คณาจารย์ มธ. หอบหนังสือเรียนเข้าเยี่ยม ‘รุ้ง-เพนกวิน’ แถลง 3 ข้อ วอนสังคมเคารพสิทธิ ปชต.

คณาจารย์ มธ. หอบหนังสือเรียนเข้าเยี่ยม ‘รุ้ง-เพนกวิน’ แถลง 3 ข้อ วอนสังคมเคารพสิทธิ ปชต.

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กลุ่มคณาจารย์และนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เข้าเยี่ยมแนะนำหนังสือเรียนและหนังสือวิชาการต่างๆ ให้กับนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ที่ถูกคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และนางสาวปนัสญา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ที่ถูกคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง พร้อมอ่านแถลงการณ์ 3 ข้อ ได้แก่ 1.ขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อนักศึกษา โดยดูแลสวัสดิภาพการดำเนินชีวิต และสามารถเข้าถึงหนังสือ ตำราเรียน และคำบรรยายที่เพื่อนและคณาจารย์ส่งมอบให้ตลอดเวลาที่อยู่ภายในเรือนจำ

2.ขอให้ศาลพิจารณาให้ได้รับการประกันตัว เนื่องจากนักศึกษามีภาระต้องเข้ารับการศึกษา

และ 3.ขอให้สังคมเคารพด้านการแสดงออกของนักศึกษา หยุดสร้างวาทกรรม เกลียดชัง และยุยงปลุกปั่น ต่อการเคลื่อนไหวของนักศึกษา ซึ่งมีแนวโน้มจะนำไปสู่ความรุนแรง และขอให้สังคมเคารพสิทธิตามระบบประชาธิปไตย

นายประจักษ์ ก้องเกียรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ กล่าวว่า กลุ่มคณาจารย์และผู้ปกครองเข้าเยี่ยม 2 นักศึกษาทั้งสองคนที่ถูกควบคุม หลังย้ายมาจากเรือนจำธัญบุรี ซึ่งวันนี้ทนายความจะเพิ่มหลักทรัพย์เป็นเงินสดที่ใช้ประกันตัวในวงเงินที่มากขึ้น พร้อมระบุว่านักเรียนทั้งสองคนเป็นเด็กเรียนดี โดยเฉพาะเพนกวิน ได้รับเกียรตินิยม นอกจากนี้ยังเป็นห่วงในเรื่องสุขภาพ เนื่องจากทั้งสองคนมีอาการป่วย โรคหอบหืด และไมเกรน จึงเกรงว่าสุขภาพจะทรุดโทรมช่วงที่อยู่ภายในเรือนจำ ซึ่งที่ผ่านมา ทนายความได้มีการยื่นอุทธรณ์ประกันตัว แต่ศาลไม่รับพิจารณา จึงจะยื่นประกันตัวอีกครั้งในวันนี้ และเชื่อว่าศาลจะเมตตา

อย่างไรก็ตาม หากศาลพิจารณาให้ประกันตัว โดยกำหนดเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราว จะให้เป็นเรื่องของทนายความ แต่เชื่อว่าทั้งสองคนไม่มีพฤติกรรมหลบหนี เนื่องจากที่ผ่านมาทั้งสองคนเข้าต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมทุกคดี

ด้านนายยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา กล่าวว่า มีความเป็นห่วงในเรื่องของสวัสดิภาพของทั้งสองคนที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ จึงหวังว่าการยื่นตำราเรียนในวันนี้จะช่วยให้ทั้งสองคนคลายเหงาได้ ส่วนระเบียบของมหาลัยธรรมศาสตร์นักศึกษาต้องโทษ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียน เผื่อมีแนวทางที่ทำให้นักศึกษาเรียนทันเพื่อนได้ ส่วนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มนักศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนสามารถทำได้ แต่ยอมรับว่ารู้สึกกังวลมีความรุนแรงเกิดขึ้นในอนาคต เนื่องจากมีสัญญาณที่น่าเป็นห่วง ทุกฝ่ายควรเคารพซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมต้องควรหลีกเลี่ยง

สำหรับแถลงการณ์ฉบับเต็ม ความว่า

แถลงการณ์คณาจาย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เข้าเยี่ยมนักศึกษาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
เรียกร้องให้ปล่อยตัวนักศึกษาและประชาชนที่ถูกคุมขัง

คณาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่มาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ได้ติดตามการชุมนุมและการปฏิบัติ
หน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างใกล้ชิด ด้วยความห่วงใยต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักศึกษาและประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เราจึงมาเยี่ยมนักศึกษาและประชาชนที่ถูกจับกุม

ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับนักศึษา คณาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเรียกร้องต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้มีอำนาจเกี่ยวข้อง และสังคมดังต่อไปนี้

