โควิดเปลี่ยนพฤติกรรม พึ่งออนไลน์พุ่ง แห่ยื่นพณ.ขอเปิดบริษัทขนส่ง

นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ แถลงยอดจดทะเบียนธุรกิจประจำเดือนสิงหาคม 2563 ว่า ธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนสิงหาคม 2563 มีจำนวน 5,538 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียน 14,316 ล้านบาท โดย 3 ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 548 ราย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 284 ราย และธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า รวมถึงคนโดยสาร 162 ราย เมื่อแยกแบ่งตามช่วงทุน พบว่าช่วงทุนที่มีจำนวนตั้งใหม่มากที่สุด คือ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 4,059 ราย คิดเป็น 73.30% รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท 1,395 ราย คิดเป็น 25.19%

นางโสรดา กล่าวต่อว่า ธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนสิงหาคม มีจำนวน 1,337 ราย มีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 5,408 ล้านบาท โดย 3 ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 115 ราย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 65 ราย และธุรกิจบริการด้านอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร 38 ราย ส่วนธุรกิจเลิกประกอบกิจการแบ่งตามช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 921 ราย คิดเป็น 68.89% รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1- 5 ล้านบาท 343 ราย คิดเป็น 25.65% ดังนั้น ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ ณ เดือนสิงหาคม 2563 ทั่วประเทศรวม 770,278 ราย มูลค่าทุน 18.57 ล้านล้านบาท และธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 454,946 ราย คิดเป็น 59.06% รวมมูลค่าทุน 0.40 ล้านล้านบาท คิดเป็น 2.16%

“เมื่อดูตัวเลขตั้งใหม่และเลิกกิจการเดือนสิงหาคมปีนี้ ยังใกล้เคียงกับสถิติ 5 ปีย้อนหลัง โดยเทียบเดือนสิงหาคมปีก่อน จำนวนตั้งใหม่ลดลง 435 รายหรือลด 7% และเทียบเดือนกรกฎาคมปีนี้ ลดลง 129 ราย หรือลด 2% ส่วนทุนจดทะเบียนลดลง 17%คิดเป็นมูลค่า 2,856 ล้านบาท ส่วนการเลิกกิจการเทียบเดือนสิงหาคมปีก่อนจำนวนลดลง 418 รายหรือ 24% แต่เพิ่มขึ้น 76 รายหรือ 6% จากเดือนกรกฎาคมปีนี้ โดยปัจจัยที่มีผลต่อธุรกิจ คือ มุมมองต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจดีขึ้น การบริโภคและการลงทุนเริ่มดีขึ้น และ นโยบายรัฐบาลผ่าน 3 มาตราการคือ พยุงเลิกจ้างงาน กระตุ้นการจ้างเด็กจบใหม่ และกระตุ้นใช้จ่ายผ่านภาคท่องเที่ยว ” นางโสรดา กล่าว

นางโสรดา กล่าวต่อว่า การลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าว เดือนสิงหาคม มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจจำนวน 58 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 21 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ 37 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุน 9,089 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 3,804 ล้านบาท คิดเป็น 72% นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น 21 ราย เงินลงทุน 7,159 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สหรัฐ 5 ราย เงินลงทุน 39 ล้านบาท และจีน 2 ราย เงินลงทุน 125 ล้านบาท

รายงานข่าวจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า จากการวิเคราะห์ประเภทจัดตั้งกิจการใหม่ พบว่า ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า รวมถึงคนโดยสาร กลายเป็นธุรกิจใหม่ที่โดดเด่น เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ธุรกิจสั่งซื้อทางออนไลน์และจัดส่งสินค้าทางดิลิเวอรี่เพิ่มหลายเท่าตัว ทำให้เกิดขยายธุรกิจเกี่ยวกับโลจิสติกส์และขนส่งเกิดขึ้นอย่างมาก สอดคล้องกับธุรกิจที่เลิกกิจการมากสุดคือบริการด้านอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร หรือร้านอาหารแบบดั่งเดิมที่เปิดสาขาในห้างที่มีสาขาทั่วประเทศ

บทความก่อนหน้านี้‘ต้อม ยุทธเลิศ’ ประกาศสร้าง #ภาพยนตร์ของประชาชน ‘ทราย’ เอาด้วย บอกทำจริงก็รอดู
บทความถัดไป‘ประยุทธ์’ ถามนร.-เผ่าม้ง เป็นคนไทยหรือไม่ รักประเทศไหม ชี้คนไทยต้องรักสถาบันหลักชาติ