‘ประยุทธ์’ ถามนร.-เผ่าม้ง เป็นคนไทยหรือไม่ รักประเทศไหม ชี้คนไทยต้องรักสถาบันหลักชาติ

“บิ๊กตู่” ขอเด็กไทยรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ “ลั่น” ไม่เคยคิดมานั่งนายกฯเพื่อประโยชน์ตัวเอง ไม่ปล่อยคนในรัฐบาลหาผลประโยชน์ “ชี้” สิ่งที่สร้างมาทุบทิ้งสร้างใหม่ทั้งหมดไม่ได้ “วอน”อย่าขัดแย้งทำลายศักยภาพประเทศ อ้อนชาวเชียงราย บอกมีความสุขอากาศดี เหมือนได้มาพักผ่อน ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มา 10 ปีแล้ว

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย โดยมีนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย ต้อนรับ จากนั้น นายกฯนั่งรถตู้โตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน กค 4 เชียงราย มายังโรงแรมเวียงอินทร์ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อปฏิบัติภารกิจโดยมีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ร่วมงานด้วย

นายกรัฐมนตรีทักทายครูและเด็กนักเรียนที่มาต้อนรับ พร้อมเดินชมนิทรรศการผลงาน โดยกล่าวช่วงหนึ่งว่า ทุกอย่างเริ่มต้นจากพวกเรา การจะทำอะไรหรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เราก็ต้องส่งต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน เพราะนี่คืออนาคตของชาติ ขอให้ตั้งใจเรียนหนังสือ เพราะนี้คืออนาคต ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนายกฯได้ถามเด็กนักเรียนและนักเรียนชนเผ่าม้งว่า เป็นคนไทยหรือไม่ รักประเทศไทยไหม คนไทยต้องมีหน้าที่อย่างไร ซึ่งนักเรียนได้ตอบว่า เป็นคนไทย พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวไปว่า “เป็นคนไทยต้องรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะทั้งหมดคือผืนดิน ผืนน้ำและอากาศ ถ้าไม่มีทั้ง 3 อย่างก็ไม่มีประเทศไทย” พร้อมฝากผู้ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลนักเรียนที่เป็นกำลังของชาติ ให้รู้รักประเทศและสถาบัน เพราะการปลูกฝังแต่เด็กจะทำให้มีความรักประเทศชาติ คนเหล่านี้คือกำลังที่จะขับเคลื่อนประเทศในวันข้างหน้า

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่ง ว่า การศึกษาของไทยไม่ได้เลวร้าย มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ต้องปรับรูปแบบให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ ยุคหลังนิว นอร์มอล จึงต้องสร้างพลเมืองของเราให้เข้มแข็ง มีภูมิต้านทาน ต้องปรับตัว มีหลักคิด วิสัยทัศน์ มีภูมิคุ้มกันที่ถูกต้องที่จะดำเนินชีวิตต่อไป โดยพวกลุงๆ อาๆ ป้าๆ ได้ทุมเทตรงนี้ให้กับพวกเราเด็กๆ ทั้งประเทศ วันนี้การศึกษาจำเป็นต้องมีการปฎิรูป คือต้องเรียนรู้นอกจากวิชาการ โรงเรียนต้องไม่ให้เรื่องวิชาการอย่างเดียว ต้องสอนให้รู้ มีสาระ นำไปใช้ประโยชน์ได้ เราจึงต้องพัฒนาไปด้วยกัน การเรียนรู้ รอบรู้ รู้เท่าทัน เราต้องสอนคนให้เป็นอย่างนั้น แต่ทั้งหมดต้องมีพื้นฐานมาจากประวัติศาสตร์ ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม สิ่งเหล่านี้ต้องอยู่กับคนไทย ในใจทุกคน การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไม่ใช่ของเก่า เรียนรู้ให้รู้ว่าที่ผ่านมาประเทศชาติผ่านพ้นเรื่องเหล่านั้นได้อย่างไร และด้วยใคร มีวัตถุประสงค์อะไรที่จะต้องเสียสละเลือดเนื้อ เสียสละชีวิต มามากมาย โดยบรรพชนของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องรู้สึกเรามีหน้าที่ในการสืบสาน รักษาต่อยอด สิ่งเหล่านี้ต่อไปด้วยความอดทน อดกลั้น เสียสละ รักษาผืนแผ่นดินนี้ไว้ให้กับคนรุ่นหลังนั้นคือสิ่งที่รัฐบาลคิดมาตลอด