1.ขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อนักศึษาที่อยู่ในเรือนจำอย่างเป็นธรรม และดูแลสวัสดิภาพของนักศึกษา
ตามหน้าที่อย่างดี เนื่องจากคณาจารย์มีความห่วงใยต่อสวัสดิภาพความเป็นอยู่และการดำเนินชีวิตในเรือนจำของนักศึกษาที่ถูกจับกุม นักศึกษาเหล่านี้เป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ยังมิได้มีความผิดตามกฎหมายแต่อย่างใด โดยเฉพาะนักศึกษาที่ยังมีหน้าที่ศึกษาเล่าเรียน ขอให้พวกเขาสามารถเข้าถึงหนังสือ ตำราเรียน และคำบรรยายที่เพื่อนและคณาจารย์ส่งให้ เพื่อที่เขาจะได้ศึกษาเล่าเรียนไปพร้อมกับการทำหน้าที่พลเมืองในระบอบประชาธิปไตย

2.ขอให้ศาลพิจารณาให้นักศึกษาได้รับการประกันตัว เนื่องจากนักศึกษามีภาระต้องเข้าเรียน
นำเสนองาน และสอบให้ครบตามกำหนด หากไม่ได้รับการประกันตัว จะกระทบโดยตรงต่อสถานภาพและ
อนาคตทางการศึษาของนักศึกษาอย่างร้ายแรง นอกจากนั้นทั้งปนัสยาและพริษฐ์มีโรคประจำตัว หากถูกกักขังไว้ในเรือนจำที่แออัดอาจทำให้เกิดอาการกำเริบของโรคจนเป็นอันตราย

ทั้งนี้ ตามปฏิญญาสากลว่าต้วยสิทธินุษยชน กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิ
ทางการเมือง และรัฐธรรมนูญ 2560 ล้วนยืนยันในหลักการที่ว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ตามกฎหมายได้ว่ามีความผิด ผู้ต้องหาจึงต้องได้รับสิทธิในการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี การเคลื่อนไหวของนักศึกษาเป็นการเคลื่อนไหวทางความคิดเพื่อปฏิรูปสังคมการเมืองให้เป็นประชาธิปไตย มิใช่การก่อความวุ่นวายสร้างความเสียหายต่อบ้านเมือง เราควรมองพวกเขาเป็นเยาวชนที่ตื่นตัวทางการเมืองมิใช่อาชญากร

นอกจากนี้ แม้จะถูกฟ้องร้องในหลายข้อหา นักศึกษาก็มิได้มีพฤติกรรมที่จะหลบหนีแต่ประการใดนับตั้งแต่เริ่มการชุมนุมจนถึงวันนี้ จึงขอให้ศาลพิจารณาให้นักศึกษาได้รับสิทธิประกันตัวและได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

ทั้งนี้ ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมทุกคนควรได้รับสิทธิในการประกันตัวเช่นเดียวกัน

และ 3.ขอเรียกร้องให้สังคมเคารพการแสดงออกของนักศึกษา หยุดสร้างวาทกรรมเกลียดชังหรือการยุยง
ปลุกปั่นด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จต่อการชุมนุมเคลื่อนไหวของนักศึกษา ซึ่งมีแนวโน้มที่จะนำสังคมไปสู่หนทาง
แห่งความรุนแรงสังคมควรตระหนักว่าการเคลื่อนไหวของนักศึกษาเป็นการใช้สิทธิตามหน้าที่พลเมืองใน
ระบบประชาธิปไตย เฉกเช่นเดียวกับผู้ชุมนุมกลุ่มอื่นๆ ทั้งที่เห็นต่างและเห็นตรงกับนักศึกษา ซึ่งรัฐธรรมนูญ
ของไทยได้รับรองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของพลมืองทุกคนในการแสดงความคิดห็นและการชุมนุมอย่างสงบสันติและอยู่ในกรอบของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เท่าที่ผ่านมาเป็นประจักษ์ชัดว่าการแสดงออกของนักศึกษาเป็นไปด้วยความสุจริตใจ ด้วยความมุ่งหวังให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าและคนในชาติมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน

เพื่อให้นักศึกษาได้ดำเนินชีวิตที่มีอิสรภาพตามปกติ สามารถทำหน้าที่เป็นนักศึกษาที่ดีไปพร้อมกับการเป็นพลเมืองที่อุทิศตนต่อสังคมได้โดยสมบูรณ์ เราถือเป็นความรับผิดชอบและพันธะทางศีลธรรมของคนเป็นครูที่จะต้องช่วยเหลือลูกศิษย์ที่เป็นนักศึกษาอย่างเต็มกำลังความสามารถในยามที่พวกเขาเดือดร้อน

ด้วยความเชื่อมั่นในสิทธิเสรีภาพตามระบบประชาธิปไตย และความห่วงใยต่อสวัสดิการของนักศึกษาและประชาชน

คณาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เข้าเยี่ยมนักศึกษาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
26 ตุลาคม 2563

บทความก่อนหน้านี้แพทย์ รพ.เกาะสมุย เผยผลตรวจผู้สัมผัสใกล้ชิดความเสี่ยงสูงแหม่มฝรั่งเศส 2 รายเป็นลบ ไม่พบเชื้อโควิด
บทความถัดไปชาวจีน-ตปท. ในเขตกะเหรี่ยงตื่น หลังพม่าประกาศ 1,914 คนวีซ่าหมดอายุ จ่อหนีเข้าไทย