“อนุชา” ยัน รัฐบาลไม่ยื้อเวลา บอกขออีกเดือน ให้ไว้ใจ เดี๋ยวจะเห็นปชต.เบ่งบาน

“อนุชา”  ยัน รัฐบาลไม่ได้ยื้อเวลา วอนให้ไว้ใจเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาบ้านเมือง ขอเวลาเพียง 1 เดือนจะเห็นประชาธิปไตยเบ่งบาน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ให้สัมภาษณ์กรณีที่สมาชิกรัฐสภามีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาก่อนรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้ถูกวิจารณ์ว่ารัฐบาลยื้อเวลาในการแก้ไข สิ่งเหล่านี้คือประชาธิปไตย และตนต้องการให้เกิดประชาธิปไตยที่แท้จริงเบ่งบานในประเทศชาติขอให้รอคนที่เก่งคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ ตามที่ต้องการขอให้รอหน่อย เพราะสิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นโดยที่มีประชาชนเป็นคนตัดสินใจ มาบริหารจัดการชาติบ้านเมือง ถ้านำพาประชาชนไปสู่ถนนวันข้างหน้าก็จะเป็นวงจรอย่างนี้ เมื่อไม่พอใจแล้วต้องลงถนนหรือเมื่อก่อนที่ตนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองก็ต้องรอ ส่วนผลที่ออกมาก็มีการหารือทั้ง 2 ฝ่ายคือวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านที่มีการพูดคุยกันว่าการดำเนินการยังเป็นไปตามปกติของการลงมติว่าจะรับหรือไม่รับหลักการอย่างไร ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภา ยืนยันว่ารัฐบาลยืนยันแก้ไขแน่นอน ที่บอกว่าไม่จริงใจเป็นการคาดเดาหรือไม่ถามว่าเมื่อถึงเวลาและมีการแก้ไขจะรับผิดชอบคำพูดอย่างไร

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่าการพิจารณาครั้งนี้มีใบสั่งหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า “ใครจะมองในแง่ลบก็คือลบใครจะมองในเชิงสร้างสรรค์ก็คือสร้างสรรค์” ไม่ได้เป็นอย่างนั้นที่บอกว่า ซื้อเวลา 1 เดือนแต่ในข้อเท็จจริงญัตติทั้ง 6 ร่างยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ โดยเฉพาะวุฒิสภาไม่ได้เข้าร่วมตั้งแต่ตอนที่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ในเมื่อยังไม่ร่วมแล้วให้เขามาลงมติก็ดูขัดกันอยู่ซึ่งทีแรกคิดว่าน่าจะมีมติในเรื่องของการรับร่างตามที่วิปได้ตกลงกัน แต่พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นจะปล่อยให้สิ่งที่เราไม่คิดไม่คาดฝันว่าจะเกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดในสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิด ดังนั้นการหาทางออกที่ดีที่สุดคือการตั้งกรรมาธิการ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 121 เพื่อพิจารณาก่อนและเมื่อฟังดูแล้วก็ถูกต้องตามครรลองคลองธรรมและไม่ได้ใช้เวลานาน ดังนั้น

“ที่บอกว่าจะยื้อหรือคว่ำทำไมไม่คว่ำตั้งแต่วันนี้หรือวันไหน ทำไมต้องใช้เวลาอีก 1 เดือน ถ้าครบ 1 เดือนพิจารณาแล้วไม่คว่ำร่างคนที่พูดจะรับผิดชอบคำพูดอย่างไร”

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์เห็นต่างจากพปชร.จะมีปัญหาในการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า เราไม่เคยเตี๊ยมกันและทุกคนมีเอกสิทธิ์ต่างคนต่างเห็นมีความคิดและมีอิสระในการทำตามระบอบ ซึ่งในการทำงานไม่ได้มีมิติเดียวถ้าเห็นตรงกันหมดสังคมไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ชาติเราเป็นระบอบประชาธิปไตยมีความเห็นต่าง ถ้าไม่ยอมรับว่าความเห็นต่างที่มีความสำคัญต่อสังคมก็จะเกิดมิติที่เราไม่อยากให้เกิด

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า กังวลหรือไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นสาเหตุให้กลุ่มผู้ชุมนุมนัดชุมนุมใหญ่ในเดือนตุลาคม นายอนุชา กล่าวว่า อยากขอร้องประชาชนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เราต้องการเพราะอยากให้เกิดผลลบต่อสังคมหรือประชาชนแต่อยากเห็นการเดินหน้าของระบอบประชาธิปไตยที่เบ่งบานตามที่ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยคาดหวัง เราก็อยากเห็นสิ่งนั้นก็ต้องเดินไปสู่จุดหมายปลายทางร่วมกันแต่ไม่ใช่ว่าประชาธิปไตยต้องเป็นอย่างนี้หรืออย่างนั้นแต่เป็นการที่ต้องมาพูดคุยกันในรัฐสภาและคิดว่าทุกอย่างมีทางออก กระแสนอกสภาฯทุกคนห่วงอยู่แล้วเมื่อเรามีสภาฯก็ให้ช่วยตัดสินสิ่งที่เห็นด้วยและเห็นต่าง

ผู้สื่อข่าวถามว่าแนวทางการตั้งกรรมาธิการได้มีการคิดกันมาก่อนล่วงหน้าหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ไม่ใช่เพราะตนพึ่งรู้ช่วงที่จะลงมติเช่นกัน ยืนยันว่าไม่ใช่การจะยื้ออะไร แต่เป็นครรลองของสภาฯที่ควรจะมีการยืดหยุ่นเพื่อแก้ปัญหาต่างๆไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเอาชนะกัน เพียงแค่เวลา 1 เดือน หรือคิดเชิงลบอย่างเดียว โดยเอาตัวเองเป็นที่ตั้งก็ไม่เกิดผลดีกลับกับสภาฯและประชาชน ถ้าทะเลาะกันก่อนก็จะยิ่งคุยกันลำบาก พอแค่นี้ยังไม่ไว้ใจกัน และเมื่อไหร่จะเข้าสู่ความไว้วางใจเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาบ้านเมือง

บทความก่อนหน้านี้เปิด31 รายชื่อ ส.ว.-ส.ส.นั่งกมธ.ศึกษาแก้ รธน.ไร้ชื่อฝ่ายค้าร่วม เล็งถกนัดแรก 30 ก.ย.
บทความถัดไปคุณอัทสึชิ ทาเคทานิ ประธานเจโทร กรุงเทพฯ คุณบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล หัวหน้าหน่วยธุรกิจบริหารลูกค้าและการบริการ เอไอเอสจับมือร้านอาหารญี่ปุ่นมอบส่วนลด 50%