“ทิพานัน” จ้องซัด “ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์” ดีแต่เสี้ยมให้แตกแยก ยันตั้งกมธ.ศึกษารธน.เหมาะสม

วันที่ 27 กันยายน 2563 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่ชุมชนโพธิ์แก้ว เขตจอมทอง รับร้องเรียนเกี่ยวกับกรณี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ยกเลิกสัญญาสถานพยาบาลที่มีปัญหาทุจริตบัตรทอง 64 แห่ง ใน กทม. เพื่อนำข้อร้องเรียนต่างเข้าสู่เวทีรับฟังปัญหาของตัวแทนชุมชน 50 ชุมชน ในวันที่ 28 ก.ย. ที่ศาลาเอนกประสงค์ วัดมงคลวราราม(มะเกลือ) เขตจอมทอง โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มาให้ความกระจ่างในปัญหาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการไปใช้สิทธิที่ไหน และจะต้องดำเนินการอย่างไร ผู้ป่วยฉุกเฉิน และป่วยที่ต้องรับการรักษาอย่างต่อเนื่องจะทำอย่างไรดี

น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า พร้อมกันนี้ยังรณรงค์ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ยืนยันว่ารัฐบาล และพรรคพลังประชารัฐ โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีเจตนาเตะถ่วง แต่เนื่องจากที่มาของรัฐธรรมนูญมาจากประชามติของประชาชน 16.8 ล้านเสียง เป็นสิ่งที่รัฐบาล และพรรคพลังประชารัฐ ต้องระมัดระวังในการดำเนินการด้วย ไม่ใช่มีแต่ประชาชนที่สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีผู้ที่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย

“เพื่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ จึงต้องฟังเสียงส่วนใหญ่แต่ไม่ละเลยเสียงส่วนน้อย ต้องหาจุดที่สมดุล สามารถยอมรับกันได้ ดังนั้น การตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาจึงเป็นทางออกที่เหมาะสมในช่วงเวลานี้ ต้องฟังเสียงประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ใช่จะเอาเฉพาะที่ถูกใจนักการเมือง หากเป็นอย่างนั้นก็จะเกิดความวุ่นวายขึ้น”

น.ส.ทิพานัน กล่าวถึงกรณีเพจคณะก้าวหน้ารณรงค์ปิดสวิตช์ ส.ว. โดยระบุว่า เป็นสิ่งแปลกปลอมในระบอบประชาธิปไตยที่กวนใจประชาชนว่า เท่าที่ตนสังเกตปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา มองเห็นสิ่งแปลกปลอมในระบอบประชาธิปไตย คือปรากฏการณ์ของการรณรงค์โจมตีกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมือง ทั้งที่สังคมประชาธิปไตยนั้น ควรยอมรับความเห็นที่แตกต่าง และฟังความเห็นที่แตกต่างกัน อยู่ร่วมกันได้ ถกเถียงกันด้วยเหตุผล ไม่ใช่การยกพวกไปรุมประชาทัณฑ์ทางโซเชียล แบนสินค้าและบริการของคนที่แสดงความเห็นนั้นๆ ถือว่าเป็นการตื่นตัวทางการเมืองในลักษณะถดถอย

“ที่ผ่านมาไม่เคยแม้สักครั้งที่จะเห็นคณะก้าวหน้า แกนนำอย่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล หรือ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ออกมาเตือน หรือห้ามปรามผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้เข้าใจว่าเห็นดีเห็นงามด้วยกับพฤติกรรมเช่นนี้ ดีแต่เสี้ยมให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกในประเทศ” น.ส.ทิพานัน กล่าว

บทความก่อนหน้านี้สุดารัตน์ ลุยช่วย53ครอบครัวประสบเหตุอัคคีภัย ย้ำพี่น้องไม่ได้สู้ลำพัง ส่งกำลังใจ พร้อมประสานหน่วยเกี่ยวข้องให้อีกแรง
บทความถัดไปนักวิชาการแนะ ใช้นโยบายการเงิน Yield Curve Control กระตุ้นภาคการลงทุนยุคโควิด