คณาจารย์ มช.นำ 7 น.ศ.-ศิษย์เก่า-นักวิชาการเข้ามอบตัว หลังมีหมายจับฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชุมนุมข่วงท่าแพ

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผศ.ดร.นัทมน คงเจริญ ประจำอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอาจารย์จากคณะต่างๆ กว่า 10 คน นำนักศึกษาจำนวน 7 คน ที่คาดว่าจะถูกออกหมายจับในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉิน และข้อหาอื่นๆ หลังเข้าร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล ร่วมกับนายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน และนายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ลานประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา มามอบตัวกับเจ้าหน้าตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยมีตัวแทนจากพรรคก้าวไกล และคนเสื้อแดงเดินทางมาให้กำลังใจด้วย

สำหรับผู้ที่ถูกออกหมายจับเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี 5 คน ประกอบด้วย นายวัชรภัทร ธรรมจักร, น.ส.สุปรียา ใจแก้ว, นายวิทยา คลังนิล, นายธนาธร วิทยเบญจางค์, นายณัฐวุฒิ คติเวชกุล ส่วนนายสุริยา แสงแก้วฝั้น เป็นศิษย์เก่าที่จบการศึกษาในระดับปริญญาโท และ น.ส.เพ็ญสุภา สุขคตะ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ โดยในจำนวนนักศึกษาและศิษย์เก่าที่มามอบตัวนั้น นายสุริยา แสงแก้วฝั้น ซึ่งเป็นผู้พิการตั้งแต่กำเนิด ได้นั่งรถวีลแชร์ เดินทางมามอบตัวด้วยตัวเอง โดยมีอาจารย์ รุ่นน้องนักศึกษา และมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจ

รศ.สมชายเปิดเผยว่า การมาในวันนี้เนื่องจากส่วนใหญ่นักศึกษาใกล้สอบแล้ว แต่เมื่อมีข่าวว่ามีการออกหมายจับนักศึกษา แต่ไม่มีการแสดงหมายจับ ไม่มีใครมาจับ และมีกลุ่มบุคคลแปลกหน้ามาวนเวียนอยู่ใกล้ที่พัก ทำให้กลุ่มนักศึกษาหวั่นว่าจะไม่ปลอดภัย ทางคณาจารย์จึงรวมตัวกันนำศึกษาที่เข้าข่ายที่ถูกออกหมายจับมาแสดงตัวเพื่อความบริสุทธิ์ใจ เพราะการชุมนุมทำตามสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ

โดยหลังการเข้ามอบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำบันทึกจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา จากนั้นอาจารย์ได้ใช้ตำแหน่งในการยื่นขอประกันตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ให้ประกันตัว โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ เพราะทั้งหมดไม่มีพฤติกรรมหลบหนี

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทั้ง 7 คนที่ถูกออกหมายจับ ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรมนูญ หรือ มิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงเรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุมโดยจัดให้มีการชุมนุม การทำกิจกรรม หรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค หรือกระทำการอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนหรือการกลั่นแกล้งเพื่อแพร่เชื้อโรค ณ ที่ใดๆ ทั่วราชอาณาจักรร่วมกันกระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

สำหรับนายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ที่ถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ และยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเชียงใหม่ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ วันนี้ทีมทนายความเดินทางไปยื่นคัดค้านการขอฝากขังผลัดที่ 2 ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากครบกำหนดฝากขังผลัดแรกในวันนี้ และพนักงานสอบสวนจะต้องเดินทางไปขอยืนฝากขังผลัดที่ 2 เนื่องจากกระบวนการสอบปากคำยังไม่เสร็จสิ้น

บทความก่อนหน้านี้ไพบูลย์ หนุนบิ๊กตู่ เมินเสียงลาออก ชี้แค่คนไม่กี่หมื่น อีกไม่นานก็จะพ่ายแพ้ไปเอง
บทความถัดไปเยาวชนปลดแอก เตือนผู้ชุมนุม งดโลโก้-ท่าทาง ‘นาซี’ หวั่นมือที่ 3 สร้างสถานการณ์