านค้ายังสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการได้เช่นเดียวกัน

รองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงการคลังดำเนินการประชาสัมพันธ์ และอำนวยความสะดวกในการรับสมัครผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ โดยให้กำนันและผู้ใหญ่บ้าน เข้ามาช่วยในการยืนยันข้อมูลผู้ประกอบกิจการร้านค้า เพื่อให้มีร้านค้ารองรับการใช้จ่ายของประชาชนเพิ่มมากขึ้นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ด้าน นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวคาดการณ์ว่า โครงการคนละครึ่งจะมีคนลงทะเบียนครบ 10 ล้านคนตามเป้าหมายแน่นอน อย่างไรก็ตาม ไม่กังวลเรื่องประชาชนไม่ลงทะเบียนรับสิทธิครบตามเป้าหมาย 10 ล้านคนเพราะเป้าหมายของโครงการที่ตั้งไว้เป็นจำนวนของผู้เข้าร่วมโครงการสูงสุดแล้ว หากไม่ถึงก็ไม่เป็นไร

ส่วนกรณีที่ร้านค้าไม่ได้รับเงินเข้าบัญชีในวันหยุดนั้น มีการมอบนโยบายให้ธนาคารกรุงไทยศึกษาหาวิธีแก้ไขเพื่อให้จ่ายเงินได้ทุกวันแล้ว การใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่ง ถือว่าไม่ฝืดเพราะต้องการให้ใช้จ่ายแบบรายวัน จำนวนเงินที่จะผ่านระบบโครงการจะค่อยๆ ทยอยเพิ่มขึ้นในทุกวัน จึงต้องใช้เวลากว่าวงเงินใช้จ่ายจะครบ 1 หมื่นล้านบาท ตามที่ตั้งไว้

นายกฤษฎา กล่าวถึงโครงการช้อปดีมีคืน ว่า เป็นโครงการให้ผู้ใช้จ่ายนำไปลดหน่อยภาษีได้ จึงขึ้นอยู่กับผู้เสียภาษีว่าจะเข้าร่วมโครงการหรือไม่ เพราะสามารถเลือกเข้าโครงการช้อปดีมีคืน หรือคนละครึ่ง ขึ้นอยู่กับดุลพินิจว่าโครงการจะให้ประโยชน์กับตนเองมากที่สุด กรณีลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งแล้วอยากเปลี่ยนไปใช้สิทธิโครงการช้อปดีมีคืน สามารถทำได้โดยการไม่ใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่งตามกำหนดคือภายใน 14 วัน ก็จะถูกตัดสิทธิ สามารถเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืนได้

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยวการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้กล่าวถึงโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่มีการปรับมาตรการใหม่ว่า ขณะนี้ผ่านมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียบร้อยแล้ว

โดยมีรายละเอียดของการเพิ่มมาตรการคือจะขยายเวลาการใช้สิทธิถึงวันที่ 31 มกราคม 2564 ผู้ใช้สิทธิ 1 คนใช้ได้ 10 สิทธิต่อห้องต่อหนึ่งคืน สามารถใช้สิทธิในพื้นที่ภูมิลำเนาได้ ถ้าหากใช้สิทธิในวันธรรมดาจะได้รับเงิน โคเพย์ ต่อวันสูงสุด 900 บาท จากเดิม 600 บาท

บทความก่อนหน้านี้‘หมอสุกิจ’ คาดถกอภิปรายร่วมรัฐสภา สมัยวิสามัญ หาทางออกประเทศ จบ 4 ทุ่มวันนี้
บทความถัดไปมลพิษทางอากาศโยงยอดตายโควิดทั่วโลก 15%