‘มีเดีย อินไซด์ เอ้าท์’ จี้รัฐบาลหยุดคุกคามเสรีภาพสื่อ ชี้เสนอข่าวการชุมนุมมีความจำเป็นต่อมนุษยธรรม

วันที่ 19 ตุลาคม 2563 กลุ่มมีเดีย อินไซด์ เอ้าท์ กลุ่มบุคลากรเฉพาะกิจในวงการสื่อสารที่ติดตามและจับตาการทำงานของสื่อ ได้แถลงการณ์ต่อสถานการณ์สื่อมวลชนจากการรายงานข่าวการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่า รับทราบมาตรการใหม่ของรัฐบาลกับสื่อด้วยความห่วงใยในผลกระทบที่เกิดจากเอกสารการออกคำสั่งเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงให้ตรวจสอบและระงับเนื้อหาบางส่วนขององค์กรสื่อคือ ประชาไท The Reporters The Standard VoiceTV ตลอดจน สื่อของกลุ่มเยาวชนปลดแอก Free YOUTH ในการรายงานที่ได้ทำมาแล้วเกี่ยวกับการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย โดยให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นผู้บังคับให้เป็นไปตามคำสั่ง โดยอาศัยเหตุผลว่าเป็นข้อความที่“ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวหรือมีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนทั่วราชอาณาจักร

กลุ่มมีเดีย อินไซด์ เอ้าท์ เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นการลิดรอนเสรีภาพในการสื่อสารและการแสดงออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาวิกฤติและมีความขัดแย้งทางการเมือง

ส่วนการแถลงของ กอร.ฉ. เมื่อเช้าวันที่ 19 ตุลาคมว่า มาตรการนี้ยังมิใช่ถือว่าเป็นการปิดกั้นสื่อ เป็นแต่เพียงการจัดการกับข้อมูลบางชิ้นที่ถือว่าเข้าข่ายข้อกล่าวหาดังกล่าว เป็นแต่เพียงข้ออ้างในทางเทคนิค เพราะการห้ามการถ่ายทอดสดและปลดรายงานเดิมเกี่ยวกับการชุมนุมก็ไม่อาจมองเป็นอื่นได้ นอกจากการปิดกั้นการเผยแพร่ในเรื่องอันเกี่ยวกับประเด็นการชุมนุม

หากสื่อที่ถูกคำสั่งห้ามทั้งหมดมีการรายงานที่ผิดพลาดหรือบิดเบือนประการใด รัฐบาลควรใช้มาตรการกำกับดูแลสื่อและกฎหมายเกี่ยวกับสื่อที่มีอยู่แล้ว ดำเนินการ มิใช่ออกคำสั่งห้ามการทำงานและลบข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ไปแล้ว ซึ่งนอกจากจะเป็นการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกและการสื่อสารดังกล่าวมาแล้ว ยังอาจตีความได้ด้วยว่า ส่อให้เห็นถึงเจตนาของการใช้มาตรการที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นกับผู้เห็นต่างทางการเมือง

ไม่ว่าผู้ชุมนุมจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากรัฐอย่างไร สื่อมวลชนมีหน้าที่จะต้องรายงานและนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องให้แก่สาธารณชนได้รับรู้ เพื่อให้สังคมได้ตระหนักถึงการเคลื่อนไหวและข้อเรียกร้องของพวกเขา และร่วมกันขบคิดนำพาไปสู่การถกเถียงร่วมกันหาทางออกอย่างสันติ เป็นหน้าที่ของสื่อในสังคมประชาธิปไตยที่ขาดไม่ได้ การปิดปากสื่อเท่ากับปิดช่องทางในการสื่อสารในสังคมในสภาพที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดยิ่งจำเป็นต้องมีการสื่อสารเช่นนี้มากขึ้น มิใช่น้อยลง

ยิ่งกว่านั้นในการชุมนุมที่เผชิญข้อจำกัดหลายประการรวมไปถึงมาตรการของรัฐซึ่งทั้งหมดนี้กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนที่มาชุมนุมอย่างสงบตามสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ไม่ว่ารัฐจะถือว่าการชุมนุมนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ก็ตาม แต่ความเป็นไปและความปลอดภัยของผู้ชุมนุมนับเป็นสิ่งที่ครอบครัวและผู้เกี่ยวข้องอีกเป็นจำนวนมากเฝ้าติดตามด้วยความห่วงใย ผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม มีสิทธิที่จะได้รับรู้ความเป็นไปของผู้ร่วมชุมนุมในฐานะมนุษย์ด้วยกันและในฐานะเพื่อนร่วมสังคมเดียวกัน การรายงานข่าวเช่นนี้ถือเป็นความจำเป็นในเรื่องของมนุษยธรรม

กลุ่มมีเดียอินไซด์เอ้าท์ (Media Inside Out) ขอประณามการออกคำสั่งปิดกั้นเสรีภาพสื่อในครั้งนี้ และขอเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้องค์กรสื่อและบุคลากรในวงการสื่อสารมวลชนทุกฝ่ายร่วมกันปกป้องเสรีภาพของสื่อในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารดังกล่าว และปกป้องสิทธิของประชาชนในการสื่อสารและเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร

กลุ่มมีเดียอินไซด์เอ้าท์ Media Inside Out
19 ตุลาคม 2563

บทความก่อนหน้านี้เครือเฮอริเทจ ร่วมออกบูธสนับสนุนประเพณีงานเจ เยาวราช 2563
บทความถัดไปคุยกับทูต : มุฮัมมัด ฮุซัยน์ เอ็ม เอ อัลฟัยลากาวี คูเวตในวันที่มี เจ้าผู้ครองรัฐพระองค์ใหม่