เลขาป้ายแดง “เพื่อไทย” ย้ำพรรคยึดมั่นแนวทางปชต. ไม่ร่วมสังฆกรรม กมธ.แก้รธน.ปีกรัฐบาล

วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เมื่อเวลา 13.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายประเสริฐ จันทรวงทอง เลขาธิการพรรคพท. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมพรรค ถึงแนวทางการทำงานต่อจากนี้ ว่า ตนขอใช้โอกาสนี้กราบขอบพระคุณสมาชิกพรรคทุกท่านที่ติดตามการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคพท.ในวันนี้ ทั้งนี้ พรรคจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของพรรคใหม่ โดยจะเน้นในเรื่องของการกระจายอำนาจ และแบ่งภารกิจกันอย่างชัดเจน โดยจะมีคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นศูนย์กลางในการบริหาร ส่วนสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคก็เนื่องจากว่า พรรคได้มองสถานการ์การเมืองในยุคปัจจุบัน การปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารจึงปรับเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพองเศรษฐกิจ และการเมืองที่เปลี่ยนไป เพราะวันนี้ประชาชนขาดศรัทธา วันนี้พรรคพท.จึงจะขับเคลื่อนทุกองคาพยพ โดยหลังจากนี้ภารกิจเริ่มแรกที่สำคัญคือ ต้องเร่งระดมความคิดเห็น โดยการเร่งประชุมกรรมการบริหารพรรคโดยด่วน ภายใน 1 หรือ 2 สัปดาห์นี้ เพื่อวางกรอบนโยบายในด้านต่างๆ ต่อมาคือ เร่งสร้างนโยบายของพรรคให้ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชน นอกจากนี้แล้ว ในฐานะที่ตนเป็นเลขาธิการพรรค ครั้งนี้จะต้องสร้างพรรคให้มีความเข้มแข็งด้วยการกระจายอำนาจ แบ่งส่วนงาน กระจายความรับผิดชอบ และให้ความสำคัญกับส.ส.ทุกคน เพราะถือเป็นผู้ที่สัมผัสกับพี่น้องประชาชนโดยตรง จะรับรู้ รับทราบปัญหาของพี่น้อง

นายประเสริฐ กล่าวอีว่า วันนี้พรรคพท.จะสร้างมิติใหม่ทางการเมืองเพื่อความหวังของประชาชนในอนาคต โดยวันนี้มีคนรุ่นใหม่เข้ามา เป็นการผสมเอาความคิดของคนรุ่นใหม่ และคนรุ่นเก่ามารวมกัน ซึ่งเราจะทำงานประสานกัน เด็กหลายคนมีความคิดสร้างสรรค์ วันนี้เทคโนโลยี และการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก พรรคจึงต้องผนึกกำลังกันทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคพท.ยืนหยัดที่จะทำประชาธิปไตย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้เราจะมีทีงาน ซึ่งถ้าเปิดประชุมสภาขึ้นมาคงจะได้พูดกันในสภาต่อไป

เมื่อถามว่า วันนี้รัฐบาลได้มีความพยายามในการติดต่อขอฝ่ายค้านเข้าไปร่วมพูดคุยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ พรรคพท.จะร่วมพูดคุยหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) ฝ่ายค้านไม่ร่วมสังฆกรรมแน่นอน เพราะมองดูแล้วรัฐบาลยังขาดความจริงใจในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง เพราะจากวาระ 1 แทนที่จะพิจารณาเลย รัฐบาลกลับซื้อเวลา 1 เดือน เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญให้รอบคอบก่อน ส่วนที่ทางกมธ.จะเชิญไปให้คามเห็นนั้น เรื่องนี้ยังไม่เห็นหนังสือ ซึ่งต้องดูประเด็นก่อน ว่าเป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชนต้องการหรือไม่ แล้วเราจึงจะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามถึงการเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่นในส่วนของพรรคพท. นายประเสริฐ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องแรกๆหลังจากที่คณะกรรมการบริหารเข้าทำงานแล้วจะได้พูดึคุยกันในที่ประชุมต่อไป เพราะเราต้องมีการเตรียมการ เนื่องจากอีกไม่นานแล้ว

เมื่อถามว่า คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะเข้ามามีบทบาทใฝนการดึงคะแนนนิยมซึ่งที่ผ่านมาอาจจะเสียไปหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า จริงๆแล้วพรรคพท. เป็นพรรคที่มีจุดยืนที่มั่นคงในเรื่องของประชาธิปไตยแต่แรกแล้ว ซึ่งจุดยืนนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง วันนี้การรับฟังเสียงของคนรุ่นใหม่พวกเรามองว่าเป็นประโยชน์ เราเดินเคียงคู่ทั้งบทบาทในสภา และนอกสภา และเราต้องมีการประสานงานกับอีกหลายภาคส่วนในอนาคต

เมื่อถามว่า ในฐานะเลขาธิการพรรคจะสร้างความเข้มแข็งเป็นเอกภาพให้เกิดขึ้นในพรรคอย่างไร นายประเสริฐ กล่าวว่า ในฐานะพ่อบ้านของพรรค ต้องประสานงานกับบุคลากรในพรรคทุกภาคส่วนเพื่อสร้างพลังอันยิ่งใหญ่ให้พรรคพท. ทั้งภายใน และภายนอก และอยากให้คอยดูบทบาทต่อจากนี้ของพรรคพท.

เมื่อถามถึงข่าวที่จะมีการดึงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กลับมาก นายประเสริฐ กล่าวว่า นายชัชชาติได้ปฏิเสธในเบื้องต้นก่อน คงเป็นเรื่องในอนาคต และต้องเคารพการตัดสินใจของท่าน สำหรับการดึงกลุ่มบุคคลต่างๆกลับมาร่วมงาน อาทิ กลุ่มแคร์ เขาเป็นกลุ่มนักวิชาการ มีแนวความคิด และข้อคิดเห็นกลายอย่าง อะไรที่เป็นประโยชน์พรรคพท.ก็พร้อมรับฟัง โดยอาจจะร่วมสนทนา สัมนากันเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศชาติในอนาคตก็เป็นไปได้

เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าวคุณหญิงพจมาน ดาาพงศ์ อดีตภรรยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะกลับมาบริหารพรรค นายประเสริฐ กล่าวว่า ท่านเป็นผู้ใหญ่ของพรรค ที่เราให้ความเคารพนับถือ แต่ที่ผ่ามาท่านไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารกิจการของพรรคแต่อย่างใด

เมื่อถามถึงการดึงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคพท. เข้ามาร่วมงาน นายประเสริฐ กล่าวว่า ท่านยังเป็นสมาชิก และบุคลากรคนสำคัญของพรรคอยู่ หลังจากที่คณะกรรมการบริหารพรรคได้ประชุมกันแล้วก็คงจะมีการพูดคุยกันว่าจะขอให้ท่านกลับมาทำงานร่วมกันอย่างไร

บทความก่อนหน้านี้“คณะก้าวหน้า” ชุดกลุ่มชาติพันธุ์ หนุนตั้ง เครือข่ายสิทธิในที่ดิน ขยายมวลชนดันวาระแห่งชาติ
บทความถัดไป‘ประยุทธ์’ ให้ความเชื่อมั่นนักลงทุน ฟุ้งมีแผนรับการลงทุนพื้นที่อีอีซีต่อเนื่อง