สาวใช้อินโดฯชนะคดี นายจ้างมหาเศรษฐีสิงคโปร์ใส่ร้ายฉกทรัพย์

บีบีซี รายงานผลการตัดสินคดีที่เป็นชนวนให้ชาวสิงคโปร์มองเห็นความไม่เท่าเทียมกันทางกฎหมายระหว่างคนรวยกับคนจน แต่สุดท้ายศาลให้ความยุติธรรมแก่สาวใช้ชาวอินโดนีเซียพ้นข้อกล่าวหาที่ถูกนายจ้างชาวสิงคโปร์ฐานะดีใส่ร้ายว่าขโมยทรัพย์สิน หลังใช้ต่อสู้คดีนาน 4 ปี

ปาร์ติ ลิยานี อายุ 46 ปี ชาวอินโดนีเซียทำงานเป็นสาวใช้ให้บ้าน นายเหลียง หลิวมุน ตั้งแต่เมื่อปี 2550 ซึ่งมีสมาชิกอยู่รวมกันหลายคน รวมทั้ง นายคาร์ล ลูกชายของมหาเศรษฐีหลิว

ต่อมา ในปี 2559 นายคาร์ลย้ายออกไปอยู่บ้านหลังใหม่และสั่งให้ปาร์ติทำความสะอาดบ้านใหม่ รวมทั้งสำนักงาน ซึ่งผิดกฎแรงงาน สาวใช้จึงร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หลังจากนั้นอีก 2-3 เดือน ครอบครัวหลิวไล่ปาร์ติออก โดยนายคาร์ลอ้างว่าหมดอายุการจ้างงาน แต่ปาร์ติรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นข้ออ้างลอยๆ เพราะแท้จริงแล้ว นายคาร์ลโมโหที่เธอไม่ยอมไปล้างห้องน้ำให้

สาวใช้มีเวลาเพียง 2 ชั่วโมง เก็บสัมภาระลงกล่องหลายใบเพื่อส่งสิ่งของทางเรือกลับไปบ้านเกิดและตัวเธอเองบินกลับอินโดนีเซียในวันเดียวกัน จากนั้นครอบครัวหลิวอ้างว่า หลังสาวใช้ไปแล้ว จึงตรวจดูสิ่งของในกล่องและพบว่าสิ่งของหลายอย่างในกล่องเป็นของที่ถูกขโมยไป จึงแจ้งความกับตำรวจเมื่อวันที่ 30 .ปีเดียวกัน

ด้านครอบครัวหลิวอ้างว่าสาวใช้ชาวอินโดนีเซียขโมยสิ่งของทั้งหมด 115 รายการ รวมทั้ง กระเป๋าหรู เครื่องเล่นดีวีดีและนาฬิกาเจอรัลด์ จอนตา มูลค่ารวม 34,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 792,200 บาท

สัปดาห์ต่อมา ปาร์ติบินกลับมาสิงคโปร์เพื่อหาเจ้านายใหม่ แต่กลับถูกตำรวจจับกุมตัวและส่งฟ้องคดีอาญา ทำให้เธอทำงานไม่ได้และต้องอยู่ในสถานที่พักพิงสำหรับแรงงานต่างด้าว

ระหว่างการสอบปากคำ ไม่มีล่ามภาษาอินโดนีเซีย แต่เป็นล่ามภาษามาเลย์ซึ่งปาร์ติพูดภาษามาเลย์ไม่ได้ เบื้องต้น ศาลตัดสินว่าน..ปาร์ติมีความผิดและสั่งจำคุก 2 ปี 2 เดือน แต่หญิงสาวขอยื่นอุทธรณ์

จำเลยหญิงแย้งต่อศาลว่าสิ่งของที่อ้างว่าตนขโมยมานั้นไม่ได้เก็บลงในกล่องด้วยตัวเอง ของบางชิ้นก็ใช้งานไม่ได้ เช่น เครื่องเล่นดีวีดี โทรศัพท์ไอโฟนพังๆ และนาฬิกาข้อมือที่เม็ดมะยมหายไป

ด้านผู้พิพากษาพิจารณาเห็นว่าครอบครัวหลิวฟ้องปาร์ติด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์และเชื่อว่าสาเหตุที่ครอบครัวหลิวฟ้องสาวใช้เพื่อต้องการให้เธอระงับเรื่องร้องเรียนที่ถูกสั่งให้ไปทำความสะอาดบ้านใหม่ของนายคาร์ล

การสอบสวนยังจับพิรุธครอบครัวหลิวได้อีกหลายอย่าง เช่น มีดสีชมพูที่นายคาร์ลอ้างว่าถูกขโมยไปเป็นมีดที่ทำในอังกฤษซึ่งเขาซื้อกลับมาสิงคโปร์ในปี 2545 แต่ภายหลัง นายคาร์ลยอมรับว่ามีดดังกล่าวเป็นดีไซน์ทันสมัยที่ไม่ได้ผลิตในอังกฤษก่อนปี 2545

นอกจากนี้ นายคาร์ลยังอ้างว่าปาร์ติขโมยเสื้อผ้าผู้หญิง แต่ต่อมา กลับบอกว่าเขาจำไม่ได้ว่าเคยมีเสื้อผ้าพวกนี้ เมื่อศาลซักว่าเขาเป็นเจ้าของเสื้อผ้าสตรีเหล่านี้หรือไม่ นายคาร์ลตอบว่าเขาชอบแต่งตัวข้ามเพศซึ่งศาลฟังไม่ขึ้น

เมื่อต้นเดือนกันยายน ศาลตัดสินให้ปาร์ติพ้นผิด สาวใช้ยกโทษให้นายจ้าง แต่ขออย่าให้พวกเขาทำอย่างนี้กับคนงานคนอื่นอีก นอกจากนี้ เมื่อ 23 ก.ย. ปาร์ติยังยื่นคำร้องให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนอัยการ 2 คนที่ดำเนินคดีนี้กับตน ว่าปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือมีเจตนาไม่สุจริตหรือไม่

ส่วนนายหลิว ลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัทหลายแห่งที่เขาเป็นเจ้าของและล้วนแต่มีชื่อเสียง พร้อมกล่าวว่ายอมรับคำตัดสินของศาล ขณะที่นายคาร์ลไม่แสดงความเห็นใดๆ

ขณะที่ชาวสิงคโปร์ตั้งคำถามกับระบบยุติธรรมของประเทศและหลายคนเชื่อว่าคนรวยเอาเปรียบคนจนและผู้ที่มีอำนาจน้อยกว่า

บทความก่อนหน้านี้ต่างประเทศอินโดจีน : “กับดักหนี้” ที่ลาว
บทความถัดไป‘คิง เพาเวอร์’ คว้ารางวัลความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นเลิศ