เครือข่ายรามฯเพื่อปชต. ล้อมวงกินข้าวหน้าสน.หัวหมาก แล้วลุยทวงถามคดีเสื้อเหลืองทำร้าย

เครือข่ายรามฯเพื่อประชาธิปไตย ล้อมวงกินข้าวหน้าสน.หัวหมาก พร้อมเข้าทวงถามคืบหน้าคดีเสื้อเหลืองทำร้ายแต่ไร้ความคืบหน้า

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 23 ตุลาคม ที่ สน.หัวหมาก กลุ่มนักศึกษา “เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย” เดินทางมาทำกิจกรรมนั่งรับประทานอาหารหน้า สน.หัวหมาก และเข้าทวงถามความคืบหน้าคดีกลุ่มคนเสื้อเหลืองทำร้ายร่างกายผู้ชุมนุมเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ภายใน มหาวิทยาลัยรามคำแหง(มร.) เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม

สำหรับเมนูที่กลุ่มนักศึกษานำมาวันนี้คือ ตำปูปลาร้า ลาบหมู ก้อยเนื้อดิบ น้ำแดง และโอเลี้ยง

โดย น.ส.ฐิติมา บุตรดี หรือแบม อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มร. ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยถึงอาการบาดเจ็บที่เท้าจากการถูกทุ่มลำโพงใส่ว่า อยากเดินเองให้เร็วที่สุด ขณะนี้พยายามไม่เดินเยอะ การหายน่าจะใช้เวลาเป็นสัปดาห์ วันนี้มาทำกิจกรรมกินข้าวและทวงถามตำรวจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้านนายนันทพงศ์ ปานมาศ นักศึกษา ปริญญาโท มร. สมาชิกเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า เรามากินข้าวหน้า สน.หัวหมาก เพื่อที่จะทวงถามความคืบหน้าคดีที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองเข้าไปทำร้ายนักศึกษาใน มร. พวกเราหลายคนกังวล เนื่องจากคนที่นำคนเสื้อเหลืองเข้ามาในวันนั้นเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ หลายๆ ท่านคงทราบกันแล้วว่ามีชื่อใครบ้าง เราได้แจ้งรายชื่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วประมาณ 9 ราย เท่าที่พอจะหารายชื่อได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เขตบางกะปิและเขตใกล้เคียง พวกเรากลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราก็เลยมาติดตาม กลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะโดนผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ข่มขู่

ส่วนเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุที่อีกฝ่ายอ้างมีการยั่วยุคนเสื้อเหลืองก่อนนั้น นายนันทพงศ์ กล่าวว่า เบื้องต้นวันนั้นมีนักเรียนมัธยมต้นจากโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงมร. น้องนักเรียนโดนห้ามจากกลุ่มเสื้อเหลืองไม่ให้เข้ามาในมร. น้องน่าจะรู้สึกว่าทำไมเขาทำแบบนั้น น้องก็เลยกลับไปตามเพื่อนๆ มา แล้วมากับเพื่อนอีกครั้งตามที่ภาพเห็นเด็กอายุ 13-14 ปี ไปยืนชู 3 นิ้ว ให้กับพี่เสื้อเหลืองที่ยืนอยู่ แต่ไม่ว่าอะไรก็ตาม เด็กผู้หญิงอายุ 13-14 ปี ไปยืนชู 3 นิ้ว กลับถูกเสื้อเหลืองวิ่งไล่เตะมา มันบ่งบอกถึงวุฒิภาวะๆ ตนไม่รู้จะใช้คำไหนอธิบาย การชู 3 นิ้วถึงขั้นต้องโดนไล่เตะหรือ

นายนันทพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่หนึ่งในคนเสื้อเหลืองเป็นคณะทำงานของนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งนายถาวรบอกให้นักศึกษาไปแจ้งความ ว่า ฝากไปถึงรัฐมนตรช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมจะขอโทษนักเรียนสักคำไม่ได้หรือ ทั้งที่ยอมรับเป็นคนของตัวเอง แทนที่จะขอโทษสักคำ เรื่องนี้รับไม่ได้จริงๆ

