ผบ.ตร.แถลงจับคนร้ายปล้นร้านทองเยาวราช ฉกทอง 216.5 บาท มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท

ผบ.ตร.แถลงจับคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ได้ทอง 216.5 บาท มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท

กรณีวันที่ 27 กันยายน 2553 เวลาประมาณ 10.30 น. เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายไทยใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาเทสโก้โลตัส วังหิน แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ได้ทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณจำนวน 216.5 บาท รวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปนั้น

เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 ร่วมกันแถลงจับกุมนายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์ อายุ 38 ปี ทำหน้าที่ลงมือก่อเหตุ 2.นางสาวจันดา หรือน้อย จันทร์โศก (Mrs. Chanda Chansouk) สัญชาติลาว อายุ 24 ปี ซึ่งทำหน้าที่ดูต้นทางและพาหนี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1483-1484/2563 ลงวันที่ 29 กันยายน 2563 ในฐานความผิด “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ โดยมอบหน้าที่หรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ใช้อาวุธปืนใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดเพื่อการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมและมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยจับกุมนายชัยมงคล ได้ที่บ้านเลขที่ 223 หมู่ 8 ต. ห้วยพิชัย อ.ปากชม จ.เลย เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 เวลา 16.30 น. พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำ จำนวน 1 เส้น น้ำหนัก 38.3 กรัม และจับกุม น.ส.จันดา ได้ในพื้นที่ จ.หนองคาย พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำจำนวน 3 เส้น น้ำหนักรวม 331.7 กรัม

จากการสืบสวนสอบสวนของตำรวจทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายชัยมงคลและนางสาวจันดา ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน ได้ร่วมกันวางแผนเตรียมการโดยก่อนเกิดเหตุทั้งคู่เก็บของออกจากห้องเช่าภายในซอยเสนานิคม 11 จากนั้นนายชัยมงคลได้ให้นางสาวจันตานั่งรถแท็กซี่ เพื่อไปที่ซอยเสนานิคม 1 ซอย 26 เพื่อสังเกตการณ์จุดที่จะนำรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ เพื่อนำไปทิ้งไว้พร้อมกับสิ่งของพรางตัว ต่อมาในวันเกิดเหตุนายชัยมงคลได้ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น ทีทีเอ็กซ์ ไปยังห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส วังหิน และใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ จากนั้นได้ขขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีและได้นำเอารถจักรยานยนต์พร้อมด้วยเสื้อผ้าและอุปกรณ์พรางตัวไปทิ้งที่อพาร์ตเมนต์ในซอยเสนานิคม 1 ซอย 26 แล้วจึงเดินทางไปพบกันที่สถานีขนส่งหมอชิต เพื่อแบ่งทองที่ได้มาจากการชิงทรัพย์ ก่อยแยกย้ายเพื่อหลบหนี

นายชัยมงคลได้ขึ้นรถโดยสารจากสถานีขนส่งหมอชิตไปยัง จ.เลย เพื่อเตรียมที่จะเดินทางหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ส่วน น.ส.จันดาได้เดินทางจากสถานีขนส่งหมอชิต เพื่อนำทองรูปพรรณจำนวนหนึ่งใส่ไว้ในพัดลมตั้งพื้นไปฝากไว้กับนายสุริยันต์หรือมอส นิลบรรพต อายุ 37 ปี ในพื้นที่ จ.นครปฐม โดยนายสุริยันต์ได้นำทองดังกล่าวไปซุกซ่อนไว้ในบ้านพักหลังจากนั้น น.ส.จันดาได้เดินทางด้วยรถไฟจากกรุงเทพมหานครไปยัง จ.หนองคาย เพื่อเตรียมที่จะเดินทางหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจสอบบ้านพักของนายสุริยันต์ หรือมอส นิลบรรพต อายุ 37 ปีในพื้นที่อ.สามพราน จ.นครปฐม พบทองคำรูปพรรณ จำนวน 22 เส้น น้ำหนักรวม 1,247.8 กรัม

โดยนายสุริยันต์รับสารภาพว่าเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2563 เวลาประมาณ 14.30 น. นายชัยมงคลได้ติดต่อตนว่าจะนำเงินที่ติดไว้มาคืนให้โดยนัดหมายกันบริเวณสะพานลอยหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีนครปฐม เมื่อถึงเวลานัดหมายนางสาวจันดาเป็นผู้นำพัดลมตั้งพื้นมาส่งมอบให้ เมื่อกลับถึงที่พักได้ตรวจสอบภายในพัดลมดังกล่าว พบมีทองคำรูปพรรณและอาวุธปืนซ่อนอยู่ภายใน จึงได้นำอาวุธปืนไปทิ้งน้ำที่คลองใกล้บ้านพักและนำทองรูปพรรณไปซุกซ่อนไว้ภายในตู้ลำโพงในโรงงานแห่งหนึ่งใน อ.สามพราน จ.นครปฐม กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบพบ จึงได้ทำการตรวจยึดทองรูปพรรณดังกล่าวและดำเนินคดีกับนายสุริยันต์ในความผิดฐานรับของโจร ต่อไป อีกทั้งตำรวจยังได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุไว้ ซึ่งถูกกลุ่มผู้ต้องหาพ่นสีทับ

จากการตรวจสอบพบว่านายชัยมงคลเคยก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองโต๊ะกังเยาวราช สาขาห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2552 เวลาประมาณ 10.20 น. และถูกตำรวจจับกุมแล้ว หลังจากพ้นโทษได้ร่วมกับพวกก่อเหตุปล้นทรัพย์ร้านทองแม่ทองพูลชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีขอนแก่น เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 เวลาประมาณ 19.25 น. และยังเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 227/2562 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2563 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน“ ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ” และอยู่ระหว่างหลบหนี จนกระทั้งมาก่อเหตุในครั้งนี้และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่าว

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า จากการทำงานตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่แผนประทุษกรรมของผู้กระทำผิด มีรูปแบบเดิม ๆ แต่บางอย่างอาจเปลี่ยนไป แต่มั่นใจว่าตำรวจมีความสามารถมากกว่า แต่อาจไม่ทันผู้ก่อเหตุที่ชิงลงมือก่อน ซึ่งจากนี้ จะต้องเน้นเรื่องการป้องกันเหตุ โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนด้วย เช่น คดีนี้ ที่พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะเลือกร้านทองที่สามารถเข้าถึงเคาน์เตอร์ได้ง่าย ที่ผ่านมา ตำรวจพยายามประสานให้เจ้าของร้านทอง มีการติดตั้งลูกกรง หรือแผงกั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการประทุษร้ายต่อทรัพย์

บทความก่อนหน้านี้ทหารไทยกลับจากซูดาน ป่วยโควิดแล้ว 24 นาย เผยยอดป่วยรายใหม่!
บทความถัดไป‘จุรินทร์’ แจงวงถกพรรคร่วม ไม่ได้คุยรบ.แห่งชาติ รับสัญญาณดีแก้รธน.