‘บิ๊กตู่’ ลั่นกฎหมายคือกฎหมาย สั่งเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดม็อบ

“บิ๊กตู่” ลั่นไม่นิ่งนอนใจเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดม็อบ ชี้ ต้องอยู่บนพื้นฐานภูมิคุ้มกันที่ดีเตือนอย่าเชื่อมากเกินไป บอกรับไม่ได้

เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวภายการประชุมสภากลาโหมถึงกรณีที่มีการรณรงค์นัดหยุดงานในวันที่ 14 ต.ค.ว่า ตนขอฝากทุกคนช่วยกันแก้ปัญหานี้กับรัฐด้วย เพราะที่ผ่านมารัฐทำงานหนัก และพยายามประคองสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบมากที่สุด แต่เราก็ไม่นิ่งนอนใจ ในการดำเนินการทางกฎหมายที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน และวัตถุพยานต่างๆให้พร้อม ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เพราะไม่เช่นนั้นจะอยู่กันอย่างไร ความมั่นคงของประเทศเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ ความสงบปลอดภัยต้องไปดูว่าประชาชน 60 ล้านคนว่าอย่างไร เขาเดือดร้อนยากลำบากต้องให้ความสนใจทุกด้าน และสร้างการเรียนรู้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบสุข มีความสามัคคี เราจะแบ่งแยกกันไม่ได้ เพราะจะเป็นอันตรายกับประเทศและเกิดความไม่เชื่อมั่นจากต่างประเทศ

“เราต้องอยู่บนพื้นฐานภูมิคุ้มกันที่ดี ดังนั้นอย่าเชื่อมากเกินไป ขอให้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆด้วย เราทำงานตามสติกำลังของเรา ที่สำคัญที่สุดทุกคนต้องช่วยกัน เพราะรัฐบาลทำคนเดียวไม่ไหว เจ้าหน้าที่ก็มีอยู่แค่นี้ ถ้าจะเอาหน้าที่ทั้งหมดมาดูแลเรื่องนี้ เรื่องอื่นก็ไม่ต้องทำอะไรกัน เรื่องความสงบเรียบร้อยก็มีอันตราย ตำรวจทำงานที่นี่ ทหารทำงานที่โน้น ทั้งที่ไม่ควรเกิดขึ้น จะทำให้ภารกิจหลักของแต่ละหน่วยงานประสิทธิภาพลดลง ความปลอดภัยประชาชนก็ลดลง หลายอย่างเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับประชาชน การใช้คำพูดที่หยาบคาย วาจาผรุสวาทไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทยต้องไปดูว่าเกิดขึ้นจากอะไร ในฐานะที่เราเป็นคนไทยด้วยกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า การชุมนุมม็อบมีผลกระทบกับเศรษฐกิจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีผลกระทบต่อประชาชนและการค้าขาย หากมีการแพร่ระบาดโควิด-19 ครั้งที่สองจะทำอย่างไร ตนไม่ได้ขู่ เพราะการแพร่ระบาดรอบสองเกิดขึ้นหลายประเทศ บางประเทศที่ระบาดรอบสองเขาก็ล็อกดาวน์ประเทศกันหมดแล้ว เราจะเอาแบบนั้นหรือ นี่เป็นสิ่งที่อันตรายมากกกว่าอย่างอื่น จึงต้องค่อยๆหารือร่วมกันไป

เมื่อถามว่า หากมีการชุมนุมอีกครั้งรัฐบาลมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้เกิดขึ้นสักครั้ง เพราะไม่อยากให้ใครมาใช้โอกาสนี้ในการทำอะไรสักอย่างที่ทำให้ประเทศไม่ปลอดภัย และในเดือนต.ค.ทุกปีก็เกิดเหตุการณ์ปลุกระดมแบบนี้ทุกครั้ง ตนมองว่าประวัติศาสตร์คือประวัติศาสตร์ ถ้าดีเราก็เอามาทำ แต่ถ้าไม่ดีก็ไม่เอามาทำ ประวัติศาสตร์สอนให้เราทุกคนเรียนรู้ เรื่องอะไรที่เป็นเรื่องภายในของเราก็แก้ปัญหาไปอย่างสันติวิธี

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาการชุมนุมอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ใช่คนทำให้เกิดการชุมนุม เราไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร ตนก็ไม่ได้ขัดแย้งกับใคร มันเป็นเรื่องการขับเคลื่อนของบุคคลบางคน ถ้าสื่อรับได้ตนก็รับได้ การปฏิบัติการพูดจาถ้าสื่อและคนไทยรับได้ ตนก็รับได้ แต่วันนี้ตนรับไม่ได้

เมื่อถามว่า จะบอกผู้ชุมนุมได้หรือไม่ว่าการลาออกและการยุบสภาไม่ใช่การแก้ปัญหา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ท่านก็ทราบดี จะใช้อำนาจอะไรมากดดันกันแบบนี้ วันนี้รัฐธรรมนูญและกฎหมายทุกตัวก็ยังอยู่ ถามว่าจะใช้อะไรมากดดัน จะใช้ความรุนแรงแบบนี้หรือจะใช้ความแตกแยกทุกวัยทุกรุ่น ท่านต้องมองตรงนี้ มันคุ้มค่ากันหรือไม่กับการกระทำอย่างนี้ และทุกคนก็รู้วัตถุประสงค์ของเขาว่าทำเพื่ออะไร ซึ่งฝ่ายกฎหมายก็ลำบากใจ ผมได้คุยกันแล้ว ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร กฎหมายคือกฎหมาย ไม่วันนี้ ก็วันหน้า อายุความก็เยอะแยะไปหมด ผมไม่ต้องการให้มาปลุกให้ทุกคนมาต่อสู้ มาด่าผม บางครั้งผมก็อดทนเต็มที่”

บทความก่อนหน้านี้“ภูมิธรรม” มติเตะถ่วงแก้ไขรธน. เป็นราดน้ำมันเข้ากองไฟ วอนอย่าให้คำทำนาย “ตุลาเดือด” กลายเป็นจริง
บทความถัดไปอัยการแฉคดีลูกจ้างโกง 40 ล้าน พบพิรุธมีวิ่งเต้นตัดตอน ปล่อยบิ๊ก ขรก. ลอยนวล