นายนันทพงศ์ ยืนยันว่า ไม่มีใครล้มล้างสถาบันทั้งนี้การใส่เสื้อเหลืองรักสถาบัน ก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายใครก็ได้ เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา และไม่มีสิทธิ์ใช้คำว่าเหลืออดมาทำร้ายคนเห็นต่าง บ้านเมืองมีกฎหมายมีขื่อแปร ไม่มีใครที่จะมาทำร้ายใครได้

นายนันทพงศ์ กล่าวอีกว่า มหาวิทยาลัยยังไม่เข้ามาดูแลอะไรในเรื่องข้อกฎหมาย ที่บอกว่าจะตั้งทีมกฎหมายมาช่วย ยังไม่มีความคืบหน้า และไม่ติดต่อมาทางพวกเราคนใดคนหนึ่งเลย ต้องบอกความจริงกัน วันจันทร์นี้ (26 ตุลาคม) พวกเราจะไปติดตามความคืบหน้ากับรักษาการอธิการบดีมร. และอธิการบดีคนใหม่ที่ยังไม่รับการแต่งตั้งแต่เลือกตั้งมาแล้ว อีกทั้งวันนั้นมีเจ้าหน้าที่มร.ที่ร่วมทำร้ายเด็กด้วย

หลังรับประทานอาหาร กลุ่มนักศึกษามร.เดินขึ้น สน.หัวหมาก เข้าพบ พ.ต.ท.พลกฤต ธรรมสาส์น รอง ผกก.(สอบสวน) สน.หัวหมาก เพื่อถามความคืบหน้าทางคดี โดยหลังเข้าพบ นายนันทพงศ์ กล่าวว่า ทาง พ.ต.ท.พลกฤต บอกไม่ใช่ผู้รับผิดชอบคดีโดยตรง และทาง พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.หัวหมาก ติดประชุม จึงไม่สามารถบอกความคืบหน้าทางคดีได้ หากพวกเราต้องการทราบเรื่องเร็วที่สุด พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีจะมาเข้าเวรในวันพรุ่งนี้ (24 ตุลาคม) เวลา 24.00-06.00 น. และอีกครั้งคือวันที่ 26 ตุลาคม เวลา 06.00-12.00 น. ทั้งที่เมื่อวาน ผกก.สน.หัวหมาก บอกว่าจะตั้งคณะทำงานขึ้นมา แต่วันนี้กลับยังไม่มีความคืบหน้า ทำให้พวกตนกลัวว่าตำรวจทำเพื่อยื้อเวลาให้กระแสเงียบ และคดีก็จะเงียบหายไปด้วย อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่ากลัวอันตราย เพราะไม่รู้ว่าในอนาคตเขาจะมาทำร้ายพวกเราอีกเมื่อไหร่

นายนันทพงศ์ กล่าวด้วยว่า พวกเราพยายามถามย้ำว่าคดีคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว เพราะเราได้พยายามหาชื่อ และแจ้งรายชื่อผู้ต้องสงสัย 9 ราย ที่คิดว่าเป็นแกนนำ มอบให้กับพนักงานสอบสวนไปแล้ว โดยทางตำรวจก็ได้ปริ้นท์รายชื่อจากระบบ ซึ่งมีทั้งชื่อ นามสกุล ที่อยู่ มาให้ยืนยันตัวตนผู้ก่อเหตุ แต่วันนี้กลับยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

บทความก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือสั่งปชช.อยู่บ้าน หวั่นฝุ่นเหลืองจากจีน พัดพาเชื้อโควิดเข้ามาด้วย
บทความถัดไปชาวแปดริ้ว 11 อำเภอ รวมตัว 2,000 คน ใส่เสื้อเหลือง จุดยืนป้องสถาบัน