“ฝากครูเน้นสอนประวัติศาสตร์ แต่ต้องไม่น่าเบื่อ เพื่อให้เด็กได้เข้าใจและตระหนักรู้ในแนวทางที่ถูกต้อง เช่น สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แม้ต้องไปอยู่ต่างประเทศถึง 15 ปี แต่ยังกลับมากู้ชาติ เพราะความรักชาติ หรือ แม้แต่พันท้ายนรสิงห์ ต้องเสียชีวิต เพื่อรักษากฎหมาย ผมเป็นนายกฯผมคิดอย่างนี้มาตลอด ไม่เคยคิดเป็นอื่นไม่เคยคิดนอกกรอบ ที่จะมานั่งเพื่อประโยชน์ตัวเอง ไม่เคยคิดแบบนั้นเลย ทุกคนที่เป็นรัฐบาลผมจะไม่ปล่อยให้มีการกระทำเช่นนั้น “ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทราบกันดีอยู่แล้วว่ารัฐบาลจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาหลายอย่างโดยเฉพาะแก้ปัญหาโควิด เราต้องแก้ไปด้วยกัน ต้องปราศจากความขัดแย้ง ไม่ว่าเรื่องอะไรต่างๆ ก็ตามที่ไม่จำเป็นมากนักในขณะนี้ วันนี้เราต้องเดินหน้าให้ทุกคนปลอดภัย สุขภาพดี เข้าถึงโอกาส เพื่อพัฒนาประเทศชาติไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงให้เร็วที่สุด เพราะเราเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางมานานแล้ว และแม้ว่าประเทศไทยจะมีคนหลายเผ่าพันธุ์ หลายเชื้อชาติ แต่วันนี้ถือเป็นคนไทยทั้งหมดแล้วเพราะอยู่ในแผ่นดินไทย โอกาสทุกคนมีเท่าเทียมกันอยู่ที่ว่าจะใช้ประโยชน์เหล่านี้ทำอะไรเพื่อตัวเอง และประเทศชาติ ถ้าประเทศเข้มแข็งระบบต่างๆ แข็งแรงมีเสถียรภาพ โอกาสก็มารวมถึงโอกาสในการพัฒนาก็มี โอกาสที่ทุกคนจะเข้าถึงในสิ่งที่รัฐบาลทำก็มีหมด นี่คือความแตกต่างของไทยกับประเทศอื่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเช่นกัน ซึ่งเราไม่เคยสูญเสียมากมายเช่นในสงครามโลก สงครามความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ เราไม่เคยเป็นแบบนั้น และเราต้องไม่นำประเทศไปสู่ตรงจุดนั้น อยากฝากทุกคนไว้ เราต้องหาสิ่งที่เหมาะสมกับบริบทบ้านเรา ถ้ารื้อทั้งหมดเท่ากับเราทำลายสิ่งที่เราสร้างกันไว้ แล้วจะไปข้างหน้าได้อย่างไร เราต้องสร้างความเชื่อมั่นของคนภายในประเทศและต่างประเทศให้เห็นศักยภาพของเรา

