หวิดวุ่น! หญิงปีนรั้วสภา ตกลงมาขาพลิก ตร.รุดดูแลก่อนนำส่งโรงพยาบาล

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 24 กันยายน บริเวณหน้ารัฐสภา เกียกกาย ซึ่งเป็นจุดนัดหมายทำกิจกรรม “ไปสภา ไล่ขี้ข้าศักดินา ผูกโบ ปราศรัย ยื่นใบลาออก” โดยคณะประชาชนปลดแอก และกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศทั่วไปบริเวณหน้าประตูทางเข้าออกว่า มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อแดง มีการตั้งร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ บนบาทวิถีทั้ง 2 ฝั่งถนนสามเสน โดยมีการนำภาพหมุดคณะราษฎรหมุดที่ 2 ซึ่งถูกฝังที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 20 กันยายน ก่อนถูกถอนออกมาจัดทำเป็นสินค้าจำหน่าย โดยสกรีนเป็นลวดลายบนเสื้อยืดและกระเป๋าผ้า นอกจากนี้ บริเวณกองอำนวยการมีการแจกสติ๊กเกอร์รูปหมุดดังกล่าวฟรี ซึ่งมีผู้ต่อคิวรับแน่น

กระทั่งเวลา 18.50 น. นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ พร้อมด้วย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ตัวแทนนักศึกษาจากแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำมวลชนมายังหน้าประตูทางเข้ารัฐสภา ร่วมกันฉีดสเปรย์ลายหมุดคณะราษฎร 2563 ซ้ำลงที่พื้นอีกครั้ง และไปพ่นอีกจุดที่ข้างเสาประตู ก่อนจะช่วยกันนำสติ๊กเกอร์ลายเดียวกันมาแปะตามพื้น ตามรั้ว ซึ่งทันทีที่มวลชนกรูกันเข้ามา ตำรวจควบคุมฝูงชนได้เร่งปิดประตูเหล็กพร้อมคล้องโซ่ทันที ขณะที่ประชาชนยังคงทยอยกันนำสติ๊กเกอร์มาแปะตามพื้นถนนอย่างต่อเนื่อง โดยมีคนคอยเก็บกวาดเศษกระดาษสติ๊กเกอร์ใส่ถุงขยะ ภายหลังทราบว่ามีการชงตั้ง กมธ.ร่วมศึกษา 6 ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เวลา 19.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหญิงสูงวัยรายหนึ่งพยายามปีนรั้วทางเข้าอาคารรัฐสภาก่อนจะพลัดตกลงมา เบื้องต้นได้รับแจ้งว่าบาดเจ็บขาพลิก เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้นำโล่มาโบกพัดให้ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิระ

ต่อมา พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เจรจากับ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด ก่อนจะพากันเดินจากแยกเกียกกายมายังหน้าอาคารรัฐสภา ถนนสามเสน โดยมีการ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมพากันคล้องแขนล้อมวงกันไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยุ่มย่าม

เบื้องต้น พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พร้อมคณะ ได้แวะเจรจากับ น.ส.ชลธิชา ที่เต็นท์มวลชนอาสา ก่อนถึงจุดที่ผู้ชุมนุมกำลังปราศรัยอยู่ประมาณ 50 เมตร ซึ่งเป็นประเด็นเกี่ยวกับความปลอดภัย การเปิดถนน และแนวทางการเปิดเส้นทางให้ ส.ส., ส.ว.เดินทางออกจากรัฐสภา

บทความก่อนหน้านี้ศอ.บต. ขยายระยะเวลา ให้สิทธิประโยชน์ จูงใจนักลงทุน 3 ปี กระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนใต้
บทความถัดไป“ไพศาล” บอกลิเกเรื่องแก้ รธน.ไม่น่าสนใจ ไปทำเรื่องอื่นดีกว่า