“ผมมาเชียงรายครั้งนี้มีความสุข ลงเครื่องบินมาสบายใจ เจออากาศเย็น และฝนตกพรำๆ ได้พูดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าเราไม่ได้มีโอกาสมาพักผ่อนแบบนี้เป็น 10 ปีแล้วเพราะหลายปีที่ผ่านมา เรามีแต่ความวุ่นวายไปหมด เราไม่เคยได้พักผ่อนแบบนี้ ยังบอกเลยว่าดีใจแทนชาวเชียงรายและจังหวัดอื่นในภาคเหนือ ผมชอบมากที่สุด แต่ก่อนเคยมาพัก มานอนอยู่เมื่อครั้งมาทำงาน รอยยิ้ม วัฒนธรรม ที่หลากหลาย นี่คือศักยภาพของคนไทยทั้งสิ้น ความโอบอ้อมอารี ปรองดอง สมานฉันท์ ถ้อยทีถ้อยอาศัย พึงพากันและกัน สิ่งเหล่านี้ต้องอยู่ต่อไป ถ้าไม่อยู่แล้วจะทำกันอย่างไรต่อไป สิ่งที่เราร่วมสร้างกันมามันก็จบ เราไม่จำเป็นต้องรื้อทุบทิ้งสร้างใหม่ทั้งหมดมันทำไม่ได้”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้อยากให้กลับมาเน้นเรื่องคุณภาพ ต้องติดตามและปรับปรุง ไม่มีอะไรที่หยุดนิ่งได้ ถ้าไม่คิดใหม่ก็ไปแบบเดิม ต้องคิดว่าจะสอนอะไรนอกจากวิชาการ เพื่อให้เด็กมีคุ้มกันตัวเอง เพราะเด็กวันนี้เราทราบดีอยู่แล้วไม่เหมือนสมัยเรา วันนี้เขาเผชิญกับสิ่งที่เจริญแล้ว เขาต้องการให้เร็วกว่านี้ แล้วเขาลืมไปหรือเปล่ากว่าจะถึงตรงนี้ได้ผ่านระยะเวลามาเท่าไร มีการพัฒนามาเท่าไร เขาเกิดมาเจอแต่สิ่งที่พัฒนาแล้ว แต่ต้องการให้เร็วขึ้นทั้งหมดมันทำได้หรือไม่ ซึ่งหากมีความพร้อมจะทำอะไรก็ได้ เนรมิตอะไรก็ได้ แต่บ้านเราต้องมีขั้นตอนการบริหารในการพัฒนาประเทศ ถึงได้มียุทธศาสตร์ชาติ 20 แต่ไม่ได้หมายความว่า ตนจะอยู่ 20 ปี เป็นเพียงกรอบการทำงาน คือการเดินให้ตรงทาง ไม่เดินเลี้ยวลดไปมากนัก ต้องย้อนกลับไปคิดดู เหมือนย้อนดู เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศีลธรรม ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญ ทุกศาสนาสอนให้ทุกคนปรองดอง รักสามัคคี ยึดมั่นในแนวทาง ซึ่งเราอยู่ด้วยความสงบมายาวนาน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องโควิด เราประมาทไม่ได้ ต้องป้องกันการแพร่ระบาดจากต่างประเทศซึ่งวันนี้มีมากขึ้น รัฐบาลพยายามเต็มที่ จนได้รับความเชื่อมั่นเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เราอาจลืมไปแล้ว เพราะเราไปมุ่งความขัดแย้งอื่นมากเกินไปในขณะ สิ่งที่เราทำได้ดีมันเป็นศักยภาพของเราทั้งสิ้น เราเปลี่ยนตัวเองมากนักไม่ได้ เป็นคนดีคนเก่ง มีงานทำ เคารพกฎหมาย เคารพสถาบัน และทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน แค่นี้ก็จบแล้ว มันเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ซึ่งการเรียนนอกห้องเรียนมีเยอะแยะ บางครั้งการศึกษา บางทีไปเรียนรู้ในที่ชุมนุม ร้านค้า เวทีต่างๆ ของประชาชน คุยกันให้มันสร้างสรรค์ ไม่ใช่คุยกันต้องขัดแย้ง ต้องทำลาย ตนไม่ใช่ มันทำให้เสียโอกาส เสียเวลา

“พวกเราทุกสัญญากับผมได้หรือไม่ว่าเราจะทำให้ประเทศชาติของเราให้ดีขึ้นโดยสงบและปลอดภัย จะร่วมมือกับผมหรือไม่” จากนั้นผู้เข้าร่วมสัมมนาในห้องได้ปรบมือให้กับนายกรัฐมนตรีเป็นการให้สัญญา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขอบคุณพร้อมระบุว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้มีกำลังใจในการทำงานต่อไป ขอยืนยันว่าไม่ได้มีจิตปรารถนาเป็นอย่างอื่นเลย ถ้าทำก็ต้องทำให้ดีที่สุด ด้วยความรักประชาชน รักประเทศชาติขของเรา ไปด้วยกัน หลักการของรัฐบาลคือรวมไทยสร้างชาติ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทักทายผู้เข้าร่วมสัมมนาและร่วมชมการแสดงวงสล้อ ซอซึง ที่เล่นเพลงหมู่เฮาชาวเหนือ ซึ่งนายกฯได้เข้าไปร่วมเล่นเครื่องดนตรี ทั้งตีกลอง ฉิ่ง และแทรมโพลีนไม้กับนักเรียนอย่างอารมณ์ดี

บทความก่อนหน้านี้โควิดเปลี่ยนพฤติกรรม พึ่งออนไลน์พุ่ง แห่ยื่นพณ.ขอเปิดบริษัทขนส่ง
บทความถัดไป“บิ๊กป้อม”ถก กก.รักษาผลประโยชน์ชาติทางทะเล ทำแผนรับยุทธศาสตร์ชาติ